วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568
สองฝั่งแม่น้ำตรังยังอ่วมหนัก! น้ำท่วมสูง 1–2 เมตร ชุมชนหลังวัดแจ้งจมเป็นวันที่ 7 กว่า 300 ชีวิตต้องอพยพอยู่ในวัด หนักสุดในรอบ 6 ปี หลายพื้นที่ยังจมบาดาล คาดน้ำขังต่ออีกหลายวัน
วันนี้ 29 พฤศจิกายน 2568 ที่หลังชุดชนวัดแจ้ง หมู่ที่ 5 ต.บางรัก อ.เมืองตรัง เช้าวันนี้ระดับน้ำยังท่วมสูง 1- 2 เมตร แม้ว่าฝนจะหยุดตกมาเป็นวันที่ 3 แล้ว เนื่องจากเป็นชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ติดแม่น้ำตรังและเป็นพื้นที่รับน้ำจากหลายอำเภอที่ไหลมารวมกันที่แม่น้ำตรังก่อนจะไหลออกสู่ทะเล โดยชาวบ้านหลังชุมชนวัดแจ้งกว่า 100 หลังคาเรือนหรือกว่า 300 คน ยังใช้ชีวิตอยู่ในวัดแจ้ง ซึ่งอยู่ห่างจากชุมชนประมาณ 100 เมตรมาเป็นวันที่ 7 แล้ว และนับเป็นภาวะน้ำท่วมหนักสุดในรอบ 6 ปี
ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ขนของหนีน้ำไม่ทัน เพราะก่อนหน้านี้ จ.ตรังมีการขุดคลองผันน้ำ และเปิดประตูระบายทั้ง 8 บาน เพื่อให้น้ำไหลออกสู่ทะเลอย่างสะดวกรวดเร็ว แต่กระแสน้ำก็ยังไหลเข้าท่วมชุมชนหลังวัดแจ้ง สูงตั้งแต่ 1-2 เมตรมานานนับสัปดาห์ โดยพื้นที่ลุ่มต่ำมีน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร

คาดระดับน้ำจะท่วมขังนานหลายวันแม้จะไม่มีฝนตกหรือน้ำทะเลหนุน ชาวบ้านห่วงโรคต่าง ๆ ที่มากับน้ำ เช่น โรคน้ำกัดเท้า สัตว์มีพิษ น้ำเน่าและทรัพย์สินภายในบ้าน เกิดความเสียหายมากขึ้น ซึ่งชาวบ้านทำได้เพียงพายเรือเข้าไปสำรวจทรัพย์สินและสัตว์เลี้ยงที่ยังอยู่หลังคาเป็นระยะ
ขณะที่ อ.เมืองตรัง ในส่วน หมู่ 1 ต.หนองตรุด อ.เมือง ระดับน้ำเริ่มลดลง ชาวบ้านบางส่วนกลับเข้าไปทำความสะอาดบ้านเรือน อย่างไรก็ดี บริเวณถนนสายบ้านโคกยูงยังมีน้ำท่วมสูง รถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ขณะที่บ้านเรือนหลายหลังได้รับความเสียหาย โดยชาวบ้านระบุว่าน้ำท่วมต่อเนื่องมา กว่า 1 สัปดาห์
ในพื้นที่ หมู่ 4 บ้านป่าหมาก ต.นาตาล่วง น้ำได้เข้าท่วม โรงเรียนวัดไพรสณฑ์ และพื้นที่วัดบางส่วน รวมทั้งบ้านเรือนปละสถานที่ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ต่ำ เช่น ค่ายมวยเกียรติไพรสณฑ์ซึ่ง มีน้ำท่วมเวทีมวยและอุปกรณ์ฝึกซ้อมเสียหายทั้งหมด ขณะที่พื้นที่ หมู่ 4 บ้านหนองบัว ต.นาตาล่วง เป็นอีกแห่งที่ได้รับผลกระทบหนัก โดยมีบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมเสียหายกว่า 100 หลังคาเรือน ชาวบ้านต้องอพยพขึ้นมากางเต็นท์ริมถนนและที่จุดอพยพของเทศบาลตำบลนาตาล่วง

จากการสำรวจโดยเรือพบว่า ระดับน้ำสูง 1.5–2 เมตร โดยพื้นที่ลุ่มต่ำมีน้ำท่วมบ้านเรือนเกือบมิดหลังคา และยังมีผู้สูงอายุรวมถึงผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถอพยพออกจากบ้านได้ ทำให้ผู้นำชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องนำอาหารและน้ำดื่มเข้าไปช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านหลายรายกังวลว่าเมื่อระดับน้ำเริ่มลด จะยังมีน้ำขังสูงประมาณ 1 เมตร เนื่องจากพื้นที่อยู่ต่ำกว่าแนวคลองและไม่มีทางระบายน้ำออก จึงเรียกร้องให้หน่วยงานเร่งจัดทำทางระบายน้ำ หรือสนับสนุนเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมในระยะเร่งด่วน
ชาวบ้านให้ข้อมูลว่า น้ำเข้าท่วมบ้านมานานราว 5 วัน ขณะเกิดเหตุมีผู้สูงอายุสองคนอยู่ในบ้าน ได้แก่คุณตาอายุ 90 ปี ป่วยอัลไซเมอร์และติดเตียง และคุณยายอายุ 78 ปี ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เครื่องใช้ภายในบ้านรวมถึงรถจักรยานยนต์และเครื่องซักผ้าถูกน้ำท่วมเสียหาย โดยพื้นที่ดังกล่าวไม่เคยท่วมมานาน 4 ปี แล้ว ตนประกอบอาชีพก่อสร้าง ซึ่งในช่วงน้ำท่วมไม่สามารถออกไปทำงานได้ ทำให้ขาดรายได้ แต่ก็ได้รับการช่วยเหลือด้านอาหารและน้ำดื่มจากหน่วยงานต่าง ๆ ชาวบ้านจำนวนมากต้องอพยพมาอยู่ในเต็นท์ริมถนนหลายวันแล้ว และกำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มและน้ำใช้ เนื่องจากมีผู้หญิง คนสูงอายุ และเด็กจำนวนมากในพื้นที่อพยพ พร้อมระบุว่าน้ำที่ท่วมขังในหมู่บ้านไม่มีการไหลเวียน เริ่มส่งกลิ่นเหม็น จึงอยากให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งเข้ามาช่วยเหลือโดยด่วน
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.ตรังมี 9 อำเภอจากทั้งหมด 10 อำเภอ 62 ตำบล 33 ชุมชน 389 หมู่บ้าน 14,253 หลังคาเรือน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนแล้วนับแสนคน เสียชีวิต 3 คน ซึ่งระดับน้ำในอำเภอนาโยง อำเภอรัษฎา อำเภอห้วยยอด อำเภอย่านตาขาว อำเภอสิเกา อำเภอปะเหลียนและอำเภอวังวิเศษ ลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ยกเว้นหลายตำบลในอำเภอเมืองตรังและอำเภอกันตัง ที่อยู่ติดแม่น้ำตรัง ทำให้ยังมีน้ำท่วมสูง 1-2 เมตร คาดใช้เวลาประมาณ 5-7 วัน สถานการณ์จะคลี่คลายลง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี