533.jpg
เตือนไทยฝนหนัก  อิทธิพลพายุ‘จ่ามี’  ช่วง28-29ตุลาคม

เตือนไทยฝนหนัก อิทธิพลพายุ‘จ่ามี’ ช่วง28-29ตุลาคม

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.45 น.
Tag :

เตือนไทยฝนหนัก

อิทธิพลพายุ‘จ่ามี’

ช่วง28-29ตุลาคม

อุทัยฯยังจม2ตำบล

อุตุฯประกาศเตือนพายุ“จ่ามี”ฝนตกหนัก 28-29 ตุลาคม ‘อุทัยธานี’2หมู่บ้านใน 2 ตำบลอ่วม น้ำท่วมขังมานานกว่า7วัน น้ำประปาใช้ไม่ได้ ต้องซื้อน้ำขวดมาใช้หุงต้มทดแทน ยังคงเฝ้าระวังน้ำเพิ่มระดับขึ้นอีก เร่งฟื้นฟูแ’ม่สาย’วันสุดท้าย ก่อนส่งมอบท้องถิ่น เตรียมกระตุ้นเที่ยวรับไฮซีซั่น ไทยขยับป้องท่วมแม่สายสร้างพนังกั้นน้ำตลอดแนว คุย‘เมียนมา’รื้อ33ข่ตึกรุกลำน้ำ2ฝั่ง เปิดทางไทยเข้าติดเครื่องเตือนภัยแล้ว

เมื่อเวลา 11.00น.วันที่ 27ตุลาคม 2567 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง “พายุ “จ่ามี” ฉบับที่ 12” ระบุว่า เมื่อเวลา 10.00น.ของวันนี้ (27 ต.ค. 2567) พายุโซนร้อนกำลังแรง “จ่ามี” บริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม และอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนแล้ว โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 16.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.0 องศาตะวันออกมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางใต้เล็กน้อยด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยพายุนี้จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่จะทำให้มีลมฝ่ายตะวันตกและลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดเข้าหาศูนย์กลางของพายุมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมีแนวพัดสอบของลมตะวันตกเฉียงเหนือและลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน


อุตุเตือนทั่วไทยฝนตกหนัก28-29ต.ค.

ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก กับมีลมแรงในช่วงวันดังกล่าว หลังจากนั้นพายุนี้จะเคลื่อนตามแนวชายฝั่ง และจะเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนตัวออกห่างจากชายฝั่งประเทศเวียดนามกลับไปทางทะเลจีนใต้ โดยมีแนวโน้มอ่อนกำลังลง ในช่วงวันที่ 28–29 ต.ค. 67 ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง ลมตะวันตกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ในช่วงวันที่ 27-29 ต.ค.67ทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย

จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากมีดังนี้ ในวันที่ 27 ตุลาคม2567 ภาคเหนือ: จังหวัดพิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดสกลนคร นครพนม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ศรีษะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง: จังหวัดสุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ จังหวัดพังงา ภูเก็ต ตรัง และสตูล ในวันที่ 28 ตุลาคม2567 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดมุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ภาคใต้: จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรังและสตูล

ในวันที่ 29ตุลาคม2567 ภาคใต้ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

‘อุทัยธานี’2หมู่บ้าน2ตำบลยังอ่วม

ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี หลังเขื่อนเจ้าพระยาคงอัตราการระบายน้ำเพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน โดยปริมาณน้ำเหนือที่ไหลลงเขื่อนเจ้าพระยาลดลง วัดได้ 1,892 ลบ.ม./วิ ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำที่ 1,699 ลบ.ม./วิ เพื่อทรงตัวระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาที่ 17.29 ม.รทก. ซึ่งยังคงส่งผลให้ 2 หมู่บ้านใน 2 ตำบล อย่างหมู่ 1 ต.เกาะเทโพ และหมู่ 6 ต.ท่าซุง ซึ่งเป็นหมู่บ้านติดกัน พบว่ามีบ้านเรือนที่พักอาศัย ถูกน้ำท่วมขังแล้วประมาณ147หลังคาเรือน ตลอดจนพื้นที่การเกษตรทั้งนาข้าว พืชสวน พืชไร่ และผักสวนครัว ต่างถูกน้ำท่วมขังได้รับความเสียหายด้วยเช่นกัน โดยระดับน้ำท่วมสูงอยู่ที่ประมาณ 20-30 เซนติเมตร

นางอำนวย แก้วซุง อายุ 65 ปี และนายจเร แก้วซุง อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 6 ตำบลท่าซุง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เล่าว่า บ้านตนอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่ดังกล่าวนั้นจะมีน้ำเข้าท่วมเกือบจะทุกปี โดยปีนี้นั้นน้ำเข้าท่วมมา 3 ครั้งในเดือนเดียวกัน โดยครั้งล่าสุดนี้ท่วมขังมาประมาณ 1 อาทิตย์กว่าแล้ว ซึ่งตอนนี้อยากได้ข้าวสารอาหารแห้งไว้กักตุนเพื่อไว้รับประทานในยามฉุกเฉิน ประกอบกับน้ำประปาในหมู่บ้านเริ่มใช้ไม่ได้เพราะสูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยามาจึงมีสีคล้ายโคลน ไม่สามารถใช้หุงข้าวได้ จึงต้องซื้อน้ำที่บรรจุใส่ถังและขวดที่ร้านค้าในหมู่บ้านมาใช้แทน ซึ่งก็หวังว่าน้ำนั้นจะลดในเร็ววันนี้ และยังคงต้องเฝ้าระวังว่าระดับน้ำนั้นจะท่วมสูงขึ้นอีกหรือไม่

ระดมกำลังฟื้นฟู’แม่สาย’วันสุดท้าย

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงกลาโหม โดยการนำของ พล.ต.บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ยังคงจัดกำลังพลเข้าทำการช่วยเหลือพื้นฟูบ้านเรือนให้กับประชาชนชาวอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งแม้การฟื้นฟูเกือบจะแล้วเสร็จทั้งหมดแต่ก็ยังมีดินโคลนหลงเหลือในบ้านเรือน และถนน ในชุมชนเหมืองแดงและไม้ลุงขน แต่ก็มีจำนวนไม่กี่หลัง โดยเจ้าหน้าที่เร่งนำดินโคลนออกและฉีดน้ำชำระล้างให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ ก่อนที่จะมีการส่งมอบคืนพื้นที่ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและทางอำเภอแม่สาย ดำเนินการต่อในวันพรุ่งนี้ (28 ต.ค.) โดยจะมีทาง นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย เดินทางมาทำพิธีมอบคืนพื้นที่บริเวณด่านแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และเพื่อเตรียมความพร้อมด้านที่อยู่อาศัยเจ้าหน้าที่ส่วนงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งแจกจ่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ที่จำเป็นภายในครัวเรือน เช่น ตู้เสื้อผ้า เครื่องครัว และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน แจกจ่ายให้กับประชาชนผู้ประสบภัยด้วย

ขณะเดียวกันทางด้าน นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ทำพิธีเปิดเมือง “เชียงราย พร้อมเที่ยว” เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวหลังอุทกภัยใหญ่ ต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว ขึ้นที่บริเวณสวนตุงและโคม เทศบาลนครเชียงราย โดยมี นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีจำนวนมาก

ก่อนถึงเทศกาลท่อเที่ยวช่วงไฮซีซั่น

นายวันชัย กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังการฟื้นฟูพื้นที่จากอุทกภัยที่สร้างความเสียหายอย่างมากในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงราย โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่และจากจังหวัดต่างๆ ในการฟื้นฟูและช่วยเหลือผู้ประสบภัย และกล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันฟื้นฟูจังหวัดเชียงรายและสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับจังหวัด ทั้งนี้ งาน “เชียงราย พร้อมเที่ยว” มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ฟื้นฟูการท่องเที่ยวและการค้าภายในจังหวัด รวมถึงส่งเสริมภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงรายให้กลับมาเป็นที่นิยมและน่าเชื่อถือในสายตานักท่องเที่ยวอีกครั้ง โดยมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ตลอดฤดูกาล เช่น เทศกาลวันลอยกระทง ลอยสะเปา ล่องนที สะหลียี่เป็ง งานเทศกาล Lanna Winter Wonderland งานเชียงรายดอกไม้งามปีที่ 21 และตักบาตรดอกไม้ เทศกาลดนตรีในสวน Music in the Park เทศกาลอาหารเชียงราย อาหารชาติพันธุ์ อาหารฮาลาล เทศกาลดนตรีส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ Countdown 2025 พิธีตักบาตรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ และงานประเพณีสงกรานต์ 2568 เป็นต้น

ป้องน้ำท่วมพนังกั้นน้ำตลอดแนว

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.เชียงราย ว่า จากกรณีเกิดน้ำท่วมใหญ่พื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ทำให้ล่าสุดนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย (รอง ผวจ.เชียงราย) มีคำสั่ง จ.เชียงราย ที่ 5479/2567 เรื่อง “แต่งตั้งคณะทำงานสำรวจและออกแบบการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง และการขุดลอกในแม่น้ำสาย-แม่น้ำรวก (ฝ่ายไทย)” เพื่อแก้ไขปัญหาอุกทกภัยที่เกิดขึ้นตลอดแนวแม่น้ำทั้ง 2 สาย ทั้งนี้ คณะกรรมการดังกล่าวมีหลายฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายอำนวยการและที่ปรึกษา พบว่า มีทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด,อัยการจังหวัด ,รองผู้ว่าราชการจังหวัด,รอง ผอ.รมน.จังหวัด (ฝ่ายทหาร) , ปลัดจังหวัด , ผบก.ภ.จว.เชียงราย , กรมกิจการชายแดนทหาร , กรมแผนที่ทหาร , กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย , สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

นอกจากนี้ ยังมีคณะทำงาน สำรวจและออกแบบเขื่อนป้องกันตลิ่งและการขุดลอกในแม่น้ำสาย-แม่น้ำรวก ซึ่งมีโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเป็นประธาน ส่วนกรรมการเป็นฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น นายอำเภอแม่สาย , กรมธนารักษ์ , ที่ดินจังหวัด , ป่าไม้ , ชลประทานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 1 เชียงราย , ตำรวจ , ท้องถิ่น , กำนัน ฯลฯ รวมทั้งมีคณะทำความเข้าใจกับผู้จะได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างดังกล่าว นำโดยนายอำเภอแม่สายอีกด้วย ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เริ่มออกสำรวจพื้นที่เพื่อวางแผนดำเนินการแล้ว

เตรียมสร้างพนังกั้นลำน้ำตลอดแนว

ที่ผ่านมา จ.เชียงราย เคยมีการประชุมและมีแนวคิดว่าจะกันพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำสายออกมาประมาณ 40 เมตร เพื่อก่อสร้างแนวกั้นตลิ่งและให้น้ำระบายได้สะดวก เนื่องจากในปัจจุบันริมฝั่งเต็มไปด้วยอาคารกั้นทางน้ำ หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในปี2568 หลังจากเมื่อเร็วๆนี้ ที่ห้องประชุมด่านศุลกากรแม่สาย อ.แม่สาย พล.ท.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เจ้ากรมกิจการชายแดน เดินทางไปประชุมร่วมกับ พล.จ.โซหล่าย ผู้บัญชาการภาคสามเหลี่ยม ประเทศเมียนมา ซึ่งฝ่ายไทยขอบคุณฝ่ายเมียนมาที่ให้ความร่วมมือให้เข้าไปติดตั้งเครื่องโทรมาตรเพื่อวัดระดับน้ำสำหรับแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมจำนวน 4 จุด ได้แก่ บ้านโจตาดา , บ้านดอยต่อคำ , สะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 และแม่น้ำรวก โดยะนำไปติดตั้งตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค.-2 พ.ย.นี้ ซึ่งจะสามารถแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมล่วงหน้าได้ภายใน 8 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ที่ประชุมหารือกันเรื่องอาคารกีดขวางและรุกลำน้ำซึ่งเกิดขึ้นทั้ง 2 ฝั่งประเทศ โดยฝ่ายไทยแจ้งว่าจะต้องรื้อถอนออก โดยฝ่ายไทยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ทำให้ฝ่ายเมียนมายินดีและจะทำการรื้อถอนสิ่งรุกล้ำลำน้ำด้วยเช่นกัน พร้อมแจ้งว่าใน จ.ท่าเหล็ก มีอาคารล้ำแม่น้ำสายจำนวน 33 หลัง ซึ่งพร้อมจะรื้อถอนพร้อมกับฝ่ายไทยต่อไป ทั้งนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายจะนำผลการประชุมแจ้งต่อที่ประชุมคณะกรรมการร่วมไทย-เมียนมา เกี่ยวกับเขตแดนคงที่ ช่วงแม่น้ำสาย-แม่น้ำรวก (Thailand- Myanmar Joint Committee Relating to the Fixed Boundary on Mae Sai – Nam Ruak Rivers Sector : JCR) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 5-7 พ.ย.2567 ที่กรุงเทพฯ ต่อไป

‘ภูมิธรรม’ส่งมอบพื้นที่ฟื้นฟู28ตุลาคม

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและโฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช. ) เปิดเผยว่าในช่วง 27 - 28 ต.ค. 2567 ยังต้องติดตามพายุโซนร้อนกำลังแรง “จ่ามี (TRAMI)” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกเข้าใกล้ชายฝั่งทางด้านตอนกลาง (ใกล้บริเวณเมืองดานัง) ของประเทศเวียดนาม ทั้งนี้ พายุนี้จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย เนื่องจากยังมีมวลอากาศเย็นแผ่ลงมาปกคลุมทางด้านหน้าของพายุ โดยอาจส่งผลกระทบทำให้ประเทศไทยมีเมฆเพิ่มขึ้น ฝนตกหนักบางแห่ง มีลมแรง โดยเฉพาะทางด้านตะวันออกของภาคอีสาน (จ.สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ ยโสธร อุบลราชธานี ศรีสะเกษ) ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก กทม. และปริมณฑล จะมีฝนเพิ่มขึ้นในวันที่ 27 ต.ค. 2567 จากอิทธิพลของลมตะวันตกและลมตะวันตกเฉียงเหนือที่พัดเข้าหากัน สำหรับภาคใต้ ระหว่างวันที่ 27-29 ต.ค. 2567 จะมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนระหว่างอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ได้แก่ จังหวัดพังงา ภูเก็ต ตรัง สตูล สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง กระบี่ เป็นต้น ด้านกรมทรัพยากรธรณี เผยข้อมูลพื้นที่ที่ต้องติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ธรณีพิบัติภัยแผ่นดินถล่มแะน้ำป่าไหลหลากในช่วง 27-29 ต.ค. 2567 ได้แก่พื้นที่ จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ ตราด ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ส่วนที่จังหวัดเชียงราย ได้แถลงข่าวเปิดเมือง “เชียงราย พร้อมเที่ยว” เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวหลังอุทกภัยใหญ่แล้ว ณ สวนตุงและโคม เทศบาลนครเชียงราย

โดยจะมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดฤดูกาล เช่น เทศกาลวันลอยกระทง ลอยสะเปา ล่องนที สะหลียี่เป็ง งานเทศกาล Lanna Winter Wonderland งานเชียงรายดอกไม้งามปีที่ 21 และตักบาตรดอกไม้ เทศกาลดนตรีในสวน Music in the Park เทศกาลอาหารเชียงราย อาหารชาติพันธุ์ อาหารฮาลาล เทศกาลดนตรีส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พิธีอัญเชิญพระพุทธรูปแวดเวียงเจียงฮายและทำบุญตักบาตรวันขึ้นปีใหม่ เป็นต้น โดยวันที่ 28ต.ค. 2567 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อเป็นประธานร่วมในพิธีส่งมอบพื้นที่ที่ได้รับการฟื้นฟูเยียวยาจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ ณ ด่านศุลกากรแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ย่านตลาดการค้าสายลมจอย ไม่มีโคลนบนถนนแล้ว และบางร้านเริ่มซ่อมแซมปรับปรุงเพื่อให้กลับมาเปิดบริการได้ตามปกติแล้ว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top