ข้าราชการ ป.ป.ช.แถลงการณ์ฉบับ 2 จี้กรรมการรับผิดชอบ  'เรืองไกร'ร้องสอบปมรับสินบนทองคำ

ข้าราชการ ป.ป.ช.แถลงการณ์ฉบับ 2 จี้กรรมการรับผิดชอบ 'เรืองไกร'ร้องสอบปมรับสินบนทองคำ

วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.40 น.

วันที่ 13 มกราคม 2569  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เรื่อง ความรับผิดชอบทางจริยธรรมของกรรมการ ป.ป.ช

สืบเนื่องจากแถลงการณ์ฉบับที่ 1 พวกเราข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ได้เรียกร้องให้กรรมการ ป.ป.ช. ผู้ตกอยู่ภายใต้ข้อกล่าวหา แสดงถึงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งโดยสมัครใจ อันเป็นการเรียกร้องในระดับจิตสำนึกขั้นสูงสุดมิใช่การวินิจฉัยความผิดทางกฎหมาย หากแต่เป็นความคาดหวังต่อมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษา ทว่าเสียงเรียกร้องดังกล่าวกลับถูกเพิกเฉย


พวกเราขอเรียนต่อสาธารณชนอย่างตรงไปตรงมาว่า พวกเราอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของระบบราชการ อยู่ภายใต้อำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งมีอำนาจในการแต่งตั้ง โยกย้ายให้คุณให้โทษและกำหนดความก้าวหน้าในหน้าที่ราชการ รวมถึงการมีอำนาจแต่งตั้งบุคคลภายนอกเข้ามาดำรงตำแหน่งอนุกรรมการต่าง ๆ ซึ่งมีอำนาจในการกำหนดทิศทางการดำเนินคดี ส่งผลโดยตรงต่อการปฏิบัติงานทุกระดับ ความเงียบที่เกิดขึ้น จึงมิใช่ความยินยอม หากแต่เป็นผลมาจากข้อจำกัดของระบบที่สาธารณชนควรที่จะได้รับรู้ตามความเป็นจริง

นอกจากนี้ ยังปรากฏคลิปเหตุการณ์ที่มีการเผยแพร่ต่อสาธารณชนมาแล้วก่อนหน้านี้ แสดงให้เห็นพฤติการณ์ของกรรมการ ป.ป.ช.อีกราย ที่มีความเกี่ยวข้องกับนายตำรวจคนเดียวกัน ในการเข้าพบผู้มีอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อขอไม่ให้กระบวนการตรวจสอบของรัฐสภาดำเนินไปตามปกติ ซึ่งข้อเท็จจริงต่อมาปรากฏว่า การตรวจสอบในกรณีดังกล่าวได้ยุติลงอย่างครหา เหตุการณ์เหล่านี้เมื่อทุกท่านได้พิจารณาร้อยเรียงร่วมกับข้อกล่าวหาในปัจจุบัน ย่อมสะท้อนให้ขบวนการและปัญหาทางจริยธรรมร้ายแรงที่ไม่อาจเพิกเฉยได้

ด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงขอเรียกร้องไปยังผู้พิพากษา ตุลาการ องค์กรสภาวิชาชีพทางกฎหมาย นักวิชาการและอาจารย์มหาวิทยาลัยด้านกฎหมายและรัฐศาสตร์ รวมถึงสภาวิชาชีพ สื่อมวลชน ให้ร่วมกันใช้บทบาทตามหน้าที่ในเรียกร้องหลักความรับผิดชอบทางจริยธรรมในกรณีดังกล่าว เพื่อรักษามาตรฐานของกระบวนการยุติธรรมและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของสำนักงาน ป.ป.ช.

พวกเราขอยืนยันต่อพี่น้องประชาชนด้วยเกียรติยศและศักดิ์ศรีว่า แม้ต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดดังกล่าว แต่พวกเรายังคงยึดมั่นในความซื่อสัตย์ สุจริต และยึดหลักนิติธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสง่างาม ต่อไป

ขณะที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS ถึงประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบกรรมการ ป.ป.ช.ที่ถูกกล่าวหาเรื่องปมสินบนทองคำน้ำหนัก 246 บาท ซึ่งมีมูลค่านับ 10 ล้านบาท ว่าเข้าข่ายรับทรัพย์สินเกินสามพันบาท อันเป็นการฝ่าฝืน พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 128 วรรคหนึ่ง ประกอบประกาศ ป.ป.ช. เรื่องหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรม จรรยาของเจ้าพนักงานของรัฐ พ.ศ. 2563 ข้อ 6 (1) หรือไม่

นายเรืองไกร กล่าวว่า คำร้องแบ่งเป็น ดังนี้

 ข้อ 1.ด้วยปรากฏข้อเท็จจริงตามสื่อต่าง ๆ เรื่องปมสินบนทองคำ จนต่อมาประมาณต้นเดือนมกราคม 2569 ได้มีคำแถลงการณ์ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.เผยแพร่ออกมา โดยมีความตอนท้ายระบุว่า “ดังนั้น พวกเราจึงขอเรียกร้องอย่างตรงไปตรงมาว่า กรรมการ ป.ป.ช. ที่ตกอยู่ภายใต้ข้อกล่าวหาดังกล่าว ควรลาออกจากตำแหน่งโดยสมัครใจ ...” (รายละเอียดตามที่ส่งมาด้วย 1.)
             
ข้อ 2. เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 เว็บไซต์สำนักข่าวอิศรา ได้ลงข่าวไว้ส่วนหนึ่งว่า

“แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เปิดเผยกับสำนักข่าวอิศราว่า การประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการพิจารณา กรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งสำนวนคดีที่มีการกล่าวหา พล.ต.อ. ...อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.)กับพวก ให้สินบนเป็นทองคำน้ำหนัก 246 บาท มูลค่านับ 10 ล้านบาทให้กับนาย ... กรรมการ ป.ป.ช. เพื่อช่วยเหลือในการไต่สวนคดีที่พล.ต.อ. ... ถูกกล่าวหาในคดีพนันออนไลน์โดยในสำนวนของพนักงานสอบสวนได้คัดค้านนาย ...ไม่ให้เป็นผู้ไต่สวนคดีที่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.อ. ...”

ข้อ 3. พรป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 128 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “มาตรา 128 ห้ามมิให้เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคํานวณ เป็นเงินได้จากผู้ใด นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด โดยธรรม จรรยาตามหลักเกณฑ์และจำนวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด”

ข้อ 4. ประกาศ ป.ป.ช. เรื่อง หลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าพนักงานของรัฐ พ.ศ. 2563 ข้อ 6 (1) กำหนดว่า “ข้อ 6 เจ้าพนักงานของรัฐจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาได้ ดังต่อไปนี้

 (1) ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากผู้ใดซึ่งมิใช่ญาติที่มีราคาหรือมูลค่าในการรับจากแต่ละบุคคล แต่ละโอกาส ไม่เกินสามพันบาท”
 ข้อ 5. กรณี ปมสินบนทองคำน้ำหนัก 10 บาท ซึ่งมีมูลค่านับ 10 ล้านบาท ดังกล่าว จึงมีเหตุอันควรขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top