โคราชครองแชมป์หูดับ สังเวยแล้ว 13 ศพ สสจ.ย้ำฉลองปีใหม่ห้ามกินหมูดิบ

โคราชครองแชมป์หูดับ สังเวยแล้ว 13 ศพ สสจ.ย้ำฉลองปีใหม่ห้ามกินหมูดิบ

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.51 น.

โคราชไข้หูดับผู้ป่วยอับดับหนึ่งของประเทศ 93 ราย ผู้เสียชีวิตแล้ว 13 ราย สสจ.นครราชสีมา เตือน สังสรรค์ปีใหม่ อย่างปลอดภัย กินหมูต้องสุก เพราะอาจเสี่ยงเป็นโรคไข้หูดับ

1 มกราคม 2569 นายแพทย์วิชาญ คิดเห็น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงการติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์โรคไข้หูดับว่า สาธารณสุขจังหวัดฯมีการเฝ้านติดตามอย่างต่อเนื่อง และอยากขอเตือนประชาชนกินเลี้ยงสังสรรค์เทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 หากกินเมนูเนื้อหมู ต้องปรุงสุกร้อนเท่านั้น พร้อมเตือน ไม่ควรกินเมนูเสี่ยง อื่นๆ เช่น ลาบเลือดดิบ ก้อยดิบ แหนมหมูดิบ เพราะอาจเสี่ยงเป็นโรคไข้หูดับ รวมถึงอาหาร ปิ้งย่าง ควรแยกใช้อุปกรณ์คีบเนื้อหมูสุกและเนื้อหมูดิบ ไม่ควรใช้ตะเกียบคีบหมูดิบแล้วมารับประทาน เพราะอาจ ทำให้ติดเชื้อได้ จึงขอย้ำเตือนประชาชน อย่ากินหมูดิบ เพราะหากติดเชื้อโรคไข้หูดับ จะทำให้มีอาการ 1. เยื่อหุ้ม สมองอักเสบ ชัก 2. เกิดอาการทางระบบประสาท หูอื้อ หรืออาจสูญเสียการได้ยินถาวร 3. ในบางราย เชื้อเข้าสู่ เยื่อหุ้มหัวใจ และรุนแรงถึงเสียชีวิตได้


ทั้งนี้สถานการณ์โรคไข้หูดับประเทศไทย (ข้อมูล ณ วันที่ 1 มกราคม - 30 ธันวาคม พ.ศ.2568) พบผู้ป่วย จำนวน 944 ราย ผู้เสียชีวิต จำนวน 49 ราย มีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตมากที่สุดอันดับ 1 คือ จังหวัดนครราชสีมา โดย พบผู้ป่วย จำนวน 93 ราย ผู้เสียชีวิต จำนวน 13 ราย รองลงมาคือจังหวัดพิจิตร พบผู้ป่วย จำนวน 43 ราย ผู้เสียชีวิต จำนวน 7 ราย จังหวัดแพร่ พบผู้ป่วย จำนวน 36 ราย ผู้เสียชีวิตจำนวน 5 ราย และจังหวัดสุรินทร์ พบผู้ป่วย จำนวน 25 ราย ผู้เสียชีวิตจำนวน 3 ราย ตามลำดับ

นายแพทย์วิชาญ คิดเห็น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา กล่าวถึงโรคไข้หูดับเกิดจากการ ติดเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus Suis โดยผู้ป่วยจะมีอาการ ไข้ หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว หอบเหนื่อย เยื่อหุ้มสมอง อักเสบและติดเชื้อในกระแสเลือด ทำให้ผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะรุนแรง อาเจียน คอแข็ง เกิดภาวะแทรกซ้อนหูดับ ถาวร เชื้อเข้าสู่เยื่อหุ้มหัวใจและเสียชีวิตได้ เชื้อแบคทีเรีย Streptococcus Suis อยู่ในทางเดินหายใจหมู และในเลือด ของหมูที่กำลังป่วย เชื้อนี้สามารถติดต่อมายังคนได้ จากการบริโภคเนื้อหมู เลือดหมูที่ปรุงแบบสุกๆ ดิบๆ หรือแบบดิบ และจากการสัมผัสชิ้นส่วนของเนื้อหมู เลือดหมู ผ่านทางผิวหนังที่มีรอยถลอก บาดแผล หรือเยื่อบุตา โดยกลุ่มเสี่ยงที่ หากสัมผัสเชื้อแล้วจะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้มาก ได้แก่ กลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง กลุ่มบุคคลที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำจากสาเหตุต่างๆ

นายแพทย์วิชาญ คิดเห็น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา กล่าวต่อไปว่า การป้องกันโรค ไข้หูดับ ขอให้ประชาชนปฏิบัติตนดังนี้ 1. ไม่รับประทานเนื้อหมู เลือด เครื่องในดิบ หรือสุกๆดิบๆ 2. แยกใช้อุปกรณ์ เช่น เขียง มีด สำหรับหั่นเนื้อหมูดิบและผัก 3. เลือกซื้อเนื้อหมูจากร้านที่ได้มาตรฐาน 4. รับประทานอาหารประเภท หมูกระทะ ให้แยกใช้ตะเกียบสำหรับคีบเนื้อหมูดิบ และตะเกียบสำหรับคีบอาหารสุก 5. ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับหมู เช่น คนเลี้ยงหมู คนชำแหละเนื้อหมู ควรสวมรองเท้าบูท ถุงมือ และเสื้อผ้าให้มิดชิด หลังเสร็จกิจกรรมควรรีบอาบน้ำ ทำความสะอาดร่างกายทันที 6. หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ทันที

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top