วันเสาร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569
4 วันปีใหม่! สังเวยบนท้องถนนแล้ว 171 ราย เกิดอุบัติเหตุ 991 ครั้ง บาดเจ็บระนาว 956 คน ‘กทม.-ภูเก็ต’ยังสูญเสียสะสมมากที่สุด ด้าน‘ศปถ.’สั่งเข้มมาตรการรองรับประชาชนเดินทางกลับ รับ‘ดื่มแล้วขับ’สาเหตุหลัก เตือนโทษหนัก-ประกันไม่คุ้มครอง
3 มกราคม 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เป็นประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 เปิดเผยว่าศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 3ม.ค.69 ซึ่งเป็นวันที่4ของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 187 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 185 คน ผู้เสียชีวิต 21 ราย
สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 35.29 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 21.39 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 72.94 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 86.10 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 47.06 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 10.16
ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 15.01 – 18.00 น. ร้อยละ 26.20 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 20-29 ปี ร้อยละ 15.53 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ปราจีนบุรีและพัทลุง (จังหวัดละ 10 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ พัทลุง (12 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ บึงกาฬ (3 ราย)
สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 4 วัน (30 ธ.ค. 68 - 2 ม.ค. 69) เกิดอุบัติเหตุรวม 991 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 956 คน ผู้เสียชีวิต รวม 171 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ ภูเก็ต (39 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดได้แก่ ภูเก็ต (43 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (14 ราย)

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวต่อว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ในช่วงที่ผ่านมา พบว่า การเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ยังพบว่า "ดื่มแล้วขับ" ยังเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการสูญเสีย โดยสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติในช่วงเทศกาลปีใหม่ ประจำวันที่ 2 ม.ค. 2569 ซึ่งเป็นวันที่ 4 ของมาตรการควบคุมเข้มงวด มีจำนวนคดีเข้าสู่ระบบคุมประพฤติทั้งหมด 1,401 คดี เป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 1,349 คดีและ จังหวัดที่มีสถิติขับรถขณะเมาสุราสูงสุด คือ จังหวัดนนทบุรี จำนวน 290 คดี และสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 2 มกราคม 2569 มีจำนวน 2,793 คดี โดยฐานความผิดขับรถขณะเมาสุรา มีจำนวน 2,793 คดี คิดเป็นร้อยละ 94.39 ซึ่งถือว่าเป็นฐานความผิดที่มากที่สุด โดยมีสาเหตุหลักเกิดจากพฤติกรรมของผู้ขับขี่
ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน และกรมคุมประพฤติได้เพิ่มมาตรการดำเนินการผู้กระทำผิดในคดีจราจรเมื่อเข้าสู่กระบวนการของกรมคุมประพฤติ ไม่เพียงทำตามคำสั่งศาลเท่านั้นแต่ยังมีการแก้ไขฟื้นฟูพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ เพื่อประโยชน์ในการให้ผู้คุมประพฤติตระหนักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองต่อสังคม ลดการกระทำผิดซ้ำ และเป็นจิตอาสาให้ผู้อื่นขับขี่ปลอดภัยขณะที่ชุมชนและสังคมก็ได้ความปลอดภัยมากขึ้นทั้งนี้ การดื่มแล้วขับ หากผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ จะมีการนำผู้กระทำผิดมาทำงานบริการสังคมในจุดตรวจหลักและด่านชุมชน เพื่อสร้างจิตสำนึกความปลอดภัยและลดความสูญเสียบนท้องถนน พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงมาตรการและบทลงโทษสำหรับผู้ที่กระทำผิดซ้ำในคดีเมาแล้วขับ อาทิ ผู้กระทำผิดซ้ำภายใน 2 ปี จากวันที่ทำผิดครั้งแรก จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับสูงสุด 100,000 บาท รวมถึงถูกพักใช้ใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตทันที นอกจากนี้ หากการเมาขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเสียชีวิต ศาลจะพิพากษาเพิ่มโทษอีกกึ่งหนึ่งจากโทษที่กำหนดไว้

รมว.ยุติธรรม กล่าวด้วยว่า ในวันนี้ (3 ม.ค.) คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางกลับกรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่างๆ ทำให้มีปริมาณรถบนเส้นทางสายหลักและเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก ศปถ. จึงได้เน้นย้ำจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับแผนเน้นเส้นทางสายหลัก และตั้งจุดบริการสังเกตอาการเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ที่เดินทางไกล พร้อมบูรณาการตรวจเข้มความพร้อมรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถ ทั้งระดับแอลกอฮอล์และสารเสพติดก่อนออกปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น รวมทั้งขอความร่วมมือประชาชน “ดื่มไม่ขับ” หากรู้ตัวว่าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ควรใช้บริการรถสาธารณะหรือให้ผู้ที่ไม่ดื่มเป็นผู้ขับแทน เพื่อความปลอดภัยของตนเองและเพื่อนร่วมทาง
ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่งดูแลเรื่องการจ่ายสินไหมทดแทนแก่ผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ได้เร่งรัดจ่ายสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนนและมาตรการสนับสนุนความปลอดภัยทางถนนด้านการประกันภัย ซึ่งข้อมูลจากวันที่ 30 ธ.ค. 68-2 ม.ค. 69 ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนทั้งหมด 186 ราย มี พ.ร.บ. จำนวน 112 ราย ไม่มี พ.ร.บ. 74 ราย ซึ่งบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัดและบริษัทประกันภัยอื่นๆ ได้มีการจ่ายสินไหมทดแทนสำหรับกรณีที่มี พ.ร.บ. แล้วรวม 27 ราย เฉพาะในส่วนของรถจักรยานยนต์ที่เป็นพาหนะที่เกิดเหตุมากที่สุด มี พ.ร.บ. 2,330 คัน ไม่มี พ.ร.บ. 2,473 คัน ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 50%
ทั้งนี้ คปภ. กลับบริษัทกลางฯ ลงพื้นที่จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้กับทายาทผู้เสียชีวิต พร้อมเดินหน้ารณรงค์ความปลอดภัยในช่วงการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ เสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยและระบบประกันภัยการดูแลประชาชนให้ทราบสิทธิต่างๆ

ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เปิดเผยว่า วันนี้ประชาชนมีการเดินทางกลับกรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่างๆ ค่อนข้างมาก ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ ศปถ. จึงได้ประสานสั่งการให้ทุกจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยกระดับความเข้มข้นในการตั้งจุดตรวจและด่านชุมชนเพื่อสกัดกั้นพฤติกรรมเสี่ยง การขับรถเร็ว และเมาแล้วขับพร้อมกำชับให้จัดจุดบริการพักรถในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อสังเกตอาการเหนื่อยล้าและป้องกันอุบัติเหตุจากการหลับในหรือการชนท้าย และขอความร่วมมือประชาชนให้เตรียมร่างกายให้พร้อมพักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจสอบสถานะประกันภัยรถยนต์ให้เรียบร้อย และยึดหลัก "ดื่มไม่ขับ" อย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ ศปถ. ขอเน้นย้ำมาตรการประกันภัยที่ประชาชนควรตรวจสอบก่อนเดินทาง ที่สำคัญ หากตรวจพบว่าผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกฎหมายกำหนดนอกจากจะต้องรับโทษหนักตามกฎหมาย "เมาขับซ้ำ" ที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีและปรับสูงสุด 1 แสนบาทแล้ว จะไม่ได้รับการคุ้มครองจากบริษัทประกันภัย และจะดำเนินการเรียกคืนค่าสินไหมที่จ่ายให้คู่กรณีคืนจากผู้ขับขี่ทั้งหมดอีกด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้การเดินทางกลับจากเทศกาลปีใหม่ 2569 นี้ เต็มไปด้วยความสวัสดิภาพและได้รับสิทธิความคุ้มครองอย่างครบถ้วนตามกฎหมายใหม่ที่กำหนดไว้
-005
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี