วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569
‘ศุภมาส’ชี้สางปมพิพาท‘จุฬาฯ-อุเทนถวาย’ ต้องคำนึงกฎหมายควบคู่ความรู้สึกนักศึกษา เผยมีความระแวงกลัวเอาพื้นที่ไปใช้เชิงพาณิชย์
เมื่อเวลา 09.45 น.วันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศุภมาส อิสรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้สัมภาษณ์ถึงข้อพิพาทระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เขตพื้นที่อุเทนถวาย เรื่องการย้ายอุเทนถวายออกจากพื้นที่ ว่า ได้รับรายงานจากที่ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนยุติข้อพิพาทการย้ายมหาวิทยาลัยที่มีปลัดกระทรวง อว.เป็นประธานเมื่อวันที่ 16 พ.ย.ว่า บรรยากาศในการประชุมเป็นไปด้วยเหตุและผล ทุกคนเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่าง ซึ่งมีข้อเสนอ 2 ทางเลือก โดยมีการเสนอให้ไปศึกษาก่อนว่าข้อเสนอที่เสนอมานั้นเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ก่อนที่จะมาสรุปกันในการประชุมครั้งต่อไป ถ้าเป็นไปได้จะเดินต่ออย่างไร แต่ถ้าเป็นไปไม่ได้ก็ต้องหาแนวทางใหม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า จุดยืนนักศึกษาอุเทนถวาย ถึงอย่างไรก็จะไม่ออกจากพื้นที่ใช่หรือไม่ น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า เท่าที่ฟังไม่ถึงขนาดนั้น เพียงแต่นักศึกษาอุเทนถวายต้องการภาพที่ชัดเจน โดยบอกว่าเคยมีการพูดคุยกันแบบนี้ แต่กลับไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ ซึ่งเป็นมาหลายครั้งแล้ว เพราะฉะนั้นครั้งนี้นักศึกษาจึงกลัวว่าเมื่อตกลงไปแล้วถึงเวลาก็จะไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้อีก
“นักศึกษาต้องการความชัดเจนว่าก่อนที่เขาจะเรียนจบจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง หรือเขาต้องไปอยู่ที่ไหน อย่างไร ใครจะดูแลแบบไหนอย่างไร เขาไม่รู้ว่าในอนาคตบทสรุปจะเป็นอย่างไร” น.ส.ศุภมาส กล่าว
เมื่อถามว่า ไทม์ไลน์การเจรจา จะได้ข้อสรุปเมื่อไร น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า เราคงไปกำหนดแบบนั้นไม่ได้ เพราะการไปตีกรอบก็เหมือนกับยิ่งไปเพิ่มอารมณ์ความรุนแรง เพียงแต่ตอนนี้ทุกคนอยากได้ข้อยุติที่เร็วที่สุด
เมื่อถามถึงรุ่นพี่ที่จบการศึกษาไปแล้ว แต่ยังมาสนับสนุนรุ่นน้องให้ดำเนินการแบบนี้อยู่ น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ในวงหารือเมื่อวันที่ 16 พ.ย. ก็มีศิษย์เก่ามาร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย ซึ่งในที่ประชุมได้มีข้อเสนอว่าอยากรับฟังจากอุเทนถวายว่าต้องการอะไรบ้าง และทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสามารถสนับสนุนข้อเสนอเหล่านี้อย่างไรได้บ้าง
“มีความเป็นไปได้ว่าถ้าอุเทนถวายเห็นภาพชัดว่าทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ที่คืนไปแล้ว ไม่ได้เอาไปใช้ในเชิงพาณิชย์ แต่เอาไปใช้เป็นสาธารณประโยชน์ อาจจะเป็นสวนสาธารณะหรือพิพิธภัณฑ์สำหรับเด็กเพื่อการศึกษาเหมือนกับหอศิลป์ใน กทม. แบบนี้อาจจะเป็นข้อเสนอใหม่ที่ทางอุเทนถวายอาจจะพิจารณาได้ ซึ่งน่าจะเป็นแนวโน้มที่ดี” รมว.อว. กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหานี้จะสามารถจบได้ในยุคนี้หรือไม่ น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ปัญหานี้มีมานานแล้ว คงไม่สามารถใช้คำว่าจบ แต่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในยุคนี้ และบังเอิญว่าช่วง 20 ปีที่ผ่านไม่มีคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด มีแต่การฟ้องร้องกันมาเรื่อยๆ ซึ่งยุคนี้ทุกฝ่ายต้องถือเอากฎหมายสูงสุด เพียงแต่ไม่สามารถยึดหลักกฎหมายอย่างเดียวได้ แต่ต้องยึดหลักความสงบเรียบร้อยและต้องดูแลความรู้สึกของบุคลากรทุกคนในอุเทนถวายด้วย เพราะเราคงไม่อยากเห็นสถาบันที่เราเรียนมาหายไปในช่วงข้ามคืน ดังนั้นเรื่องความรู้สึกของคน ของนักศึกษาถือเป็นเรื่องใหญ่ไม่แพ้เรื่องของหลักกฎหมาย ดังนั้นจึงต้องเป็นการบังคับใช้กฎหมายโดยสมัครใจ และทุกคนเห็นตรงกัน
-005
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี