ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง หมออั้ม ไม่ผิดหมิ่น บุ๊ง สามนิ้ว ชี้ นักบุญทุนคนอื่น ไม่มีการยืนยันตัวตน

ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง หมออั้ม ไม่ผิดหมิ่น บุ๊ง สามนิ้ว ชี้ นักบุญทุนคนอื่น ไม่มีการยืนยันตัวตน

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.15 น.

อุทธรณ์ยืนยกฟ้อง “หมออั้ม”พ้นผิดหมิ่น“เสี่ยบุ๊ง” อดีตเเกนนำ 3 นิ้ว “นักบุญทุนคนอื่น” ศาลชี้ ข้อความไม่เป็นการยืนยันตัวตน ต้องผ่านการสืบค้น 

วันที่ 22 มกราคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมาที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก   ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีหมายเลขดำอ.233/2565ที่นายปกรณ์ พรชีวางกูร หรือบุ๊ง นักเคลื่อนไหวทางการเมืองอดีตผู้สนับสนุนม็อบราษฎร เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายอิราวัต อารีกิจ หรือหมออั้ม อินฟลูเอนเซอร์การเมืองเเละอดีตนักร้องค่ายดัง เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทฯ  


กรณีเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม2564 นายอิราวัตหรือ หมออั้มโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก หมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียงคดีนี้ศาลชั้นต้นได้พิพากษายกคำฟ้อง  
ต่อมานายปกรณ์ โจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลลงโทษจำเลยด้วย

ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือเเล้วคดีนี้มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ข้อความของจำเลย นั้น เป็นการหมิ่นประมาทหรือไม่ โดยโจทก์ อุทธรณ์ว่า จำเลยได้โพสต์ข้อความซึ่งมีความหมายถึงโจทก์ โดยมีผู้อ่านข้อความหลายราย เมื่ออ่านข้อความของจำเลยแล้วทราบทันทีว่าหมายถึงโจทก์ โจทก์จึงเห็นว่าการที่ผู้อ่านทราบในทันทีว่าข้อความดังกล่าวหมายถึงโจทก์ ข้อความตามโพสต์ดังกล่าวจึงเป็นการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

 แต่เมื่อดูจากข้อความของผู้แสดงความคิดเห็นแล้วจะเห็นว่ามีข้อความว่า “เชือดหมูไหม” “เสี่ยขายหมูไหม”  “เฮียขายหมูใช่ไหม” “บ้านลาดพร้าวซอย1”  ซึ่งเป็นบ้านของโจทก์  จากคำว่า “เสี่ย” หรือ “เฮีย” เป็นคำพูดทั่วไป และโพสต์ข้อความของจำเลยไม่ได้ระบุชื่อโจทก์ ลำพังเพียงข้อความของจำเลยไม่อาจจะเข้าใจได้ว่าเป็นโจทก์ 

การที่มีผู้แสดงความคิดเห็นใต้โพสต์จำเลยยังต้องอธิบายหรือบรรยายถึงลักษณะของโจทก์ จึงต้องอาศัยการสืบเสาะค้นหาประมวลผลจากความคิดเห็น แม้โจทก์จะมีนางณัฐกานต์ ภรรยามาเบิกความสนับสนุนว่าข้อความที่จำเลยกล่าวถึงนั้นหมายถึงโจทก์ แต่เหตุที่นางณัฐกานต์เข้าใจว่าเป็นโจทก์เพราะพยานเป็นภรรยาโจทก์ และรู้จักจำเลย ทราบดีว่าโจทก์และจำเลยเคยเป็นเพื่อนกัน และเคยมีคดีฟ้องร้องต่อกับที่จ.ราชบุรีมาก่อน จากคอมเม้นต์ดังกล่าวจะเห็นว่าจะต้องมีการสืบค้นเสียก่อน 

นอกจากนี้ข้อความว่า “เริ่มมีกระแส นักบุญทุนคนอื่น ได้อาชีพใหม่คืออาชีพจัดม็อบ เป็นคนกลาง ถือเงินคนอื่น ประมูลนั้นนี่ เก็บค่าส่วนต่างเงินบริจาค ท่อน้ำเลี้ยงมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ โดยไร้อาชีพหลัก แต่ยังโง่เหมือนเดิม โพสต์อวดรวย ซื้อนั้นโชว์นี่ ซึ่ง ปปง. และสรรพกรกำลังตรวจสอบ”   อีกทั้งได้ความจากคำถามค้านของทนายจำเลยว่า “โจทก์ได้เปิดรับบริจาคหรือไม่” ซึ่งโจทก์ได้ตอบคำถามดังกล่าวว่า “ไม่เคยเปิดรับบริจาค”  ซึ่งเป็นการที่จำเลยปฏิเสธเรื่องการบริจาคว่าไม่ใช่โจทก์ 

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อความของจำเลยก็ไม่อาจทำให้คนทั่วไปฟังเข้าใจว่าเป็นเรื่องจริง เป็นการโพสต์เตือนบุคคลทั่วไปเกี่ยวกับการที่มีผู้รับบริจาคเงิน  การที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย. อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืนยกฟ้องตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top