สะเทือนใจซ้ำอีก! สาวกำลังกลับไปงานศพพ่อ แต่กลับเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตเครนหล่นทับรถไฟ

สะเทือนใจซ้ำอีก! สาวกำลังกลับไปงานศพพ่อ แต่กลับเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตเครนหล่นทับรถไฟ

วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.31 น.

สะเทือนใจซ้ำอีก! สาวกำลังกลับไปงานศพพ่อ แต่กลับเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตเครนหล่นทับรถไฟ ที่โคราช ขณะที่แฟนหนุ่มโพสต์ใจแตกสลาย

เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2569 จากกรณี เกิดเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว พื้นที่ก่อสร้างบ้านถนนคต หมู่ 11 ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา หล่นมาทับรถไฟขบวน 21 ดีเซลรางด่วนพิเศษ กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก 


โดยข้อมูลล่าสุด ณ เวลา 17.00 น. มีผู้เสียชีวิตแล้ว 32 ราย อยู่ระหว่างการค้นหา 3 ราย ได้รับบาดเจ็บ 66 ราย อยู่ระหว่างรักษาตัว

ซึ่งในเหตุกาณ์สุดช็อกครั้งนี้ ยังพบเหตุการณ์สุดหดหู่ใจอีก หลังหญิงสาวกำลังเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด เพื่อไปงานศพพ่อ แต่กลับต้องมาเสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว ทราบชื่อคือ น.ส.ชนันต์ญาต์ วงษ์จันทร์ ซึ่งโดยสารมากับขบวนรถไฟในโบกี้ที่ 2

โดยก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน เธอได้โพสต์แจ้งข่าวการจากไปของพ่อ มีข้อความว่า “หลับให้สบายนะพ่อ ถึงจะไม่ค่อยได้คุย ไม่ค่อยได้เจอกันเลย แต่หนูก็รักพ่อนะ ขอให้พ่อไปสู่ภพภูมิที่ดี เดี๋ยวหนูกลับไปหานะ”

หลังจากนั้น แฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิต ก็ได้โพสต์ภาพของขบวนรถไฟที่แฟนสาวนั่งโดยสารมา พร้อมข้อความว่า “จากเหตุการณ์เครนถล่มลงมาทับรถไฟ ตอนนี้ผมเจอร่างแฟนผมแล้วนะครับ วันนี้เป็นวันที่หัวใจของผมแตกสลายที่สุดในชีวิต”

สุรินทร์ วันที่ 15 ม.ค.69 จากกรณี เครนยักษ์ถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษ กรุงเทพ-อุบลราชธานี ที่อำเภอสีคิ้ว จ.นครราชสีมา ส่งผลมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือนางสาวชนันต์ญาต์ วงศ์จันทร์ อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดสุรินทร์ ที่เดินทางมากับขบวนรถไฟดังกล่าว เพื่อตั้งใจมากราบเคารพศพพ่อที่เสียชีวิตเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะมีการฌาปนกิจศพในวันเสาร์นี้ เหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างความเศร้าสลดให้กับญาติพี่น้องและคนทั่วไปที่ทราบข่าวเป็นอย่างมาก ที่ครอบครัวต้องสูญเสียพ่อและลูกสาวไปในเวลาที่ไล่เรี่ยกัน โดยที่ลูกสาวยังไม่ทันได้มาเคารพกราบพ่อที่จากไป

ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่บ้านเลข 225 ม.8 บ้านเกาะตรวจ ต.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นของนางสาวชนันต์ญาต์ ผู้เสียชีวิต พบชาวบ้านในหมู่บ้านกำลังช่วยกัน กางเต็นท์ จัดเตรียมสถานที่ รอรับศพผู้เสียชีวิต ด้วยบรรยากาศที่เศร้าโศกกับเหตุการณ์ ขณะที่นางดี วงศ์จันทร์ อายุ 60 ปีแม่ของผู้ตายและน้องขวัญ อายุเก้าปี เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ลูกของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางไปรับศพนางสาวชนันต์ญาต์ ที่จังหวัดนครราชสีมาตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา 

ผู้สื่อข่าวสอบถามนางลิตร สุขเติบ อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับแม่ผู้เสียชีวิต ทราบว่า งานศพของพ่อน้องอยู่อีกบ้านอีกหลังในหมู่บ้าน พ่อกับแม่ของผู้เสียชีวิตแยกทางกันไปนานแล้ว บ้านหลังปกติลูกสาวของผู้ตายจะอยู่กับยายที่บ้านนี้ ส่วนแม่น้องเขาไปทำงานที่ กรุงเทพมหานคร พอน้องทราบข่าวว่าแม่เสียชีวิตตอนเลิกเรียนมาเมื่อวาน ก็เสียใจร้องไห้  มีคนแจ้งมาบอกแม่ผู้เสียชีวิตเมื่อวานว่าผู้ตายนั่งมากับขบวนรถไฟที่ประสบอุบัติเหตุ แม่เขาก็เลยโทรไปหาแฟนของผู้ตาย แฟนเขาก็บอกว่าส่งขึ้นรถแล้วและติดต่อไม่ได้เหมือนกัน และแม่ก็โทรไปหาลูกสาวโทรศัพท์ติดแต่ไม่มีคนรับสาย คือตอนนั้นยังไม่รู้ว่าลูกสาวได้เสียชีวิตแล้ว และเมื่อทราบข่าวว่าลูกสาวเสียชีวิต แม่เขาก็ร้องไห้เสียใจเป็นลม2-3ครั้ง ตนญาตพี่น้องก็ได้แต่ปลอบให้ทำใจ ผู้ตายเป็นเสาหลักของครอบครัว ไปทำงานอยู่กรุงเทพประมาณแปดปี ส่วนลูกสาวชื่อน้องขวัญเรียนอยู่ ป. 3 ก็ให้อยู่กับยายที่บ้าน ปกติน้องกลับบ้านประมาณปีละ 2-3 ครั้ง ล่าสุดกลับมาเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ครั้งนี้ที่เขามาเพื่อจะมากราบศพพ่อด้วย ก่อนจะมาประสบอุบัติเหตุก่อน ซึ่งศพพ่อจะมีการฌาปนกิจในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ ตอนแรกพวกพี่ๆน้าๆก็บอกว่าให้เขามาวันศุกร์ แต่น้องเขาอยากมาอยู่บ้านนานๆหน่อย ซึ่งพวกเราก็ห้ามแล้วว่าอย่าพึ่งมาเพราะว่าศพพ่อยังอยู่อีกหลายวัน แต่เขาก็ไม่ยอม

เหตุการณ์ครั้งนี้ทุกคนต่างเสียใจ ก็อยากให้ผู้รับเหมาก่อสร้างงานทำให้ดีๆหน่อยอย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ไม่อยากให้ใครต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้อีก ก็อยากให้ใช้ความระมัดระวังในการก่อสร้าง ส่วนในเรื่องของการเยียวยาก็อยากให้บริษัทก่อสร้างหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเยียวยาให้กับผู้สูญเสียกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ให้เต็มที่ เพราะที่บ้านของผู้เสียชีวิตก็มีฐานะก็ไม่ค่อยจะดีมากนักไร่นาก็ไม่ได้ทำปีนี้ และต้องขาดเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัวไปอีก ส่วนพวกพี่ๆของผู้ตาย ต่างก็แยกย้ายไปมีครอบครัวกันหมดแล้ว

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านงานศพของนายไสว กลิ่นกันหา พ่อของน้องผู้เสียชีวิตซึ่งอยู่ภายในหมู่บ้านเดียวกันห่างไปประมาณ 200 เมตร พบว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา ซึ่งจะมีการฌาปนกิจศพที่วัดในหมู่บ้านในวันเสาร์ที่ 17 ม.ค.นี้(ไม่สามารถสอบถามอะไรได้มากนักเนื่องจากพ่อได้แยกทางกับแม่ของผู้ตายนานแล้ว และทางภรรยาของผู้ตายไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่)

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top