กอ.รมน.ภาค 4 ชี้แจงสถานการณ์ปะทะเดือดปัตตานี เผยผู้ช่วยผญบ.เสียชีวิต 1 นาย ขณะที่คนร้ายถูกวิสามัญดับ 1 ศพ พบมีหมายจับอาญา 6 หมายติดตัว ด้าน มทภ.ภาคที่ 4 แสดงความเสียใจต่อการสูญเสียผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่เสียสละทำหน้าที่อย่างกล้าหาญ เตรียมเอาผิดคนที่ให้แหล่งพักพิงกลุ่มคนร้ายจนถึงที่สุด
4 ก.ค.66 ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่สนธิกำลัง 3 ฝ่าย เข้าปิดล้อมพื้นที่เป้าหมาย เพื่อบังคับใช้กฎหมายผู้ต้องหาตามหมายจับอาญา ในบริเวณบ้านลาแม ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตในระหว่างเข้าตรวจสอบหาคนร้าย จนกระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถใช้อาวุธปืนตอบโต้คนร้ายเสียชีวิตจากการวิสามัญ 1 ราย ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น ( คลิกอ่านที่นี่ : ปะทะเดือด!! 'ปัตตานี'คนร้ายเหิมยิงฝ่าวงล้อม ผช.ผญบ.ดับ 1 ราย)
ล่าสุด พลตรี ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้ชี้แจงสถานการณ์ว่า ตามที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมปัตตานี ได้รับแจ้งจากพี่น้องประชาชนว่าพบบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวหลบซ่อนเพื่อเตรียมการก่อเหตุ ในพื้นที่บ้านควนลาแม หมู่ที่ 3 ตำบลนาเกตุ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ต่อมาในวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 เวลา 05.00 น. จึงได้สนธิกำลัง 3 ฝ่าย เข้าพิสูจน์ทราบ โดยขั้นตอนการปฏิบัติ ได้ดำเนินการตามมาตรการจากเบาไปหาหนัก ด้วยการเชิญผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา เข้าร่วมเจรจาเกลี้ยกล่อมให้คนร้ายที่หลบซ่อนอยู่ภายในบ้านออกมามอบตัว
เวลาประมาณ 06.40 น. ขณะเจ้าหน้าที่กำลังพยายามเจรจาให้คนร้ายยอมออกมามอบตัว แต่คนร้ายซึ่งหลบซ่อนอยู่ภายในบ้านกลับยิงสวนออกมาทำให้เกิดการยิงต่อสู้กันขึ้นภายหลังการปฏิบัติพบผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน 1 ราย คือ นาย อาหมะกอซี หะยีเลาะ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ตำบลนาเกตุ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เจ้าหน้าที่จึงได้กันตัวออกมาจากที่เกิดเหตุ และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหวรวมทั้งเสียเลือดเป็นจำนวนมาก จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าวไว้ เนื่องจากตรวจสอบพบว่ามีการดัดแปลงใต้ถุนบ้านเป็นห้องใต้ดิน สำหรับหลบซ่อนจึงต้องใช้ความระมัดระวังในการดำเนินการเป็นพิเศษ
เวลา 15.30 น. ขณะเจ้าหน้าที่เข้าพิสูจน์ทราบภายในบ้านหลังดังกล่าวได้เกิดการยิงต่อสู้กับคนร้ายขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ภายหลังการปฏิบัติพบผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ คือ นาย สาการียา สาอิ อายุ 35 ปี มีหมายจับในคดีความมั่นคง 6 หมาย ที่สำคัญประกอบด้วย เหตุลอบยิงนางอิสรา ชัยฤทธิ์โชค ในพื้นที่ ตำบลท่าเรือ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เมื่อ 15 พ.ย. 57, เหตุขว้างระเบิดเพลิง และใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่สำนักงานการไฟฟ้า อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เมื่อ 30 ส.ค. 61, รวมทั้งเหตุลอบยิง ร.ต.ท. วีรศักดิ์ สารพร เสียชีวิต เมื่อ 7 ธ.ค. 63 เป็นต้น
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึด อาวุธของคนร้ายประกอบด้วย อาวุธปืนสงคราม เอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก, ปืนพกสั้น จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน รวมทั้งระเบิดขว้างแสวงเครื่องแบบไปป์บอม จำนวน 1 ลูก
โดยภายหลังทราบเหตุ พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของนายอาหมะกอซี หะยีเลาะ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฯ ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความทุ่มเท เสียสละ กล้าหาญ บำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พี่น้องประชาชน ปฏิเสธกลุ่มคนร้ายไม่ให้เข้ามาหลบซ่อนพักอาศัยภายในหมู่บ้าน อีกทั้งยังเข้าร่วมปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ในการติดตามบังคับใช้กฎหมายและเจรจากับคนร้าย เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่กลับถูกคนร้าย ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่จนตนเองเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ของ นายอาหมะกอซีฯ เป็นการกระทำที่น่ายกย่องและเชิดชูเกียรติอย่างถึงที่สุด
สำหรับเรื่องการจัดการศพ และการช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบและสิทธิของทางราชการ จะเร่งประสานให้ส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนต่อไป ส่วนผู้ให้ที่อาศัยพักพิงแก่คนร้ายจะต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ได้ให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่ จนนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายในครั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายหรือพบเบาะแสผู้ก่อเหตุรุนแรง สามารถแจ้งได้ที่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงประจำพื้นที่ หรือหมายเลขสายด่วนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า หมายเลข 1341 หรือ หมายเลขโทรศัพท์สายตรง แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 หมายเลข 061-1732999 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านถูกคนร้ายยิงในระหว่างร่วมมือกับกองกำลังเพื่อติดตามหาตัวคนร้ายที่ซุกซ่อนตัวในครั้งนี้ เป็นการใช้ในลักษณะเป็นโล่มนุษย์หรือไม่อย่างไร เพราะเคยเกิดเหตุในลักษณะนี้มาแล้วในพื้นที่ และครั้งไม่ใช่เป็นเคสแรก ที่หน่วยกองกำลังเลือกใช้ปฏิบัติ ที่มักเรียกกันว่า”โล่มนุษย์”จึงถูกสังคมโซลเซียลวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงเลือกเป็นแนวปฏิบัติทั้งๆที่รู้ว่ามีความเสี่ยงสูง อย่างไรก็ตามคงต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเปิดเปิดเผยข้อเท็จจริงสู่สาธารณะต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี