วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569
กทม. จับมือมหาวิทยาลัยเกริก เปิดประตูการศึกษา ‘คนพิการ เรียนปริญญาตรีฟรี’สร้างโอกาสสู่ชีวิตที่มั่นคง
วันที่ 13 ม.ค. 69 เวลา 11.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิชาการ (MOU) กับ รศ.ดร.พรพรรณ จันทโรนานนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกริก เพื่อส่งเสริมการศึกษาในระดับอุดมศึกษาและการพัฒนาทักษะด้านวิชาการและวิชาชีพให้แก่คนพิการ รวมถึงบุคลากรในสังกัดกรุงเทพมหานคร ณ ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร
ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มคนพิการ ผ่านการส่งเสริมการศึกษาและการพัฒนาทักษะอาชีพ ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกริกในครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และสนับสนุนการเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างเหมาะสม เป้าหมายหลักของความร่วมมือมุ่งเน้นการสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับกลุ่มเปราะบาง โดยมีจุดประสงค์หลัก ได้แก่ 1.ส่งเสริมการศึกษา เปิดโอกาสให้คนพิการที่ปฏิบัติงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร และบุคลากรของกรุงเทพมหานคร เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี 2.พัฒนาทักษะอาชีพ นอกเหนือจากวุฒิการศึกษา เน้นการฝึกทักษะต่าง ๆ เช่น ด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาจีนที่มหาวิทยาลัยเกริกมีความเชี่ยวชาญ รวมถึงทักษะวิชาชีพอื่น ๆ เพื่อนำไปใช้ประกอบอาชีพได้จริง และ 3.สร้างความเท่าเทียม มุ่งหวังให้คนพิการสามารถอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีอาชีพ และมีความรู้ที่ช่วยให้พึ่งพาตนเองได้
“หน้าที่ของกรุงเทพมหานครคือทำให้เมืองไม่ซ้ำเติมคนพิการ ด้วยการส่งเสริมความรู้ สร้างอาชีพ ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเท่าเทียม กลุ่มเป้าหมายของความร่วมมือครั้งนี้จะเน้นไปที่คนพิการที่กรุงเทพมหานครจ้างงานอยู่แล้วกว่า 400 คน รวมถึงบุคลากรของกรุงเทพมหานครซึ่งมีรวมกว่า 80,000 คน โดยในระยะสั้นตั้งเป้าหมายเบื้องต้นที่ร้อยละ 10 ของจำนวนคนพิการที่จ้างงาน หรือประมาณ 40 คน เพื่อเริ่มโครงการและขยายผลต่อไป” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว
ด้านอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกริก กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเกริกมีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการศึกษาเพื่อสังคม และให้ความสำคัญกับการศึกษาสำหรับคนพิการ ความร่วมมือกับกรุงเทพมหานครในครั้งนี้จะช่วยเปิดประตูสู่โอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาทักษะอาชีพอย่างเป็นรูปธรรม นำไปสู่การสร้างบัณฑิตและบุคลากรที่มีคุณภาพ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคใหม่
ทั้งนี้ ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิชาการ (MOU) ได้กำหนดโครงการสำคัญ “คนพิการ เรียนปริญญาตรีฟรี” เพื่อเปิดโอกาสให้คนพิการที่ปฏิบัติงานในสังกัดกรุงเทพมหานครสามารถเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาอย่างเท่าเทียม โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรระดับปริญญาตรี ตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยเกริก
โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพด้านวิชาการควบคู่กับการเสริมสร้างทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับความถนัดและความต้องการของตลาดแรงงาน อาทิ สาขาการบริหารธุรกิจ การตลาด นวัตกรรมและการจัดการ การเมืองและการปกครอง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานจริง เพิ่มโอกาสในการมีงานทำ และสร้างความมั่นคงในชีวิตอย่างยั่งยืน นับเป็นอีกก้าวสำคัญของกรุงเทพมหานครในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การสร้างสังคมแห่งโอกาส และการลดความเหลื่อมล้ำ
นอกจากนี้ บันทึกข้อตกลงยังครอบคลุมถึงการส่งเสริมการพัฒนาทักษะอาชีพ การฝึกอบรม การจัดกิจกรรมนัดพบแรงงาน และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการจ้างงานคนพิการในระยะยาว ตอกย้ำเจตนารมณ์ของกรุงเทพมหานครและมหาวิทยาลัยเกริกในการร่วมกันขับเคลื่อนสังคมแห่งโอกาส เปิดโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม เสริมสร้างศักยภาพและทักษะอาชีพที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน เพื่อให้คนพิการสามารถพึ่งพาตนเอง มีงานทำ มีรายได้ และมีความมั่นคงในชีวิต ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน มุ่งสู่เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคนอย่างแท้จริง
พิธีลงนามฯครั้งนี้ มีนายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯกทม. นายภิมุข สิมะโรจน์ เลขานุการผู้ว่าฯกทม. นายภาณุมาศ สุขอัมพร และ ดร.เกศี จันทราประภาวัฒน์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม. นางสาวกาญจนา ภูมิพัฒน์ผล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักฯ คณะผู้บริหาร และคณาจารย์มหาวิทยาลัยเกริก เข้าร่วม
036
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี