538.jpg
ศปปส.บุกวัดบัวขวัญยื่นสอบ 'พระพยอม' ชี้ส่อทำให้ประชาชนแตกแยก

ศปปส.บุกวัดบัวขวัญยื่นสอบ 'พระพยอม' ชี้ส่อทำให้ประชาชนแตกแยก

วันเสาร์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 17.00 น.

ศปปส.บุกวัดบัววัญ ยื่นเจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี ตรวจสอบพฤติกรรม "พระพยอม กัลยาโณ" เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ชี้ส่อทำให้ประชาชนเกิดแตกแยก

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 29 ก.ค.66 นายอานนท์ กลิ่นแก้ว ประธานศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) พร้อมตัวแทนประมาณ 10 คนเดินทางมายังวัดบัวขวัญ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี เพื่อนำหนังสือร้องเรียนถึงประพฤติกรรมในการเทศน์ของพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ที่ทางกลุ่มมองว่าไม่เหมาะสมและมีการพูดพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์และการเมืองเข้าเกี่ยวข้อง จึงได้เดินทางมายังวัดบัวขวัญ เพื่อเข้ายื่นหนังสือให้กับพระเทพวชิรนันทาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดบัวขวัญ ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี ทำการตรวจสอบและลงโทษทางวินัยกับพระพยอม 


โดยนายอานนท์ กล่าวว่า หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางกลุ่มได้เดินทางไปยื่นเรื่องกับทางสำนักพระพุทธศาสนาแห่งขาติมาแล้วอาทิตย์หนึ่งแต่ยังไม่ได้รับคำตอบ ในวันนี้จึงรวมตัวกันเดินทางนำหนังสือร้องเรียนพฤติกรรมของพระพยอม มายื่นให้กับทางเจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี ในฐานะผู้ปกครองดำเนินการสอบสวนในเรื่องนี้ แต่ปรากฎว่าเมื่อทางกลุ่มมาถึงทางเจ้าคณะจังหวัดนนทบุรีกลับไม่ออกมารับหนังสือ เดินหนีหายไปไหนก็ไม่รู้ หรือว่าท่านเห็นว่าเรื่องนี้ไม่มีความสำคัญ ทั้งๆ พระพยอม ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาไปพูดจาดพาดพิงถึงเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์และการเมือง ทำให้สังคม ซึ่งเกิดความแตกแยกกันอยู่แล้ว แตกแยกกันหนักยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งมติมหาเถระสมาคมเมื่อวันที่ 2 ม.ค.2538 มีมติไม่ให้พระสงฆ์ไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่พระพยอมกลับไปพูดถึงนายพิธา ในทำนองชื่นชมราวกับคนที่ฝักใฝ่ทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดและขัดกับคำสั่งของมหาเถระสมาคมเป็นอย่างมาก แต่ทางเจ้าคณะก็ไม่ออกมารับหนังสือจากทางกลุ่มทั้งๆ ที่ได้มีการประสานเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ทางกลุ่มมาแค่ยื่นหนังสือร้องเรียนไม่ได้มาคุกคาม

นายอานนท์ กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้พระพยอมยังไปพูดเห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมาย ม.112 ของพรรคก้าวไกลในทำนองที่เห็นด้วยทั้งๆ ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ตีความออกมาแล้วว่าการไปปฎิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ถือเป็นการล้มล้างการปกครอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำ แล้วยิ่งพระพยอม ซึ่งมีผู้คนนับถือเป็นจำนวนมากมาพูดชี้นำแบบนี้ก็ทำให้ผู้คนหลงเชื่อกันไปใหญ่ ยิ่งทำให้เกิดความแตกแยกตามมา ซึ่งในกฎของสงฆ์มีข้อห้ามเอาไว้ว่าการทำให้สงฆ์แตกแยกถือเป็นอาบัติสังฆาทิเสส ดังนั้น การที่พระพยอม ออกมาพูดแล้วทำให้คนในสังคมเกิดความแตกแยกแบบนี้ถือเป็นอาบัติสังฆาทิเสสหรือไม่ ซึ่งทางกลุ่มจึงได้เดินทางมายื่นหนังสือกับทางเจ้าคณะจังหวัดนนทบุรีเพื่อทำการตรวจสอบพระพยอมในเรื่องนี้ 

"ที่ผ่านมาพระพยอมเป็ยฝ่ายกองเชียร์คนเสื้อแดงมากว่า 10 ปีแล้ว แต่มาในวันนี้กลับกลายเป็นคนเสื้อส้ม จนถึงขั้นเห็นด้วยกับกฎหมายที่พรรคก้าวไกลพยายามจะแก้ไข ม.112 ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง แล้วหลังจากที่พระพยอม ได้พูดชี้นำพาดพิง จนกลายเป็นข่าวไปแล้วนั้นตนยังไม่เห็นเลยว่าพระพยอมจะออกมาขอโทษกับทางสังคมเลย มีแต่ไปพูดกับสื่ออีกว่าจะเลิกพูดเกี่ยวกับการเมืองหลังเข้าพรรษาไปแล้วแค่นั้นตน และกลุ่มจึงเห็นว่าเรื่องนี้ทางเจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นผู้ปกครองโดยตรงของพระพยอม ควรดำเนินการตรวจสอบเพื่อลงโทษทางวินัยต่อไป แต่ทางเจ้าคณะจังหวัดไม่ออกมารับหนังสือ ทางกลุ่มก็จะเดินทางไปยื่นและติดตามเรื่องกับทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติต่อไป" นายอานนท์ กล่าว  - 003

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top