546.jpg
‘ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร’สกัดเคลื่อนย้าย‘ซากสุกร’ 2,000 กก. ไม่มีใบอนุญาต

‘ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร’สกัดเคลื่อนย้าย‘ซากสุกร’ 2,000 กก. ไม่มีใบอนุญาต

วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.35 น.

‘ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร’สกัดเคลื่อนย้าย‘ซากสุกร’ 2,000 กก. ไม่มีใบอนุญาต  

15 พฤศจิกายน 2566 นายณรงค์ รัตนตรัยวงศ์ หัวหน้าด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร มอบหมายให้ สารวัตรกรมปศุสัตว์ ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบ เฝ้าระวังเข้มงวดการเคลื่อนย้ายสัตว์ - ซากสัตว์ ตามนโยบายของท่านอธิบดีกรมปศุสัตว์  ที่ถนนชยางกูร บ้านคำอาฮวน ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ได้ตรวจพบรถกระบะยี่ห้อ มิตซูบิซิ สีขาว หมายเลขทะเบียนระยอง บรรทุกซากสุกร จำนวน 2,000 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบรถคันดังกล่าวไม่พบเอกสารในการขนย้ายสัตว์


จากการตรวจสอบผู้กระทำผิด พบว่าได้ทำการเคลื่อนย้ายซากสุกรจากต้นทาง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ไปยังปลายทาง อ.เมือง จ.มุกดาหาร โดยไม่มีใบอนุญาตเคลื่อนย้ายฯ  จากนั้นจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา เคลื่อนย้ายสัตว์ หรือซากสัตว์เข้า-ออก ผ่านเขตเฝ้าระวังโรคระบาดสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ต้นทาง เป็นความผิดตามมาตรา 22 และ เคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ข้ามเขตจังหวัดโดยไม่ได้รับอนุญาต ความผิดตามมาตรา 34 แห่ง พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 ด่านฯได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการ และทำบันทึกจับกุม ส่งตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร  เพื่อดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top