546.jpg
'อดีตสส.ปชป.-ทนายนกเขา'ร้องศาลฎีกานักการเมือง ขอไต่สวนบังคับคดีปม'นักโทษเทวดา'

'อดีตสส.ปชป.-ทนายนกเขา'ร้องศาลฎีกานักการเมือง ขอไต่สวนบังคับคดีปม'นักโทษเทวดา'

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 17.18 น.

อดีต สส.นครนายก “ชาญชัย” จับมือ "ทนายนกเขา" ร้องศาลฎีกานักการเมือง ขอไต่สวนบังคับคดีปม "นักโทษเทวดา" ย้ำต้องยึดข้อกำหนดศาลฯ หมวด 9 ข้อที่ 62 ชี้ “กรมคุก” หน่วยงานรัฐส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ ขัดต่อกฏกระทรวงยุติธรรมและระเบียบปี 63

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 ธันวาคม ที่ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.นครนายก  พรรคประชาธิปัตย์ และนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา ได้ร่วมกันยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯเพื่อขอให้ศาลไต่สวนคดีที่ศาลฎีกาฯ ได้พิพากษาคดีถึงที่สุดแล้ว คือ


1. คดีหมายเลขดำที่ อม.3/2551  คดีหมายเลขแดงที่ อม.4/2551 ระหว่างคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เป็นโจทก์ฟ้อง อดีตพ.ต.ท. ทักษิณ หรือนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี   เป็นจำเลย ซึ่งเป็นคดี ให้ธนาคารเอ็กซิมแบงก์ปล่อยกู้เงินแก่เมียนม่า 4,000 ล้านบาท โดยศาลฎีกาฯพิพากษาว่า นายทักษิณจำเลย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา152(เดิม) ลงโทษจำคุกจำเลย 3 ปี ไม่รอลงอาญา

2. คดีหมายเลขดำที่ อม.1/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม.10/2552 ระหว่าง คตส. โดย ปปช. เป็นโจทก์  ฟ้องอดีต พ.ต.ท.ทักษิณหรือนายทักษิณ ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี  ที่ 1 กับพวกรวม 47 คน เป็นจำเลย คดีร่วมกันทุจริตโครงการหวยบนดิน  โดยศาลฎีกาฯมีคำพิพากษาจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ให้จำคุก 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา

3. คดีหมายเลขดำที่ อม.9/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม.5/2551 ของศาลนี้ ระหว่างอัยการสูงสุด (อสส.)เป็นโจทก์ ฟ้อง อดีตพ.ต.ท.ทักษิณ หรือนายทักษิณ  อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นจำเลย คดี ให้นอมินีถือหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด  และเข้าไปมีส่วนได้เสียในกิจการโทรคมนาคม

โดยศาลฎีกาฯสั่งพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ปปช.  พ.ศ. 2542 มาตรา 100 วรรค 1(2) และมาตรา 122 วรรค 1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152(เดิม) ซึ่งเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรม พิพากษาให้จำคุก 5 ปี นับโทษจำคุกของจำเลยต่อจากโทษจำคุกในก่อนหน้านี้ โดยศาลได้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดแต่ละคดีแล้วโดยจำเลยหลบหนีไปต่างประเทศเวลา 16 ปี

แต่กลับปรากฏว่า เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2566 ครอบครัวของจำเลย ได้ยื่นหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษและได้รับการอภัยโทษ ให้ลดโทษจำคุกจากโทษจำ 8 ปี เหลือจำคุก 1 ปี ซึ่งเป็นพระมหากรุณาที่คุณแก่จำเลยและครอบครัวแล้ว แต่เมื่อจำเลยเดินทางเข้าประเทศไทยในวันที่ 22 สิงหาคม 2566  กลับไม่ได้รับโทษจำคุกจริง  โดยมีการอ้างเหตุว่า จำเลยป่วย  ต้องเข้ารับการรักษาตัวในรพ.ตำรวจ ชั้น 14  โดยกรมราชทัณฑ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำเป็นการขัดต่อกฏกระทรวงยุติธรรมและระเบียบปี พ.ศ.2563 อีกด้วย

“ดังนั้น พวกผม จึงได้ทำคำร้องนี้ ยื่นต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อขอให้ดำเนินการไต่สวน กรณีมีบุคคล คณะบุคคลหรือเจ้าหน้าที่ ร่วมกันกระทำให้ไม่เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลฯ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพ.ศ. 2562 หมวด 9 เกี่ยวกับการบังคับคดี ข้อที่ 62 ที่ระบุว่า  ‘เมื่อบุคคลภายนอกยื่นคำร้องหรือคำขอต่อศาลในชั้นบังคับคดีให้ผู้พิพากษาประจำแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกาอย่างน้อยสามคนเป็นองค์คณะพิจารณาชี้ขาดคำร้องหรือคำขอดังกล่าว’ จึงขอให้ศาลฎีกาฯ พิจารณาคำร้องดังกล่าวด้วย

นายชาญชัย เปิดเผยว่า "ทั้ง 3 คดีนี้ ยังอยู่ในอำนาจของศาลฎีกาฯ ตามคำพิพากษาของ อีกทั้งผมเคยทำหน้าที่เป็น อดีตรองประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษา เสนอแนะมาตรการและกลไกในการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และอดีต สส. ที่ได้ติดตามตรวจสอบเรื่องเหล่านี้มาโดยตลอดจึงขอใช้สิทธิให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ปีพ.ศ.2560 มาตรา 41   (3) ที่ระบุให้สิทธิ์ในการฟ้องหน่วยงานรัฐให้รับผิดชอบเนื่องจากการกระทำหรือการละเว้นการกระทำของข้าราชการพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ.-001

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top