533.jpg
'สว.สงขลา' และประธานวุฒิสภา นำทีมพบประชาชน

'สว.สงขลา' และประธานวุฒิสภา นำทีมพบประชาชน

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 19.05 น.

27 มีนาคม 2568 คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคใต้ (ตอนล่าง) นำโดย นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา และสมาชิกวุฒิสภา จ.สงขลา ประกอบด้วย นายกมล รอดคล้าย ประธานกรรมการ , นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล รองประธานกรรมการ คนที่สาม , นายยะโก๊ป หีมละ , นายโสภณ มะโนมะยา และ นายพิบูลย์อัฑฒ์ หฤหรรษ์ปราการ กรรมการ เดินทางลงพื้นที่ จ.สงขลา เพื่อรับฟังทุกเสียงของพี่น้องประชาชน และองค์กรทุกภาคส่วนใน จ.สงขลา ในการสะท้อนปัญหาสู่การแก้ไขผ่านกลไกวุฒิสภา ระหว่างวันที่ 27-28 มี.ค. และมีการลงพื้นที่ทั้งใน อ.หาดใหญ่ และ อ.สะเดา จ.สงขลา

ซึ่งโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคใต้ (ตอนล่าง) กิจกรรมแรกจัดขึ้นที่ห้องประชุม Blue Ocean อาคารบริหารธุรกิจ (HBS) มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยเป็นการเปิดเวทีรับฟังเสียงสะท้อนและความคิดเห็นจากปัญหาที่เกิดขึ้นใน จ.สงขลา ทั้งจากองค์กรต่างๆ ทั้งภาคธุรกิจ การค้า การท่องเที่ยวเที่ยว และเอกชน เช่น หอการค้าจังหวัดสงขลา สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา และประชาชนจากหลากหลายกลุ่มอาชีพ รวมกว่า 100 คน โดยทาง นายวิทยา จันทร์เสนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เดินทางเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย


โดยช่วงแรก ทางนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้กล่าวถึงที่มาที่ไปของสมาชิกวุฒิสภา รวมทั้งบทบาทหน้าที่ต่าง ๆ และยังกล่าวว่า การรับฟังเสียงของประชาชนก็เป็นอีกส่วนหนึ่งในการนำมาใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงแก้ไขในประเด็นที่ขัดข้อง และช่วยผลักดัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งประชาชนและประเทศชาติในส่วนที่ฝ่ายนิติบัญญัติจะสามารถทำได้

จากนั้นทางสมาชิกวุฒิสภา จ.สงขลา ทั้ง 5 ท่าน ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ซึ่งกลุ่มแรกที่ออกมาสะท้อนปัญหาคือ กลุ่มของธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรมใน อ.หาดใหญ่ ทั้งจาก นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา และกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต่างๆ ใน จ.สงขลา ที่ได้เสนอขอให้มีการทบทวนการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับล่าสุด

เนื่องจากมองว่า ประเทศเพิ่งผ่านพ้นจากช่วงโควิด 19 มาได้ไม่นาน อีกทั้งภาคการท่องเที่ยวก็กำลังอยู่ในช่วงกำลังฟื้นตัว การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรูปแบบใหม่นั้น จะสร้างภาระให้กับผู้ประกอบการมากขึ้นไปอีก แทนที่จะเก็บในลักษณะของการประเมินจากรายได้แบบของกรมสรรพากร เช่น โรงแรมไหนมีลูกค้ามาก ก็สามารถจ่ายภาษีได้มาก แต่กลับกัน การเก็บภาษีรูปแบบใหม่ที่ต้องเสียเท่ากันหมด หากโรงแรมในขนาดเดียวกัน ทำเลเดียวกัน โรงแรมที่มีลูกค้าน้อย และมีรายได้น้อย ก็จะต้องแบกรับภาระในการจ่ายภาษีที่หนักกว่า

และจะโยงไปถึงการครอบครองที่ดินของบุคคลต่าง ๆ ด้วย ซึ่งหากเป็นที่ดินว่างเปล่า ก็จะพยายามหาอะไรมาปลูก มาทำ ไม่ให้เข้าข่ายการเป็นที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ เป็นแค่ทำบังหน้าเลี่ยงข้อกฎหมาย อีกทั้ง ชาวบ้านทั่วไปที่ไม่ได้มีทุนทรัพย์มากมาย หรือได้ที่ดินสิ่งปลูกสร้างมาจากมรดกตกทอด ก็จะต้องจ่ายภาษีในอัตราที่สูงขึ้นไปอีก และเสี่ยงที่จะต้องขายที่ดินให้กับคนอื่นหรือนายทุน หากไม่สามารถจ่ายภาษีได้ไหว ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของการจัดเก็บภาษีใหม่ทั้งในแง่ของการต้องการที่จะอนุรักษ์ป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งต้องการลดการครอบครองที่ดินของนายทุน

นอกจากนี้ ทางกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรมใน อ.หาดใหญ่ ยังได้เสนอให้มีการจัดระเบียบของโรงแรมที่และพักต่างๆ ทั้งหมด เนื่องจากตอนนี้มีทั้งที่อยู่ในระบบ และนอกระบบ โดยต้องการในพวกโรงแรมที่พักที่อยู่นอกระบบ ทั้งในรูปแบบของการเข้ามาเช่า และทำประโยชน์ของชาวต่างชาติ และบางส่วนที่ทำในลักษณะเป็นบ้านหรือที่พัก แล้วเปิดให้เข้าไปใช้บริการ เช่น พูลวิลล่า ก็ต้องตรวจสอบ และนำข้าระบบ เพื่อความเป็นธรรมกับผู้ประกอบธุรกิจเดียวกัน และการจัดเก็บภาษี

โดยนอกจากเรื่องธุรกิจ การค้า การท่องเที่ยว ที่เป็นรายได้หลักของ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แล้ว ยังมีตัวแทนในการนำเสนอที่จะให้ทางรัฐบาลผลักดันโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ซึ่งเป็นโครงการมูลค่ากว่า 1 แสนล้าน บนเนื้อที่กว่า 11,800 ไร่ ใน 4 ตำบล ของ อ.จะนะ และ อ.เทพา ซึ่งมีความพยามที่จะผลักดันให้เป็นอุตสาหกรรมที่จะสร้างรายได้ให้กับประเทศและคนในพื้นที่ และพื้นที่ดังกล่าวยังเคยเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มีความพยามยามในทำโครงการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคมาตั้งแต่ปี 2532 แล้วด้วย แต่ยังไม่สำเร็จ พร้อมกันนี้ได้มีการยื่นหนังสือให้ทางรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกลักดันเรื่องนี้ด้วย โดยมอบผ่านทาง นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา

ขณะที่ทางภาคเกษตรกร โดยเฉพาะในพื้นที่ 4 อำเภอคาบสมุทรสทิงพระ คือ อ.สิงหนคร อ.สทิงพระ อ.กระแสสินธุ์ และ อ.ระโนด ได้เสนอแนะให้มีการพลิกโฉมการเกษตร โดยมองว่า หากปลูกพืชแล้วขายผลผลิตแบบเดิมเหมือนในอดีต อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเกษตรกรลองปรับเปลี่ยนวิธีคิด หารูปแบบวิธีการใหม่ๆ แปรรูปผลผลิต หรือหาช่องทางส่งออกที่มากขึ้น เพื่อให้มีรายได้ และมีความมั่นคงขึ้นมากกว่านี้

ซึ่งทางกลุ่ม สว.สงขลา ได้รับฟังปัญหา และข้อเสนอแนะต่างๆจากทุกภาคส่วนในครั้งนี้ และจะมีการนำเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ช่วยกันแก้ไข และผลักดันให้การการพัฒนาที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติต่อไป

ทั้งหลังเสร็จสิ้นการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ทางคณะฯ ยังได้เดินทางไปยังด่านศุลการกรสะเดา และด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งมีพรมแดนติดต่อกับประเทศมาเลเซีย เพื่อศึกษาการดำเนินงานของด่านศุลกากร รวมทั้งโครงการสำคัญของรัฐ และในวันพรุ่งนี้ (28 มี.ค.) ทางคณะฯ ยังมีกำหนดการพบปะกับกลุ่มผู้ประกอบการที่ห้องประชุมหอการค้าจังหวัดสงขลา และพบปะกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในย่านตลาดกิมหยง เมืองหาดใหญ่ เพื่อติดตามสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันด้วย

.025

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top