จับอีก30เขมร หลบหนีเข้าชายแดนไทย อ้างภาวะอดอยากในประเทศ

จับอีก30เขมร หลบหนีเข้าชายแดนไทย อ้างภาวะอดอยากในประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.32 น.

ฉก.นย.จันทบุรี จับ 30 ชาวกัมพูชา หลบหนีเข้าชายแดนไทย อ้างภาวะอดอยากในประเทศ สภาพเศรษฐกิจบีบคั้น ต้องมาหางานทำ

11 มกราคม 2569 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงกรณีการตรวจพบและจับกุมแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดย หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มงานสืบสวน สถานีตำรวจภูธรบ้านแปลง และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ด่าน ตม.โป่งน้ำร้อน สามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จำนวน 30 ราย (ชาย 10 หญิง 10 เด็ก 10) พร้อมผู้นำพา 1 ราย และยานพาหนะ ได้ในพื้นที่บ้านแหลมใหม่ ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ขณะพยายามลักลอบผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ชายแดนจังหวัดจันทบุรี


จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า สาเหตุสำคัญมาจากความยากลำบากในการดำรงชีวิต และภาวะความอดอยากในฝั่งประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นปัญหาสะสมจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาและอัตราการว่างงานที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนขาดโอกาสในการประกอบอาชีพ จนตัดสินใจหลบหนีความอดอยากเข้ามาแสวงหางานทำในประเทศไทย ทั้งที่ทราบถึงความเสี่ยงจากมาตรการควบคุมและป้องกันชายแดนของฝ่ายความมั่นคงไทยที่มีความเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง

กองทัพเรือ โดยหน่วยทหารนาวิกโยธิน ยังคงปฏิบัติภารกิจในการ ป้องกันและรักษาอธิปไตยของชาติ ป้องกันการลักลอบเข้าเมือง และการกระทำผิดกฎหมายข้ามชาติ อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทั้งนี้ ภายหลังการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ทหารไทยได้ ดูแลผู้ถูกจับกุมตามหลักมนุษยธรรม โดยจัดหา อาหาร น้ำดื่ม และรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐานอย่างเหมาะสม ให้แก่ทุกคน ปฏิบัติต่อบุคคลด้วยความสุภาพ ให้เกียรติ และไม่เลือกปฏิบัติ การดำเนินการในทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมายของประเทศไทย และยึดหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 อย่างครบถ้วน ตั้งแต่การควบคุมตัว การดูแลระหว่างการควบคุม ไปจนถึงการส่งมอบให้พนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

กองทัพเรือ ตระหนักดีว่า ปัญหาการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเป็น ปัญหาที่เชื่อมโยงทั้งมิติด้านมนุษยธรรม เศรษฐกิจ และความมั่นคง จึงได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานพลเรือนที่เกี่ยวข้อง เพื่อควบคุมสถานการณ์ชายแดนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมทั้งป้องกันไม่ให้ประเทศไทยตกเป็นเป้าของขบวนการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์จากผู้ยากไร้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top