กทม.-ภาคกลางโล่ง
ศปช.ยันไม่ท่วมแน่
เจ้าพระยาลดปล่อยน้ำ
เตือนใต้ระวังดินถล่ม
ศปช.เผยสถานการณ์ฝนตกลดลง“กทม.-จังหวัดภาคกลาง”โล่งใจได้น้ำไม่ท่วมแน่ หลังเขื่อนเจ้าพระยาลดปล่อยน้ำต่อเนื่องใกล้สู่ภาวะปกติ ย้ำเตือน 13 จังหวัดใต้ฝนยังหนัก เตือนเฝ้าระวังดินถล่ม นายกฯสั่งกระทรวงแรงงาน เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม 41 จังหวัด เคาะมาตรการ ช่วยผู้ประกอบการ-ผู้ประกันตนมาตรา 33 มาตรา 39 ลดอัตราเงินสบทบ-ปรับลดจ่ายเงินสมทบ 6 เดือน
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีให้นโยบายช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยให้ได้ครบทุกรูปแบบ ล่าสุดกระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการและผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 41 จังหวัด รวมทั้งเจ้าหน้าที่และเครือข่ายผู้ประกันตนมาตรา 40 ในพื้นที่ 41 จังหวัด ผ่านการลดภาระทางการเงิน เสริมสภาพคล่องในการดำรงชีพ มั่นใจเป็นส่วนหนึ่งในการเยียวผู้ประสบภัยได้ตรงจุด
สั่งเยียวยาผู้ประกันตนเหยื่อน้ำท่วม
นายจิรายุกล่าวต่อว่า สำหรับการกำหนดมาตรการช่วยเหลือผู้ประกันตนมาตรา 33 และผู้ประกันตนมาตรา 39 ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมมีดังนี้ ปรับลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา 33 และนายจ้างจากร้อยละ 5 ของค่าจ้างต่อเดือน เป็นร้อยละ 3 ของค่าจ้างต่อเดือน และปรับลดการจ่ายเงินสมทบจาก 432 บาทต่อเดือนลดลงเป็น 283 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่งวดเดือนตุลาคม 2567 – มีนาคม 2568 สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 39 พร้อมขยายระยะเวลายื่นแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบของนายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 ทั้งหมด 4 งวด ได้แก่ 1.งวดเดือนกันยายน 2567 เป็นภายในวันที่ 15 มกราคม 2568 2.งวดเดือนตุลาคม 2567 เป็นภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 3.งวดเดือนพฤศจิกายน 2567 เป็นภายในวันที่ 15 มีนาคม 2568 และ4.งวดเดือนธันวาคม 2567 เป็นภายในวันที่ 15 เมษายน 2568 นอกจากนี้ สปส.ยังให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และเครือข่ายผู้ประกันตนมาตรา 40 ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ผ่านการมอบถุงยังชีพและเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยประมาณ 490 รายอีกด้วย
ขณะที่ผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ร้อยละ 50 ของค่าจ้าง โดยได้รับสูงสุดไม่เกินระยะเวลา 6 เดือน และสำหรับผู้ประกันตนที่ป่วยเป็นโรคไตและได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมสำนักงานประกันสังคมขยายระยะเวลาวันเริ่มมีสิทธิกรณีบำบัดทดแทนไตและยา Erythropoietin โดยสามารถย้อนหลังเกินกว่า 30 วันก่อนวันผู้ประกันตนยื่นคำขอ และในกรณีฟอกเลือดน้อยกว่าครั้งละ 4 ชั่วโมง และหรือน้อยกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์ สามารถเบิกค่าบริการทางการแพทย์ได้ รวมทั้งสามารถเบิกกรณีฟอกเลือดได้เกินอัตราที่กำหนดเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 2,000 บาทต่อครั้ง และชำระค่าบริการทางการแพทย์หลังการปลูกถ่ายไตให้สถานพยาบาลอื่นที่ให้บริการตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนด ทั้งนี้ กรณีมีค่าบริการทางการแพทย์นอกเหนือจากที่กำหนดสามารถส่งเรื่องหารือคณะกรรมการการแพทย์ได้
เขื่อนเจ้าพระยาลดระบายน้ำเหลือ1,451ลบ.ม.
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม หรือ ศปช. และ ศปช. ส่วนหน้า แถลงหลังประชุม ศปช.ว่า จากแนวโน้มฝนภาคเหนือ ภาคกลางที่ลดลงต่อเนื่องช่วงนี้ทำให้ปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาสถานี C.2 นครสวรรค์ ลดลงเหลือ 1,808 ลูกบาศก์เมตร/วินาที (ลบ.ม./วินาที) และการระบายน้ำล่าสุด (16 ตุลาคม เวลา 06.00 น.) ศปช.ปรับการระบายน้ำลงเหลือ 1,451 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำที่เคยได้รับผลกระทบใกล้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ เช่น คลองโผงเผง วัดไชโย อ.ไชโย จ.อ่างทอง คลองบางบาล แม่น้ำน้อยบริเวณ ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา วัดสิงห์ อ.อินทร์บุรี อ.เมือง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี มีระดับน้ำลดลง
กทม./จว.ท้ายน้ำโล่ง-เจ้าพระยาน้ำลด
นายจิรายุกล่าวต่อว่า ศปช.ยังรายงานด้วยว่า เวลา 09.00 น.วันนี้ ที่สถานี C.29A อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ย 1,326 ลบ.ม./วินาที มีแนวโน้มลดลงและจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และจังหวัดท้ายน้ำภาคกลาง จากการปรับลดระบายน้ำวันนี้ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนจะลดลงอีก 20-30 เซนติเมตร โดยที่ประชุม ศปช.คาดว่าสัปดาห์หน้า ถ้าไม่มีฝนตกเพิ่ม จะปรับลดระบายน้ำเหลือ 700-800 ลบ.ม./วินาที จะช่วยให้จุดต่ำที่สุดของลุ่มเจ้าพระยาจะกลับสู่ภาวะปกติ
13จว.ใต้เสี่ยงดินถล่ม-ระวังน้ำหลาก
ส่วนที่ภาคใต้ นายจิรายุกล่าวว่า จากปริมาณฝนที่ยังตกหนักถึงหนักมากในภาคใต้ต่อเนื่อง ยังคงมีจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังน้ำหลากดินถล่มต่อเนื่องใน 13 จังหวัด โดยศปช.ขอแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงดินถล่มใน 13 จังหวัดเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการ ได้แก่
จ.ประจวบคีรีขันธ์ (บางสะพาน บางสะพานน้อย) ภาคใต้ 12 จังหวัด จ.ชุมพร (ท่าแซะ พะโต๊ะ) จ.สุราษฎร์ธานี (คีรีรัฐนิคม กาญจนดิษฐ์) จ.นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง ช้างกลาง) จ.กระบี่ (เมืองกระบี่ เขาพนม เกาะลันตา) จ.ภูเก็ต (เมืองภูเก็ต กะทู้ ถลาง) จ.ตรัง (ย่านตาขาว ปะเหลียน ห้วยยอด นาโยง) จ.สตูล (ควนโดน ควนกาหลง ละงู ทุ่งหว้า มะนัง) จ.พัทลุง (กงหรา ศรีบรรพต ศรีนครินทร์ เขาชัยสน ตะโหมด ควนขนุน) จ.สงขลา (หาดใหญ่ สะบ้าย้อย จะนะ นาทวี รัตภูมิ สะเดา) จ.ปัตตานี (โคกโพธิ์ หนองจิก ปะนาเระ มายอ ทุ่งยางแดง สายบุรี ยะรัง) จ.นราธิวาส (บาเจาะ ยี่งอ ระแงะ รือเสาะ ศรีสาคร แว้ง สุคิริน สุไหงปาดี จะแนะ เจาะไอร้อง) จ.ยะลา (เบตง ธารโต กาบัง บันนังสตา ยะหา รามัน กรงปินัง) ศปช. ขอให้ประชาชนเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำหลากดินถล่ม หากต้องการความช่วยเหลือโทรสายด่วนได้ที่ 1567 ตลอด 24 ชม.
นายจิรายุกล่าวด้วยว่า จากการวิเคราะห์ปริมาณน้ำฝนที่ อ.ธารโต ยะลา มีปริมาณฝนตกมากถึง 194 มม. และเป็นฝนที่ตกเหนือเขื่อนบางลาง ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนบางลางเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่มีผลกระทบต่อปัญหาน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่
เชียงใหม่ปิดศูนย์ฯช่วยน้ำท่วมลุยฟื้นฟูเมือง
ด้านนายทศพล เผื่อนอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงภาพรวมผลการดำเนินงานของศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดเชียงใหม่ หลังเปิดเป็นศูนย์เฉพาะกิจบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย ที่ตั้งขึ้นภายใต้ศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ ปฎิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 5-14 ตุลาคมว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำคลี่คลายแล้ว ประชาชนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ จึงปิดภารกิจการดำเนินการของศูนย์ฯ แต่ทุกหน่วยงานยังเดินหน้าปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือประชาชนเช่นเดิมภายใต้บริบทของแต่ละหน่วยงาน เพียงกลับไปทำงานยังที่ตั้งของตนเท่านั้น ไม่ได้หยุดการช่วยเหลือประชาชนแต่อย่างใด
“จากนี้จังหวัดเชียงใหม่จะเร่งเดินหน้าฟื้นฟูบ้านเมืองให้กลับมาสะอาด สวยงามเหมือนเดิมให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตและประกอบธุรกิจได้ตามปกติโดยเร็ว โดยเฉพาะการเก็บขยะข้างทาง กวาดล้างทำความสะอาดถนน ตรอก ซอย รวมถึงบ้านเรือนของประชาชน ควบคู่กับการดูแลสุขภาพจิตใจ สุขภาพร่างกายของประชาชนจากโรคที่มาจากน้ำท่วม ซึ่งอบจ.เชียงใหม่ อปท. ในพื้นที่ตลอดจนหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ที่มาจากต่างจังหวัดระดมรถน้ำ รถเก็บขยะ กำลังพลเร่งทำความสะอาด ฉีดล้างถนนตามเส้นทางต่างๆ ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด”นายทศพลระบุ และว่า นอกจากนี้ จังหวัดยังนำเหตุน้ำท่วมที่เกิดขึ้นมาถอดบทเรียน เตรียมแผนป้องกันรับมือ เมื่อต้องเผชิญสถานการณ์รุนแรงเช่นนี้ให้ดีขึ้น พร้อมเสนอที่ประชุม ครม.สัญจร ที่จะจัดขึ้นเดือนพฤศจิกายน เพื่อนำไปหามาตรการช่วยเหลือจังหวัดเชียงใหม่ระยะต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี