546.jpg
เผยผลตรวจโรค  ‘พลายศักดิ์สุรินทร์’ผ่านฉลุย  พบก้อน 10 ซม.ที่สะโพก 5 จุด

เผยผลตรวจโรค ‘พลายศักดิ์สุรินทร์’ผ่านฉลุย พบก้อน 10 ซม.ที่สะโพก 5 จุด

วันอังคาร ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.20 น.

เผยผลตรวจโรค

‘พลายศักดิ์สุรินทร์’ผ่านฉลุย

พบก้อน 10 ซม.ที่สะโพก 5 จุด

 

ผลตรวจโรค“พลายศักดิ์สุรินทร์”จากห้องปฏิบัติการ พบก้อนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 ซม.ที่สะโพก จํานวน 5 จุด หลังสัตวแพทย์เก็บตัวอย่างในช่วงแรก ที่เดินทางถึงไทย ส่วนผลตรวจเลือด ผ่านฉลุย


เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2566 โรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย Elephant Hospital, TECC รายงานความคืบหน้า สุขภาพพลายศักดิ์สุรินทร์ ระหว่างวันที่ 2-9 กรกฎาคม 2566 ดังนี้ คณะสัตวแพทย์ สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ทำการตรวจสุขภาพและพฤติกรรม พบว่าช้างกินอาหาร เฉลี่ยวันละ 120–200 กิโลกรัม ส่วนใหญ่เป็นอาหารจำพวกหญ้าสด โดยเสริม ผลไม้ มะขามเปียก และเกลือในระหว่างมื้อ ช้างดื่มน้ำจากสายยางได้ดี

การขับถ่ายเป็นปกติ โดยเฉลี่ยวันละ 10-12 ครั้งๆ ละ 4-5 ก้อน ลักษณะ ก้อนมูลปกติ มีการย่อยอาหารปกติ ไม่มีกลิ่นเหม็นคาวหรือ มีเศษเมือกปะปน ช้างนอนหลับพักผ่อนได้อยู่ในเกณฑ์ปกติ คือ นอนครั้งละ 1-3 ชั่วโมง เฉลี่ยคืนละ 2 ครั้ง ความสมบูรณ์ของร่างกาย อยู่ในระดับคะแนน 3/5

นอกจากนี้ ช้างเริ่มคุ้นเคย กับโทนเสียงของควาญช้าง และเข้าใจความหมายคำพูดที่ควาญช้างใช้สื่อสารได้ ยอมรับให้ควาญช้างสัมผัสตัว และขึ้นบนคอได้ในบางเวลา

สำหรับความผิดปกติที่พบจากการตรวจทางกายภาพภายนอก(Physical Examination)พบก้อน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เซนติเมตรที่สะโพก จํานวน 5 จุด พบก้อนขุ่นขาวขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เซนติเมตรที่กระจกตาของตาด้านขวา ขาหน้าด้านซ้ายเหยียดตึงไม่สามารถงอขาได้ เล็บเท้าทั้ง4เท้ายาวผิดรูป

ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการตามที่สัตวแพทย์ ได้เก็บตัวอย่าง เลือด ซีรั่ม มูล และป้ายช่องปาก ปลายงวง เพื่อตรวจวิเคราะห์ผลโรคติดต่อ ในสัปดาห์ที่ 1 เมื่อแรก ที่ช้างพลายศักดิ์สุรินทร์ เข้าสู่กระบวนการเฝ้าระวังโรคติดต่อ ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2566 โดยส่งตรวจ ที่ห้องปฏิบัติการของสถาบันสุขภาพสัตว์และ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคเหนือตอนบน กรมปศุสัตว์นั้น

ผลตรวจไม่พบพยาธิในเลือด (Trypanosoma evans) และไม่พบปรสิตในมูลช้าง ไม่พบสารพันธุกรรมของเชื้อก่อโรควัณโรค ไม่พบสารพันธุกรรมต่อเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ ไม่พบแอนติบอดี ต่อโรคฉี่หนู ไม่พบแอนติบอดีแบบ non-structural proteinของเชื้อไวรัสโรคปาก และ เท้าเปื่อย และไม่พบแอนติบอดีต่อเชื้อก่อโรคแท้งติดต่อ(Brucella abortus)

ทั้งนี้ ในกระบวนการเฝ้าระวังโรคช้าง ตามระเบียบของกรมปศุสัตว์ ได้กำหนดให้ช้างพลายศักดิ์สุรินทร์ ต้องอยู่ภายในพื้นที่ควบคุมอย่างน้อย 30 วันและต้องผ่านการตรวจโรคตามที่ระบุต่อไปอีกในวันที่ 15 และ 30 ซึ่งสถาบันคชบาลแห่งชาติ จะแจ้งให้ทราบต่อไป

วันเดียวกัน เวลา14.00 น.ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย สถาบันคชบาลแห่งชาติไลฟ์เฟซบุ๊กอัปเดตความคืบหน้าพลายศักดิ์สุรินทร์ กักโรควันที่ 9 ว่า ควาญช้างได้สร้างความคุ้นเคยด้วยการอาบน้ำ ขัดผิวและขัดงาจนมีสีขาวสวยงาม

ระหว่างนั้น พลายศักดิ์สุรินทร์ได้ส่งเสียงร้องเสียงดังทักทายและร้องขออาหารซึ่งร้องเสียงดัง ร้องเสียงใสและร้องบ่อยมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงความคุ้นชิน กับโทนเสียงเรียกของควาญและปรับตัวกับสภาพแวดล้อม พร้อมเรียนรู้การรับฟังคำสั่งภาษาไทยได้มากขึ้น เช่นการเข้าหา การเดินหน้า-ถอยหลัง บอกให้หยุด ยกงวงขึ้น เลี้ยวซ้าย-เลี้ยวขวาที่ต้องใช้เป็นคำสั่งและภาษากายควบคู่กันไป รวมทั้งยังเรียนรู้การกินน้ำจากสายยา

นอกจากนี้ พี่ควาญมีการเข้าไปจับ และสัมผัสตามตัวจุดต่าง ๆ ของพลายศักดิ์สุรินทร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโปรแกรมการทำความคุ้นเคย ที่ทำให้ช้างและควาญค่อยๆ เรียนรู้กัน

ขณะที่ บรรยากาศที่จุดกักโรคมีฝนตกลงมาอย่างหนักในเที่ยง ทำให้ต้องย้ายมาอยู่บนพื้นปูน และพลายศักดิ์สุรินทร์ ชอบน้ำฝนที่ตกลงมา โดยกินหญ้า สับปะรด และกล้วย

โดยเล่นน้ำฝนอย่างอารมณ์ดี เห็นได้จากการที่สะบัดหาง และหูแกว่งไปมา อย่างไรก็ตาม พบว่าเมื่อวานนี้ (9 ก.ค.) พลายศักดิ์สุรินทร์ ยังแกล้งพี่ควาญด้วยการโยนอึก้อนใหญ่ เข้าหาทีมควาญและแอดมินที่มาคอยไลฟ์

ขอบคุณภาพ : ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง The Thai Elephant Conservation Center Lampang

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top