542.jpg
อุโมงค์ถล่มดับ2  เส้นรถไฟดอยหลวง  แฉเหตุเจอฝนสะสม

อุโมงค์ถล่มดับ2 เส้นรถไฟดอยหลวง แฉเหตุเจอฝนสะสม

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เจ้าหน้าที่เร่งเคลียร์อุโมงค์ดอยหลวง จ.เชียงราย หลังจากเกิดเหตุนั่งร้านเหล็ก-ผนังหินถล่มทับคนงานดับ 2 ศพ สาหัส 2 ราย ด้าน ร.ฟ.ท.สั่งผู้รับจ้างหยุดงานชั่วคราว 2 วัน ตรวจสอบสภาพโครงสร้างอย่างละเอียด กำหนดมาตรการความปลอดภัยเพิ่มเติม หวั่นเกิดเหตุซ้ำรอย พร้อมเยียวยาผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุอุโมงค์ก่อสร้างโครงการรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ช่วงที่ 3 จากเชียงรายไปยังเชียงของ พื้นที่หมู่ 10 ต.โชคชัย อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย โดยกิจการร่วมค้า ซีเคเอสที-ดีซี 3 พังถล่ม มีนั่งร้านเหล็กและหินตกลงมาทับคนงานเสียชีวิต รวม 2 ราย และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย


ทั้งนี้ ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัทเอกชน ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการดังกล่าว ได้เข้าไปจัดการเก็บกวาดภายในอุโมงค์ที่เกิดเหตุและอุปกรณ์บริเวณบนเหล็กนั่งร้าน รวมทั้งหินตกลงมา โดยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยา และวิศวกร เข้าสำรวจและประเมินพื้นที่ก่อนปฏิบัติการ โดยเป็นไปด้วยความเรียบร้อยอย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถเดินหน้าป้องกันแนวผนัง รวมทั้งเข้าสู่กระบวนการ Protection ภายในอุโมงค์ได้

สำหรับผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวทราบชื่อคือ นายอภิเดช แก้วประเคน อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 166 หมู่ 7 ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี และนายตู้ ตู้ หุน อายุ 29 ปี สัญชาติเมียนมา ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส2 ราย ได้แก่ น.ส.สุภมาศ เขียวไสว อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56/3 หมู่ 7 ต.หวายเหนียว อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี และนายทูน ทูน วิน สัญชาติเมียนมา โดยทั้งสองเข้ารักษาตัวอยู่ที่ รพ.เชียงรายประชานุเคระห์

พ.ต.อ.อรรณพ เลิศสุวรรณ ผกก.สภ.ดอยหลวง ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบเหตุ ร่วมกับวิศวกรโครงการฯ และสอบสวนทราบว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 18.45 น.วันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา จากการตรวจสอบพบว่าเหตุที่เกิดขึ้น เนื่องจากคนงานขึ้นไปบนนั่งร้านเหล็กเพื่อเจาะยึดเหล็กเข้ากับผนังอุโมงค์ ซึ่งเป็นดินที่ถูกขุดเจาะแล้ว แต่ปรากฏว่าหินจากผนังได้หลุดร่วงลงมาทับคนงานอย่างกะทันหัน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ทั้งนี้ ร.ต.อ.พัลลภ สุขใจ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ดอยหลวง อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป

ด้านวิศวกรโครงการฯ ได้เคยออกมาระบุว่า การขุดเจาะอุโมงค์แล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2568 ทำให้ต้องรองรับปริมาณน้ำฝนที่มีมากถึง 1 ปีเต็ม ส่งผลทำให้ส่วนที่ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการ Protection อย่างเต็มรูปแบบ ถูกโจมตีโดยปริมาณน้ำสะสมดังกล่าว จนมีความอ่อนและผันแปรทางธรณีในที่สุด แต่หากมีการ Protection อย่างเต็มรูปแบบจะไม่เกิดเหตุเช่นนี้ รวมถึงการเปิดให้บริการในอนาคต

ขณะที่นายชูชีพ พงษ์ไชย ผวจ.เชียงราย เปิดเผยว่า ทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.เชียงราย มีการตรวจวัดปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่องดังนั้นโครงการฯ จะต้องนำผลการตรวจวัดนี้ไปวิเคราะห์ทางธรณีด้วย ซึ่งโครงการฯ รับจะดำเนินการและให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าไปตรวจประเมินต่อไป

ต่อมานายชูชีพ พร้อมด้วย นายอำเภอดอยหลวง นายสุรพงษ์ มาลาวิลาศ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ รักษาการหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.เชียงราย สาขาเชียงของ และนายประพัฒน์สีธิ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและปฏิบัติการ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.เชียงราย ได้เดินทางไปเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุครั้งนี้ที่ รพ.ดอยหลวง

สำหรับโครงการเส้นทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 อนุมัติให้ รฟท.ก่อสร้างด้วยงบประมาณ 85,345 ล้านบาท ตั้งแต่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ จนถึงชายแดนไทย-ลาว อ.เชียงของ รวมระยะทาง 323.1 กิโลเมตร ใช้เวลาก่อสร้าง 7 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จและสามารถเปิดให้บริการได้ในเดือนมกราคม 2571 โดยสัญญาที่ 3 ช่วงเชียงราย-เชียงของ ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 71 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 สิ้นสุดงานตามสัญญาวันที่ 14 มกราคม 2571 ระยะทางโครงการ 87 กิโลเมตร โดยมีอุโมงค์ดอยหลวงซึ่งเป็น 1 ใน 4 อุโมงค์ของโครงการนี้มีความยาว 3.4 กิโลเมตรและแผนงานสะสมคืบหน้าแล้ว 62.91% ผลงานสะสม 72.12% เร็วกว่าแผน 9.21%.

วันเดียวกัน ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รฟท.ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และส่งกำลังใจไปยังผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุที่เกิดขึ้นดังกล่าว โดยขณะนี้ รฟท.สั่งการให้บริษัทผู้รับจ้างหยุดการปฏิบัติงานในพื้นที่เกิดเหตุเป็นการชั่วคราว เป็นเวลา 2 วัน เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบสภาพโครงสร้าง สภาพแวดล้อมในการทำงาน และหาสาเหตุของเหตุการณ์อย่างละเอียดรอบด้าน ก่อนกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีก

พร้อมกันนี้ รฟท.ได้มอบหมายให้บริษัทผู้รับจ้างร่วมกับ รฟท.ดูแล เยียวยา และให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ และครอบครัวอย่างเต็มที่ ทั้งด้านการรักษาพยาบาล สิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย และการช่วยเหลือด้านอื่นๆ นอกจากนี้ รฟท.ยังสั่งการให้ทบทวนมาตรการความปลอดภัยของงานก่อสร้างอุโมงค์ และงานก่อสร้างโครงสร้างขนาดใหญ่ในทุกโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ พร้อมกำชับให้ผู้รับจ้าง ผู้ควบคุมงาน และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการดำเนินโครงการจะเป็นไปด้วยความปลอดภัยสูงสุด หากมีความคืบหน้าเกี่ยวกับผลการตรวจสอบสาเหตุของเหตุการณ์ รฟท.จะแจ้งให้ประชาชนทราบต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top