ปีใหม่5วันดับ207  บาดเจ็บรวม1,141ราย  เกิดอุบัติเหตุ1,185ครั้ง

ปีใหม่5วันดับ207 บาดเจ็บรวม1,141ราย เกิดอุบัติเหตุ1,185ครั้ง

วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ผ่าน 5 วันปีใหม่ ดับสังเวยบนถนน 207 ศพ อุบัติเหตุ 1,185 ครั้ง เจ็บ 1,141 ราย กทม.-ภูเก็ต สูญเสียสะสมมากที่สุด ขณะที่ 9 จังหวัด ตายเป็นศูนย์ ศปถ.กำชับรับมือประชาชนเดินทางกลับ เข้มจุดตรวจ เฝ้าระวังขับเร็ว-ง่วง ย้ำรถโดยสารสาธารณะต้องเช็คสภาพ-คนขับ มีความพร้อม ขับขี่ระมัดระวัง

เมื่อวันที่ 4 มกราคม ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 เปิดเผยว่าศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 4มกราคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 191 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 188 คน ผู้เสียชีวิต 27 ราย


สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 33.51 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 22.51 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ จักรยานยนต์ ร้อยละ 72.62 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 84.82 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 40.84 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 31.41

ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 09.01-12.00 น. 12.01–15.00 น. และ 18.01–21.00 น. ร้อยละ16.75 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 20-29 ปี ร้อยละ 16.28 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ลำปาง (10 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ลำปาง (10 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กทม.(3 ราย)

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมช่วง 5 วัน (30 ธันวาคม 2568-3 มกราคม 2569) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,185 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม1,141 คน ผู้เสียชีวิต รวม 207 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ ภูเก็ต (47 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต (51 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กทม.(18 ราย) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต(ตายเป็นศูนย์) มี 9 จังหวัด

นายพัฒนา กล่าวว่า วันเดียวกันนี้ คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางกลับ กทม.และพื้นที่ต่างๆ ที่เป็นจังหวัดเศรษฐกิจ ทำให้มีปริมาณรถบนเส้นทางสายหลักและเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก ศปถ.จึงเน้นย้ำจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งด่านตรวจ จุดตรวจ จุดสกัด จุดบริการ เพื่อรองรับการเดินทางสัญจรของประชาชนในการเดินทางกลับ รวมถึงบริหารจัดการการจราจร ทั้งสายหลักและสายรอง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาจราจรติดขัดคับคั่ง

อีกทั้งเน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย ตาม “มาตรการ 10 ข้อหาหลัก” กับผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอย่างเข้มข้น จริงจัง และต่อเนื่อง ทั้งการขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย และง่วงแล้วขับ ตลอดจนอำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัยของประชาชน ตรวจสอบประชาชนและนักท่องเที่ยวในสถานีขนส่งต่างๆ ให้เกิดความเรียบร้อย

พร้อมกันนั้นได้ให้สำนักงานขนส่งจังหวัดตรวจสอบความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะทุกประเภทอย่างเคร่งครัด ทั้งความพร้อมของรถและพนักงานขับรถ โดยเฉพาะรถที่มีการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน ต้องเข้ารับการตรวจความพร้อม ณ จุดตรวจ Check Point และจัดเตรียมรถโดยสารให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนเพื่อป้องกันผู้โดยสารตกค้าง ดูแลความปลอดภัยบริเวณสถานีขนส่ง และจัดเตรียมรถโดยสารสาธารณะ รถรับจ้างส่วนบุคคล ให้สามารถรองรับการเดินทางและส่งต่อผู้โดยสารถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

รมว.สาธารณสุข กล่าวอีกว่า ในส่วนการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุข ได้เตรียมพร้อมบริการการแพทย์ฉุกเฉินเพื่อรองรับผู้ประสบเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) มีหน่วยปฏิบัติการแพทย์ทั่วประเทศ 10,723 แห่ง โดยนำระบบ NDEMS (National Digital Emergency Medical Services) มาใช้ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ เพื่อยกระดับการโทรแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่านสายด่วน 1669 โดยระบบนี้สามารถระบุตำแหน่งจุดเกิดเหตุและติดต่อกับผู้ประสบเหตุผ่าน Video Call ได้ เพื่อให้ข้อมูลในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเจ้าหน้าที่จะเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ ทำให้ได้ข้อมูลผู้ป่วยรวดเร็ว ลดเวลาในการช่วยเหลือ และเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตจากอุบัติเหตุ

สำหรับข้อมูล ณ วันที่ 3 มกราคม 2569 มีผู้แจ้งเหตุผ่านสายด่วนแจ้งเหตุฉุกเฉิน 1669 เฉพาะเรื่องของอุบัติเหตุจราจรกว่า 8,500 สาย ในส่วนของผลการดำเนินงานและการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 (ข้อมูล ณ วันที่ 3 มกราคม 2569) ได้ออกตรวจสะสม 25,070 ราย พบความผิด 1,543 ราย ร้าน/ผู้กระทำผิด 170 ราย ส่วนการประเมินการมึนเมาสุราในชุมชน/ด่านชุมชน ได้ประเมินอาการมึนเมาสุรา 394,566 ราย มีอาการมึนเมา 11,917 ราย คิดเป็นร้อยละ 3.02

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังคงจัดเตรียมทีมปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขไว้บริการประชาชน เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที ตลอด 24 ชั่วโมง และเฝ้าระวังการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี และบังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเข้มงวด เพื่อลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุดื่มแล้วขับและให้ประชาชนเดินทางในช่วงปีใหม่อย่างปลอดภัย

ด้านนายธีรพัฒน์คัชมาตย์ อธิบดีปภ.ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เปิดเผยว่า วันเดียวกันนี้ประชาชนเดินทางกลับกทม.และพื้นที่ต่างๆ เป็นจำนวนมากศปถ.ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกวดขันพฤติกรรมเสี่ยงขับรถเร็วและการขับรถตัดหน้าในระยะกระชั้นชิดบนเส้นทางสายหลัก เนื่องจากเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนค่อนข้างสูง รวมถึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ข้อมูลสภาพการจราจร เส้นทางทางเลือก และคำเตือนด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องผ่านทุกช่องทาง

รวมถึงให้เตรียมความพร้อมของหน่วยกู้ชีพและกู้ภัย และระบบการช่วยเหลือต่างๆ ในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ณ จุดเกิดเหตุ และขอฝากให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเตรียมความพร้อมของยานพาหนะก่อนการเดินทาง ปฏิบัติตามกฎจราจร มีน้ำใจกับผู้ร่วมใช้เส้นทาง และประเมินสภาพความพร้อมในการขับขี่ของตนเองอยู่เสมอโดยหากมีอาการง่วง อ่อนเพลีย หรือรู้สึกเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ขอให้แวะพักยังจุดพักรถหรือจุดบริการประชาชนที่ทางราชการจัดสรรไว้ให้ อย่าฝืนขับรถต่อเพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียได้

นอกจากนี้ จากการพยากรณ์อากาศ พบว่าภาคใต้ตอนล่างอาจมีฝนฟ้าคะนองกระจายบางพื้นที่ ส่วนภาคกลางต้องเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้มีน้ำท่วมผิวจราจรบริเวณถนนพระราม 2 ขาเข้ากทม.จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าว

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top