วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569
ยึดทอง1.5พันล.
ป.ป.ช.ส่งคืนให้แผ่นดิน
หลังคำพิพากษาถึงที่สุด
คดีอดีตอธิบดีสรรพากร
ในข้อหาร่ำรวยผิดปกติ
ป.ป.ช.ส่งมอบทองคำแท่งน้ำหนักกว่า 2 หมื่นบาท มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท คดี “สาธิต รังคสิริ” อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ร่ำรวยผิดปกติให้กระทรวงการคลัง เพื่อให้ตกเป็นของแผ่นดิน หลังจากคดีสิ้นสุด
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่กองกษาปณ์ ถนนพหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มอบหมายให้ นายประทีป คงสนิท รองเลขาธิการ ป.ป.ช. นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช.พร้อมคณะ ร่วมกันส่งมอบทองคำแท่ง ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1256/2567 ระหว่าง อัยการสูงสุด โจทก์ นายสาธิต รังคสิริ ผู้ถูกกล่าวหา น้ำหนักประมาณ 20,976 บาททองคำ มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท ให้แก่กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์ เพื่อให้ตกเป็นของแผ่นดิน
คดีดังกล่าวคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนายสาธิต ผู้ถูกกล่าวหา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากร ในคดีร่ำรวยผิดปกติ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2559 และมีมติว่ารายการสั่งซื้อทองคำแท่งในชื่อของนายสาธิต กับบริษัท ฮั่วเซ่งเฮง คอมโมดิทัช จำกัด รวม 15 รายการ เป็นทรัพย์สินที่นายสาธิต ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีทรัพย์มากผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ และได้ทรัพย์สินมาโดยไม่สมควร สืบเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ และศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ทรัพย์ดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน
สำหรับประวัติของ นายสาธิต เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากร ช่วงปี 2555–2557 ซึ่งถือเป็นหน่วยงานหลักในการจัดเก็บรายได้เข้าประเทศ โดยนายสาธิต ได้รับความเชื่อมั่นอย่างสูงในฐานะนักบริหารที่ผลักดันนโยบายภาษีเชิงรุก และปฏิรูประบบจัดเก็บรายได้ภาคธุรกิจขนาดใหญ่ สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายสาธิต ถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิดคดีร่ำรวยผิดปกติ จากการครอบครองทองคำแท่ง 20,976 บาท มูลค่า 1,500 ล้านบาท กระทั่งในวันเดียวกันนี้ ทาง ป.ป.ช.ได้ส่งมอบทองคำดังกล่าวให้กระทรวงการคลัง ภายหลังศาลฎีกา พิพากษาถึงที่สุดให้ตกเป็นของแผ่นดิน
ทั้งนี้ จุดเริ่มต้นคดีร่ำรวยผิดปกติ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2559 คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนายสาธิต ในข้อหาร่ำรวยผิดปกติ จากการตรวจสอบพบว่ามีการสั่งซื้อทองคำแท่งในชื่อของตนเองกับบริษัท ฮั่วเซ่งเฮง คอมโมดิทัช จำกัด รวม 15 รายการ รวมน้ำหนักประมาณ 20,976 บาททองคำ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท โดย ป.ป.ช.ระบุว่าทรัพย์สินมหาศาลนี้เป็นสิ่งที่ได้มาโดยไม่สมควร หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ สืบเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ทำให้ทองคำทั้งหมดถูกอายัดและฝากไว้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2562 เพื่อรอคำพิพากษาถึงที่สุด
ต่อมา ศาลฎีกามีคำพิพากษายึดทรัพย์คืนแผ่นดิน ตามคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 1256/2567 คดีระหว่างอัยการสูงสุดและนายสาธิต ซึ่งศาลมีคำสั่งให้ทองคำแท่ง น้ำหนักกว่า 2 หมื่นบาทนั้น ตกเป็นของแผ่นดิน เป็นที่มาของการที่ ป.ป.ช.ได้มีพิธีส่งมอบทองคำแท่ง มูลค่า 1,500 ล้านบาท ให้แก่กระทรวงการคลัง (กรมธนารักษ์) อย่างเป็นทางการ ปิดตำนานคดีอดีตข้าราชการระดับสูง ผู้มีทรัพย์สินเป็นทองคำมหาศาลในประวัติศาสตร์ไทย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี