533.jpg
ทส.พบคบเพลิงจุดไฟป่า  ชี้ชัด‘ลอบเผา’ที่เชียงใหม่

ทส.พบคบเพลิงจุดไฟป่า ชี้ชัด‘ลอบเผา’ที่เชียงใหม่

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“สุชาติ” สั่งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ เข้มงวด หลังจากพบคบเพลิงกลางป่าจอมทอง จ.เชียงใหม่ ชี้ชัดมีการลอบวางเพลิง ส่วนสาธารณสุข เผยประชาชน 11 จังหวัดจมฝุ่นพิษ กระทบกลุ่มเปราะบาง 1.6 ล้านคน เร่งกระจายมุ้งสู้ฝุ่น-แจกหน้ากาก N95 แนะงดกิจกรรมกลางแจ้ง เฝ้าระวังกลุ่มผู้ป่วยทางเดินหายใจ

เมื่อวันที่ 2 เมษายน นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ติดตามสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือทั้งการระดมอากาศยานเข้าควบคุมไฟป่าที่ จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อเร่งลดผลกระทบฝุ่น PM2.5 และกรณีการตรวจพบหลักฐานการลอบวางเพลิงที่ จ.เชียงใหม่ โดยสั่งการอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังสูงสุด หลังจากได้รับรายงานการพบหลักฐานสำคัญเป็นคบเพลิง ในพื้นที่ป่าบ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ชี้ชัดว่าเป็นการเจตนาเผาป่า ไม่ใช่ปรากฏการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ


ด้านนายอรรถพล เจริญพรรษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวว่า ได้รับรายงานจากนายสมนึก ท้าวผา ผอ.ส่วนปฏิบัติการและควบคุมไฟป่า สบอ.16 (เชียงใหม่) ว่าเช้าวันเดียวกันนี้ ชุดปฏิบัติการไฟป่าจากสถานีควบคุมไฟป่าจอมทอง 12 นาย เข้าตรวจสอบจุดความร้อน (Hotspot) จากระบบ VIIRS บริเวณป่าบ้านแปะ หมู่ 4 ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง ซึ่งเป็นพื้นที่ในความรับผิดชอบของพื้นที่อนุรักษ์แบบบูรณาการเชิงพื้นที่อุทยานแห่งชาติออบหลวงภายหลังเข้าควบคุมเพลิงในเบื้องต้นได้สำเร็จ และสำรวจโดยรอบเพื่อหาต้นตอของเพลิง เมื่อถึงบริเวณรอยต่อระหว่างบ้านห้วยทรายและบ้านแปะ เจ้าหน้าที่ตรวจพบคบเพลิง ประดิษฐ์เอง สภาพเพิ่งผ่านการใช้งานตกอยู่ในจุดต้นเพลิง

“การพบหลักฐานครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่า เหตุไฟป่าที่เกิดขึ้นเป็นการตั้งใจวางเพลิงเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิดในที่เกิดเหตุเนื่องจากภูมิประเทศเอื้อต่อการหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพและเก็บหลักฐานอย่างละเอียดเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด” นายอรรถพล กล่าว

นายอรรถพล กล่าวอีกว่า ได้เพิ่มความถี่ในการเดินเท้าลาดตระเวนและหาข่าวเชิงลึกในพื้นที่เสี่ยงและจุดที่เกิดไฟไหม้ซ้ำซาก พร้อมกำชับให้ทุกชุดปฏิบัติการให้ความสำคัญกับหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อส่งต่อให้พนักงานสอบสวนติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด รวมถึงให้เร่งประสานงานฝ่ายปกครองและผู้นำชุมชน เพื่อช่วยสอดส่องและแจ้งเบาะแสบุคคลต้องสงสัยที่เข้าไปในเขตพื้นที่ป่า และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเห็นบุคคลมีพฤติกรรมสงสัยหรือพบการเผาป่า สามารถแจ้งได้ที่โทร.สายด่วน 1362 ตลอด 24ชั่วโมง

สำหรับสถานการณ์ภาพรวมจากการบริหารจัดการและระดมสรรพกำลังเข้าคลี่คลายสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จำนวนจุดความร้อนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ช่วง 4 วันที่ผ่านมา มีตัวเลขลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่ 31 มีนาคมพบจุดความร้อน 1,100 จุด วันที่ 1 เมษายน พบจุดความ 882 จุด และวันเดียวกันนี้ เหลือเพียง 514 จุด ซึ่งทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ ยังคงเดินหน้าควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันอย่างเต็มกำลัง พร้อมบูรณาการทุกภาคส่วน เร่งคลี่คลายสถานการณ์โดยเร็ว เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุดตามนโยบายของ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ

อีกด้านหนึ่ง นายพัฒนา พร้อมพัฒน์รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 พบว่าหลายพื้นที่มีค่าเกินมาตรฐานอยู่ในระดับสีแดง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนใน 11 จังหวัด ได้แก่ น่าน พะเยา ลำปาง ลำพูน เชียงราย เชียงใหม่ แพร่ แม่ฮ่องสอน บึงกาฬ นครพนม และหนองคาย โดยค่าฝุ่นสูงสุดอยู่ที่ 293.1 ไมโครกรัม (มคก.)/ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน กระทบต่อกลุ่มเปราะบางกว่า 1.6 ล้านราย ทั้งเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจและโรคหัวใจ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อผลกระทบด้านสุขภาพสูงกว่าประชาชนทั่วไป

ส่วน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า แม้ขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วยอาการรุนแรง แต่มีแนวโน้มเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยเฉียบพลัน จึงสั่งการให้พื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะ 9 จังหวัดภาคเหนือ เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างเข้มข้น โดยกระจายมุ้งสู้ฝุ่นและสนับสนุนห้องปลอดฝุ่นในครัวเรือนผู้ป่วยติดเตียงแล้ว 2,523 ชุด จัดทำห้องปลอดฝุ่นในสถานบริการสาธารณสุข 1,359 ห้อง และขยายไปยังโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ รวม 993 ห้อง พร้อมกันนี้อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน ดูแลกลุ่มเสี่ยงสะสมกว่า 4,776,159 ล้านราย คัดกรองสุขภาพเชิงรุกกว่า 30,000 ราย และสนับสนุนหน้ากากป้องกันฝุ่นกว่า 1,948,741 ชิ้น

“นอกจากนี้ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) ในระดับจังหวัด เพื่อเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และประสานการดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด เตรียมเพิ่มการสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กรมอนามัย แนะประชาชนในพื้นที่ค่าฝุ่นสูง หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นอย่างถูกวิธี และหากมีอาการผิดปกติ เช่น แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หรือระคายเคืองรุนแรง ให้รีบพบแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำทันที” นพ.สมฤกษ์ กล่าว

ขณะที่ พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กลุ่มเปราะบาง ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจและโรคหัวใจ แนะนำให้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันตนเอง หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงค่าฝุ่นสูง หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านให้สวมหน้ากาก N95 และสวมให้กระชับ เด็กเล็ก ควรงดกิจกรรมกลางแจ้ง ส่วนหญิงตั้งครรภ์ควรลดการสัมผัสฝุ่นเพื่อลดความเสี่ยงต่อทารก ด้านผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคประจำตัวควรเฝ้าระวังอาการ รับประทานยาสม่ำเสมอ หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ก่อฝุ่นภายในบ้าน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top