อุตุฯเตือนระวังมรสุม  ถล่มพื้นที่31จังหวัด  ทั่วไทยมีฝนเพิ่มขึ้น  หลายจุดเสี่ยงน้ำท่วม

อุตุฯเตือนระวังมรสุม ถล่มพื้นที่31จังหวัด ทั่วไทยมีฝนเพิ่มขึ้น หลายจุดเสี่ยงน้ำท่วม

วันอังคาร ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

อุตุฯเตือนระวังมรสุม

ถล่มพื้นที่31จังหวัด

ทั่วไทยมีฝนเพิ่มขึ้น

หลายจุดเสี่ยงน้ำท่วม

 

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนมรสุมกำลังแรง หลายพื้นที่ในประเทศไทยได้รับผลกระทบมีฝนตกเพิ่มขึ้น พร้อมเตือน 31 จังหวัด เตรียมรับมือ กทม.และปริมณฑลโดนด้วย


เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2567 กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย ในช่วงนี้ว่า ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 5-15 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร และอำนาจเจริญ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี และสระบุรี ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

และภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร ขณะที่กรุงเทพและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระพงศ์ รัตนศรี นายอำเภอปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ได้รับแจ้งเหตุเกิดน้ำท่วมบริเวณศูนย์วิจัยพืชไร่ อ.ปางมะผ้า จึงได้ประสานงานไปยังนายนิกร แก้วโมรา หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย ระดมกำลังพร้อมด้วยหน่วยทหาร ตำรวจ อบต. สถานีควบคุมไฟป่าปางมะผ้า และเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย นำกำลังพร้อมอุปกรณ์เข้าไปในที่เกิดเหตุ ซึ่งมีระดับน้ำสูงกว่า 160 เซนติเมตรและปริมาณน้ำได้ท่วมสูงอย่างต่อเนื่อง พบมีคนติดอยู่ในรีสอร์ทในหมู่บ้านบ้านไร่จำนวน 6 ราย ประกอบด้วยชาย 3 คน เป็นเด็ก 2 คน และหญิง 3 คน เนื่องจากตั้งแต่คืนวันที่ 11 สิงหาคม ถึงเช้าวันที่ 12 สิงหาคม 2567 มีฝนตกต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร บ้านไร่ และบ้านท่าไคร้ หมู่ที่ 3 ต.สบป่อง อ.ปางมะผ้า และเส้นทางระหว่างทางหลวงแผ่นดิน 1095 -บ้านไร่ ได้ถูกน้ำท่วม ราษฎรไม่สามารถเดินทางสัญจรได้

จากการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ติดอยู่ในรีสอร์ทพบว่าไม่ได้เป็นนักท่องเที่ยว แต่เป็นเจ้าของรีสอร์ท NA TURE และลูกจ้างในรีสอร์ท โดยทางเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย ได้ใช้แพยางขนย้ายออกจากพื้นที่รีสอร์ท มายังที่ปลอดภัยได้แล้ว

ด้านนายทะนงศักดิ์ นิรากรณ์ ผอ.ห้องปฏิบัติการเฝ้าระวังและเตือนภัยน้ำหลาก-ดินถล่ม กองวิจัย พัฒนาและอุทกวิทยา (กวพ.) กรมทรัพยากรน้ำ (ทน.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้แจ้งข้อมูลการเตือนภัย เตือนภัยเฝ้าระวัง (สีเขียว) พื้นที่บ้านปางคาม ต.ปางมะผ้า อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ปริมาณฝนสะสม 12 ชั่วโมง 86.5 มิลลิเมตร ปริมาณฝนสะสม 15 นาที 5.0 มิลลิเมตร และในวันเดียวกัน (12 ส.ค.67) ที่บ้านทุ่งมะส้าน ต.ห้วยผา อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอนมีฝนสะสม 12 ชม = 53.50 มม. ระดับฝนค่อนข้างตกหนัก ต้องติดตามสถานการณ์น้ำหลากอย่างใกล้ชิด โดยพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่มีทางน้ำไหล และพื้นที่เสี่ยงดิินโคลนถล่ม ต้องติดตามเฝ้าระวัง ผลกระทบจากสภาวะฝนต่อเนื่อง

ทร.สนับสนุนเรือผลักดันน้ำเร่งระบายน้ำ จ.นครนายก

พล.ร.ท.พาสุกรี วิลัยรักษ์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือ เป็นประธานปล่อยขบวนรถลำเลียงเรือผลักดันน้ำ พร้อมกำลังพล อุปกรณ์และยุทโธปกรณ์ เพื่อไปปฏิบัติภารกิจผลักดันน้ำในพื้นที่อำเภอองครักษ์ จ.นครนายก ณ อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ

โดยสถานการณ์ปัจจุบันมวลน้ำจากช่องทางน้ำต่างๆในพื้นที่ตอนบนของ จ.นครนายก ได้ไหลลงมารวมกับน้ำฝนที่ตกในเขตพื้นที่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก ซึ่งมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ลุ่มต่ำทำให้มีน้ำเอ่อล้นตลิ่งและท่วมบ้านเรือนประชาชน ตลอดจนพื้นที่การเกษตรในพื้นที่ลุ่มต่ำของ อ.องครักษ์ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือ จึงได้สั่งการให้กรมอู่ทหารเรือ จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจผลักดันน้ำจังหวัดนครนายก (ฉก.ผลักดันน้ำ จว.นครนายก) โดยจัดเรือผลักดันน้ำ จำนวน 30 ลำ พร้อมกำลังพล อุปกรณ์ และยุทโธปกรณ์ จากอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจตามที่จังหวัดนครนายกร้องขอ โดยจะทำการติดตั้งเรือผลักดันน้ำทั้ง 2 จุด บริเวณสะพานโยทะกา ตำบลบางสมบูรณ์ จำนวน 20 ลำ และบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำนครนายก บริเวณตำบลทรายมูล จำนวน 10 ลำ และจะทำการเดินเครื่องผลักดันน้ำทันทีเมื่อติดตั้งเสร็จ เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อ.องครักษ์ จ.นครนายก ให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top