ศาลยุติธรรมจับมือแบงก์กรุงไทยพัฒนาระบบ e-Filing รุ่นใหม่ ยกระดับการปรับปรุงให้บริการระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ทุกภาคส่วน

ศาลยุติธรรมจับมือแบงก์กรุงไทยพัฒนาระบบ e-Filing รุ่นใหม่ ยกระดับการปรับปรุงให้บริการระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ทุกภาคส่วน

วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.30 น.

ศาลยุติธรรมจับมือแบงก์กรุงไทยพัฒนาระบบ e-Filing รุ่นใหม่ ยกระดับการปรับปรุงให้บริการระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ทุกภาคส่วน มุ่งเน้นความปลอดภัย เปลี่ยนประสบการณ์ใช้งานใหม่ทั้งระบบเป๋าตังค์ พร้อมใช้งาน 24 ชั่วโมง และใช้คดีในศาลเยาวชนฯเป็นครั้งแรก

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 ที่ห้องประชุมใหญ่ อาคารสำนักงานศาลยุติธรรม ถ.รัชดาภิเษก นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม พร้อมด้วยนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรงุไทย จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมงาน “e-Filing for the Future : จุดเปลี่ยนสู่ศาลยุติธรรมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเป็นหมุดหมายสำคัญในการยกระดับพัฒนาระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) ของศาลยุติธรรม


โดย นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า การพัฒนาระบบ e-Filing รอบนี้ อยู่ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ศาลยุติธรรมเรื่อง "Modern Innovation" ที่มุ่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานการดำเนินคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ให้มีความมั่นคง ครอบคลุมทุกประเภทคดี ซึ่งระบบ e-Filing ที่พัฒนาในรอบนี้จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจในการมีแพลตฟอร์มระงับข้อพิพาทที่เชื่อถือได้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคธุรกิจ การเงิน การลงทุน รวมถึงการเจริญเติบโตของ GDP และเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศต่อไปได้

ศาลยุติธรรมเปิดให้บริการระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) มาหลายปีแล้ว โดยการพัฒนาในรอบนี้เป็นไปเพื่อยกระดับการให้บริการด้านกระบวนพิจารณาคดีให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานทุกภาคส่วน โดยในช่วงแรกจะเปิดให้บริการในคดีบางประเภทแบบจำกัดช่วงเวลา และจะเก็บข้อมูลหลังเปิดให้บริการเพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ระบบ e-Filing v.3 เริ่มพัฒนาตั้งแต่ปี2560 และใช้งานต่อเนื่องมาเกือบ 10 ปี ท่ามกลาง การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่รวดเร็ว ส่งผลให้ระบบเดิมไม่สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ประกอบกับปัจจุบันมีการใช้งานระบบ e-Filing ในคดีแพ่งคิดเป็นกว่าร้อยละ 85 ของคดีทั้งหมด ซึ่งสูงเกินกว่าที่โครงสร้างพื้นฐานด้านอิเล็กทรอนิกส์ของ e-Filing v.3 เดิมจะแบกรับไหว นอกจากนี้ มาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยและการยืนยันตัวตน รวมถึงการออกแบบระบบเดิมที่ยังไม่ได้ยึดประสบการณ์ผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง ทำให้ศาลยุติธรรมเห็นความจำเป็นในการพัฒนาระบบใหม่อย่างเป็นระบบ

โดยแนวคิดการพัฒนา e-Filing ครั้งนี้เริ่มต้นจากแนวคิดที่ว่าระบบอิเล็กทรอนิกส์ของศาลต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของประสบการณ์ผู้ใช้งานอย่างแท้จริง โดยศาลยุติธรรมได้จัดทำโครงการ e-Filing Idea Hub เพื่อเปิดรับความคิดเห็นและความต้องการจากผู้ใช้งานระบบ e-Filing v.3 ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 700 คน เข้าร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และสะท้อนปัญหา (pain point) ที่พบในการใช้งานจริง ทีมพัฒนาได้นำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์อย่างรอบด้าน แยกประเด็นปัญหาที่ต้องแก้ไขในระดับซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และบุคลากร (Peopleware) พร้อมจัดทำเวิร์กช็อปเพื่อทดสอบแนวคิดและต้นแบบระบบกับผู้ใช้งานจริงอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี ก่อนนำผลลัพธ์มาปรับปรุงระบบจนเข้าสู่ขั้นตอนการพัฒนาขั้นสุดท้ายในปัจจุบัน

ในครั้งนี้ e-Filing มีการปรับปรุงและเพิ่มฟังก์ชันสำคัญหลายประการ อาทิ (1) การยืนยันตัวตนอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) ผ่านระบบ ThaID เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ป้องกันการแอบอ้างและการใช้งานบัญชีของผู้อื่น โดยผู้ใช้งานทุกคนต้องเตรียมตัวดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ThaID เพื่อยืนยันตัวตนก่อนเข้าใช้งานทุกครั้ง โดยในอนาคตสำนักงานศาลยุติธรรมจะพิจารณานำระบบ e-KYC อื่นๆ มาเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมด้วย เช่น เป๋าตังพลัส หรือ NDID (2) การเปลี่ยนรูปแบบการยื่นคำฟ้อง คำร้อง คำขอ และคำแถลง จากการอัปโหลดเอกสารที่สแกนแล้ว มาเป็นการกรอก e-Form ที่ระบบจัดเตรียมไว้ ซึ่งจะช่วยให้ข้อมูลสามารถนำไปใช้พัฒนาประสิทธิภาพในขั้นตอนต่อไปของกระบวนการศาล

(3) การขยายการใช้งานระบบ e-Filing ไปยังศาลเยาวชนและครอบครัวเป็นครั้งแรก โดยเริ่มทดลองกับคดีรับรองบุตรที่มารดาให้ความยินยอม ก่อนขยายไปยังคดีประเภทอื่นในอนาคตอันใกล้ (4) ระบบแจ้งเตือนคำสั่งศาล วันนัดพิจารณาคดี และระบบสารบัญอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานไม่พลาดกำหนดเวลา ลดความซับซ้อนในการค้นหาเอกสาร และลดขั้นตอนในการใช้งาน (5) ระบบป้องกันการนัดคดีทับซ้อนหลายคดีในวันเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบเดิมและการพัฒนาฟังก์ชันอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกในการใช้งานอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ การเปิดใช้งาน e-Filing ที่ได้รับการยกระดับการให้บริการใหม่ในครั้งนี้ จะเริ่มวันที่ 5 มกราคม พ.ศ.2569 โดยในระยะแรกจะนำมาใช้กับคดี 2 ประเภท ได้แก่ (1) คดีผู้บริโภคที่ผู้ประกอบการเป็นโจทก์ ในศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีผู้บริโภค และ (2) คดีรับรองบุตรที่มารดาให้ความยินยอม ในศาลเยาวชนและครอบครัว

โดยคดีผู้บริโภคที่ผู้ประกอบธุรกิจเป็นโจทก์ยื่นฟ้องผ่าน e-Filing ตั้งแต่วันที่ 5มกราคม 2569เป็นต้นไป จะต้องยื่นฟ้องผ่าน e-Filing ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ส่วนคดีที่ยื่นฟ้องก่อนหน้าวันที่ 5 มกราคม 2569 จะสามารถใช้ e-Filing v.3 ต่อไปได้จนกว่าคดีจะเสร็จสิ้น ส่วนคดีรับรองบุตรที่มารดาให้ความยินยอมของศาลเยาวชนและครอบครัวซึ่งเดิมเป็นคดีกระดาษ จะมีทางเลือกเพิ่มเติมให้สามารถยื่นฟ้องผ่าน e-Filing ที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้ได้ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม พ.ศ.2569 เป็นต้นไป หากการใช้งานในระยะแรกเป็นไปด้วยดี ศาลยุติธรรมจะพิจารณาขยายการใช้งานไปยังคดีประเภทอื่นในลำดับถัดไป

นอกจากนี้ ในส่วนของเวลาเปิดให้บริการ (service hours) มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม โดยหากเป็นการยื่นคำฟ้องหรือคำร้องขอ คู่ความสามารถเข้าระบบเพื่อกรอกข้อมูลคำฟ้องหรือคำร้องขอได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่กระบวนการชำระเงินจะต้องกระทำภายในวันเวลาราชการ 08.30 - 16.30 น.เท่านั้น โดยคู่ความที่กรอกข้อมูลคำฟ้องหรือคำร้องขอนอกวันเวลาราชการยังสามารถบันทึกร่าง (save draft) ไว้ได้ แล้วมาดำเนินการชำระเงินภายในวันเวลาราชการ ส่วนการยื่นคำร้อง คำขอ คำแถลงอื่นๆ สามารถทำได้ภายในวันเวลาราชการ

ศาลยุติธรรมตระหนักดีว่าระบบ e-Filing อาจยังไม่สมบูรณ์แบบตั้งแต่เริ่มต้นใช้งาน และยังมีแนวคิดและข้อเสนอจากผู้ใช้งานอีกหลายประเด็นที่อยู่ระหว่างการพิจารณาพัฒนาในเฟสถัดไป

อย่างไรก็ตาม การพัฒนา e-Filing ยังคงยึดหลักประสบการณ์ผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ของศาลยุติธรรม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง ทางเทคโนโลยีในอนาคต และยกระดับการให้บริการกระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเข้าถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น

ด้าน นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารกรุงไทยมีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับสำนักงานศาลยุติธรรมในการพัฒนาระบบ e-Filing ซึ่งถือเป็น โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สำคัญต่อการเสริมสร้างหลักนิติธรรม (Rule of Law) อันเป็นรากฐานของประเทศที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นทั้งในระดับประเทศและระดับสากล สอดคล้องกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ ที่มุ่งให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรม และสร้างสถาบันที่มีประสิทธิผล โปร่งใส รับผิดชอบ และครอบคลุมในทุกระดับ ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนหลักของการขับเคลื่อนประเทศตามแนวทาง Reinvent Thailand

ด้าน นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรมกล่าวเสริมว่า ศาลยุติธรรมได้เปิดให้บริการระบบรับ - ส่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) มาหลายปีแล้ว โดยการพัฒนาในรอบนี้เป็นไปเพื่อยกระดับการให้บริการด้านกระบวนพิจารณาคดีให้มึประสิทธิภาพ
ทันสมัย และตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานทุกภาคส่วนโดยช่วงแรกจะเปิดให้บริการในคดีบางประเภทแบบจำกัดช่วงเวลา และจะเก็บข้อมูลหลังเปิดให้บริการเพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top