542.jpg
ทลายผับห้วยขวาง บริการอัพยา24ชม.

ทลายผับห้วยขวาง บริการอัพยา24ชม.

วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ทลายผับห้วยขวาง
บริการอัพยา24ชม.

ล้อมคอกไฟไหม้ นครบาลร่วมกับ ปปส.กทม. ลุยตรวจสถานบริการ เจอผับลับซอย 1 ย่านห้วยขวาง เปิดร้านเกมบังหน้า พบจัดบริการปาร์ตี้ยาเสพติดโจ๋งครึ่ม 24 ชั่วโมง เอาใจกลุ่มบาร์โฮส-สาวเอ็นเตอร์เทน ยึดของกลางเพียบ จับเจ้าของ-พนักงาน-นักดื่ม รวม 11 ราย

ปฏิบัติการทลาย “ผับลับอัพยา” ดังกล่าว ตำรวจนำหมายค้นศาลอาญาที่ ค.99/2569 ลงวันที่ 17 ก.ค. 2569 เข้าตรวจสอบ อาคารพาณิชย์ 4 ชั้นริมถนนประชาอุทิศ แขวงห้วยขวางเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ จับกุมตัวผู้ต้องหา11 ราย เมื่อเช้าวันที่ 18 กรกฎาคม ตรวจยึดของกลาง และยึดทรัพย์สินดังนี้ 1.ยาอี (MDMA) : 224 เม็ด 2.ไอซ์ 51.16 กรัม 3.โคเคน : 3.83 กรัม 4.คีตามีน 326.24 กรัม 5.หัวพอตเค 19 หัว 6.บุหรี่ไฟฟ้า : 38 ตัว 7.เงินสด 91,000 บาท 8.แหวน 2 วง 9.พระพร้อมกรอบลักษณะคล้ายทอง 1 องค์ รวมตรวจยึดทรัพย์สินทั้งสิ้น มูลค่าประมาณ 300,000 บาท


พฤติการณ์กล่าวคือ จากกรณีเพลิงไหม้ร้านเหล้าชื่อดังย่านลาดพร้าว เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย ต่อมาพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ทำการตรวจสอบสถานบริการในพื้นที่นครบาล กระทั่งได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 ว่ามีผับแห่งหนึ่งซึ่งมีนามเรียกขานเฉพาะกลุ่มว่า “ผับลับ” ซึ่งมีการเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเบาะแสว่าภายในผับลับนี้ มีการจำหน่ายยาเสพติดหลากหลายชนิดให้ลูกค้าทะลุมิติอย่างครบวงจรภายในร้าน จนกล่าวได้ว่าเข้าผับนี้แล้วจะไม่รู้เดือนรู้ตะวันเลยทีเดียว

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบช.น. รับผิดชอบยาเสพติด ร่วมกับพล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. และสืบ 1 ลงพื้นที่สืบสวนโดยทันที กระทั่งจนสืบทราบว่า “ผับลับ” แห่งนี้มีพิกัดตั้งอยู่ริมถนนประชาอุทิศ ย่านห้วยขวาง เป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 1 คูหา โดยอำพรางภายนอกให้เสมือนเป็น “ร้านเกมส์” มีการนำผ้าใบและรถมาจอดปิดบังภายหน้าร้านจนแนบเนียมมาก หากมองจากภายนอกจะไม่สามารถทราบได้เลยว่านี่คือผับ
ผับลับแห่งนี้จะถูกเรียกขานกันว่า “ร้านลับซอย 1” มีกลุ่มลูกค้าเฉพาะกลุ่มเท่านั้น หากเป็นคนแปลกหน้าจะไม่สามารถเข้าไปในผับลับแห่งนี้ได้ โดยกลุ่มลูกค้าที่เข้ามามั่วสุมในร้านนี้ขาประจำคือกลุ่มบาร์โฮส และสาวเอ็นเตอร์เทนที่มักจะพาลูกค้าหรือคู่ขาของตนเองมาต่อ “หลังผับปิด” โดยมีทางร้านจะมีบริการจำหน่ายยาเสพติดหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น เคตามีน, พอตเค และยาอี ซื้อขายกับพนักงานร้านได้ ซ้ำลูกค้าสามารถเสพยาเสพติดที่โต๊ะตนเองได้ภายในร้านโดยไม่ต้องหลบซ่อนและด้วยสภาพภายในร้านที่มีการปิดฟิล์มดำทึบจนไม่สามารถทราบกลางวันกลางคืนได้ ทำให้ผับลับนี้คนจะแน่นหนาตั้งแต่ห้วง 04.00น.ไปจนถึง15.00น.จนลูกค้าบางรายเมื่อเดินออกจากร้านมีอาการหลงเวลา ดวงตาไม่สามารถสู้แสงได้ และที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือสภาพอาคารสถานที่ เป็นที่แคบและทึบมีทางเข้า-ออกเพียงทางเดียว ไม่มีทางหนีไฟใดๆอีกทั้งผู้มาใช้บริการในผับลับนี้มีการใช้สารเสพติด มีการใช้ “ไฟแช็ก” ภายในร้าน และยังมีห้องครัวปิดตายอยู่ด้านหลังอาคาร ขัดต่อหลักมาตรฐานเกือบทุกจุด เมื่อทำการตรวจสอบก็พบว่าเป็นการลักลอบเปิดโดยไม่มีการขออนุญาตใดๆทั้งสิ้น

พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เปิดเผยถึงปฏิบัติการครั้งนี้ว่า หลังจาก พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบช.น.นำเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. และสืบ บก.น.1ได้ทำการสืบสวนรวบรวมหลักฐาน และได้ยืนคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอหมายค้นผับลับดังกล่าวและศาลได้อนุมัติหมายค้นเป็นที่เรียบร้อย จนนำมาสู่ปฏิบัติการเข้าตรวจสอบผับลับแห่งนี้ 

โดยในวันที่ 18 ก.ค. 2569 เวลา 08.25 น. ได้มีการบูรณาการร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.นำโดย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส., นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม.ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น.,สืบ บก.น.1, สน.ห้วยขวาง และ ปปส.กทม.เพื่อใช้มาตราการยึดทรัพย์จึงนำหมายค้นศาลอาญาที่ ค.99/2569 ลงวันที่ 17 ก.ค. 2569 เข้าตรวจสอบ อาคารพาณิชย์4 ชั้น ริมถนนประชาอุทิศ แขวงห้วยขวางเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 

ผลการตรวจค้นพบของกลางยาเสพติดหลายรายการ อยู่บนโต๊ะ,อยู่ที่ตัวลูกค้า และอยู่ที่เคาน์เตอร์พนักงานร้าน โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 11 ราย โดยแบ่งเป็น 4 ราย เป็นเจ้าของร้าน และพนักงานขายยาเสพติด อีก 7 ราย เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีสารเสพติดในร่างกาย 

จากการตรวจค้นโดยละเอียดพบว่า บริเวณชั้นล่าง เป็นการเปิดสถานบันเทิงเต็มรูปแบบ แสงสีเสียง ครบครัน มีพนักงานร้านคอยบริการกลุ่มลูกค้าอยู่ รวม 28 ราย จากการตรวจสารเสพติดในร่างกายของกลุ่มลูกค้า พบว่ามีสารเสพติด อาทิเมทแอมเฟตามีน, โคเคน, ยาอี, เคตามีน อยู่ในร่างกาย และหนึ่งในพนักงานของร้านมียาเสพติดได้แก่ ยาเค และพอตเคไว้ในครอบครอง 

บริเวณชั้นลอย เปิดเป็นห้อง VIP มีไว้เพื่อมั่วสุมเสพยาเสพติด แต่ไม่มีผู้ใช้บริการอยู่ บริเวณชั้น 2 พบนายเอ (นามสมมุติ) แสดงตัวเป็นเจ้าของสถานบริการ และ น.ส.บี (นามสมมุติ)แฟนของนายเอ พักอาศัยอยู่ในห้อง หลังจากตรวจค้นโดยละเอียด พบยาเสพติดหลายประเภท อาทิ ไอซ์ ยาเค ยาอี พอตเค และบุหรี่ไฟฟ้า ซุกซ่อนอยู่ในห้องพักของนายเอ (นามสมมุติ) จำนวนมาก เจ้าหน้าที่ฯ จึงแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่กระทำความผิด ตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง


ในชั้นจับกุม นายสมชาย (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าของร้าน ได้ให้การว่า“ตนเปิดสถานบริการลับนี้มาแล้วประมาณ1-2 ปีเศษ และรับว่ายาเสพติดที่เจ้าหน้าที่ตรวจค้นเจอเป็นของตนจริง โดยซื้อมาเพื่อเสพเอง และจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ”
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top