วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569
ปิดฉาก 7 วันอันตราย ดับสังเวยปีม้าดุ 272 ศพ เจ็บ 1,464 ราย กทม.ครองแชมป์ 22 ศพ สาเหตุหลักจากขับรถเร็ว ด้าน ศปถ.พอใจอุบัติเหตุ มีผู้บาดเจ็บ-ตายลดลง เดินหน้าแก้ปัญหาขับเร็ว-ดื่มแล้วขับ
เมื่อวันที่ 6 มกราคม ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 กล่าวว่า วันเดียวกันนี้เป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์ช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วัน ซึ่งศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุฯ โดย ปภ.และความร่วมมือของภาคีเครือข่ายรวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 5 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่7 ของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 142 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 155 คน ผู้เสียชีวิต 19 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 39.44 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 20.42
ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ จักรยานยนต์ ร้อยละ 68.53 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 87.32 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 49.48 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 24.65 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 15.01–18.00 น. ร้อยละ 20.42 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 60–69 ปี ร้อยละ 15.52 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ พัทลุง และยะลา (จังหวัดละ 7 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ พัทลุง (9 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครสวรรค์ (4 ราย)
นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมช่วง 7 วัน (30 ธันวาคม 2568–5 มกราคม 2569) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,511 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 1,464 คน ผู้เสียชีวิต รวม 272 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ ภูเก็ต (55 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต (58 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กทม.(22 ราย) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 5 จังหวัด ได้แก่ จ.สมุทรสงคราม หนองบัวลำภู อุทัยธานี แพร่ และสตูล
นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า สถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วัน (30 ธันวาคม 2568–5 มกราคม 2569) พบว่าตัวเลขการเกิดอุบัติเหตุ ผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ลดลงเมื่อเทียบกับเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นทิศทางที่ดีขึ้นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจำนวนผู้เสียชีวิตจากพฤติกรรมเสี่ยงหลัก พบว่าการขับรถเร็วยังเป็นพฤติกรรมเสี่ยงหลักที่ทำให้เสียชีวิต รวมถึงการดื่มแล้วขับ ตัดหน้ากระชั้นชิด การขับรถย้อนศร ไม่สวมหมวกนิรภัย และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ศปถ.จึงสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งระดับส่วนกลางและพื้นที่ดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ และลดอัตราผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตได้จริง เน้นย้ำให้จังหวัดบูรณาการทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงช่วงเทศกาลและวันหยุด แต่ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนน บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ได้มีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ทายาทผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากเกิดเหตุ ซึ่งเป็นผู้มีประกัน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถฯ ได้รับการคุ้มครองและเยียวยาตามสิทธิ์ ร้อยละ 58.65 และอีกร้อยละ 41.35 ไม่มี
ประกัน พ.ร.บ.ทำให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและการสูญเสียทั้งหมดตกอยู่กับครอบครัวโดยตรง
ขณะที่ ศปถ.ได้บูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ในระยะถัดไป ทั้งการบูรณาการกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) จัดโครงการรณรงค์ เพื่อให้การทำงานด้านความปลอดภัยทางถนนระดับมีผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มความเข้มข้นการทำงานในพื้นที่ ซึ่งอำเภอ ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรร่วมกันขับเคลื่อนเดินหน้าเรื่องความปลอดภัยทางถนนให้เป็นกิจกรรมสำคัญ
ด้าน นายธีรพัฒน์คัชมาตย์ อธิบดีปภ.ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กล่าวว่า แม้สถิติการเกิดอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต จากอุบัติเหตุทางถนนช่วงปีใหม่ 2569 จะลดลง แต่ ศปถ.ขอให้จังหวัดขับเคลื่อนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนโดยใช้กลไกของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนในทุกระดับ ควบคู่กับการรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และความตระหนักในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย ซึ่งช่วยสร้างความปลอดภัยทางถนนในสังคมไทยอย่างยั่งยืน ที่สำคัญต้องถอดบทเรียนการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์ในทุกมิติ เพื่อกำหนดแนวทางและมาตรการการดำเนินงานแก้ไขปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนนให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่เพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนนต่อเนื่อง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี