จับ‘ปลัดอ.เชียงดาว’  ช่วยแก๊งจีนเทา  สวมสัญชาติไทย  นายกฯบี้ฟันหนัก

จับ‘ปลัดอ.เชียงดาว’ ช่วยแก๊งจีนเทา สวมสัญชาติไทย นายกฯบี้ฟันหนัก

วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ตำรวจ บก.ปปป.จับมือกรมการปกครอง และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บุกตรวจค้นจับกุมปลัดอำเภอ กับพวก รวม 6 ราย ทุจริตออกใบถิ่นที่อยู่ถาวรให้ชาวจีน อย่างน้อย 9 ราย เจ้าหน้าที่เร่งขยายผลต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 22 มกราคมผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พ.ต.อ.ภาสกร นภาโชติ ผกก. 4 บก.ปปป.บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.กรมการปกครอง ป.ป.ท.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขยายผลจับกุมขบวนการเจ้าหน้าที่รัฐทุจริต สวมสิทธิใบถิ่นที่อยู่ถาวรและสัญชาติไทยให้กับชาวต่างชาติ โดยเปิดปฏิบัติการ ‘สลายหมอกเชียงดาว’กระจายกำลังกันเข้าตรวจค้นเป้าหมาย6 จุดใน จ.เชียงใหม่ และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 6 ราย


สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม ประกอบด้วย นายธีรวัฒน์ สุขศรี นายวิเศษ ผงนอก 2 ปลัดอำเภอในพื้นที่ จ.เชียงใหม่น.ส.สุวนันท์วรธงชัย น.ส.เนตรนภา เขื่อนเพชร น.ส.รุ่งอรุณ สวัสดิ์ไหว และน.ส.พรพัชร ธนกัณฬ์ กลุ่มเจ้าหน้าที่เทศบาลในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 5 ที่ 1–6/2569 ลงวันที่ 20 มกราคม 2569 ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำหรือรับรองเอกสาร แต่กลับรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ และเป็นเจ้าหน้าที่รัฐร่วมกันทำ ใช้ หรือสนับสนุนการใช้หลักฐานเท็จทางทะเบียนราษฎรโดยมิชอบจับกุมได้ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ตำรวจบช.ก.ร่วมกับกรมการปกครอง เข้าจับกุมนายอำเภอเวียงแหง จ.เชียงใหม่ พร้อมพวกในคดีทุจริตเรียกรับผลประโยชน์จากการขอสัญชาติไทยและขอสถานะบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ต่อมาจึงสืบสวนขยายผลพบความผิดปกติเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอกสารคำร้องขอหนังสือรับรองการเกิดที่สำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาล ต.ทุ่งข้าวพวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โดยมีหลักฐานเป็นหนังสือรับรองการเกิด (ท.ร.20/1) ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2568 และเอกสาร ป.ค.14 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ซึ่งปรากฏลายมือชื่อนายธีรวัฒน์ และนายวิเศษ ปลัดอำเภอทั้งสองราย เป็นผู้ลงนามรับรองเอกสาร

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงขออำนาจศาลอาญาฯ ออกหมายจับ 6 ผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องก่อนจะเปิดปฏิบัติการบุกเข้าตรวจค้นจับกุมดังกล่าว และขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลการจับกุมต่อเนื่อง พร้อมดำเนินการเอาผิดผู้ร่วมขบวนการรายอื่น รวมถึงตรวจสอบเอกสารทางทะเบียนที่อาจถูกสวมสิทธิเพิ่มเติม

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีตำรวจ บช.ก.ร่วมกับกรมการปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวม 5 หน่วยงาน เปิดปฏิบัติการ‘สลายหมอกเชียงดาว’ เข้าจับกุมปลัดอำเภอ และเจ้าหน้าที่เทศบาลในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ รวม 6 รายที่ทุจริตต่อหน้าที่สวมสิทธิใบถิ่นที่อยู่ถาวรให้ชาวต่างชาติอย่างน้อย 9 ราย ว่าเคยบอกแล้วว่าให้ปิดชื่อถือพฤติกรรม ตามที่ตนพูดไว้ พูดแล้วทำมีทั้งเรื่องจับยาเสพติด ก็ดำเนินการ ช่วง 4 เดือนมานี้ 330 ล้านเม็ดแล้ว เป็นยาบ้ามูลค่าหมื่นล้านบาท ยังไม่รวมไอซ์ ยาอี เฮโรอีน และอื่นๆ ส่วนเรื่องสแกมเมอร์ มีทั้งยึดทรัพย์และดำเนินคดี เพิกถอนสัญชาติ และเนรเทศ มีครบทุกกระบวนการ เรื่องการก่ออาชญากรรม การพนัน และอาชญากรรมไซเบอร์ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และอาชญากรรมทางการเงิน ก็สามารถดำเนินคดีแทบไม่หวาดไม่ไหว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการสั่งการให้ขยายเพิ่มเติมอย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ไม่ต้องขยายผลหรอก ใครทำผิด คนที่รับผิดชอบเขามีหน้าที่ต้องดำเนินการ ต่อข้อถามว่าได้รับรายงานความเชื่อมโยงเกี่ยวกับสแกมเมอร์หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ได้ให้นโยบายไปแล้วว่าการปฏิบัติเป็นเรื่องของตำรวจ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เมื่อถามว่าอยากฝากเตือนอะไรข้าราชการที่ยังกระทำความผิดอยู่นายกฯ กล่าวว่า ไม่ต้องเตือนหรอก พวกเขาทราบดีว่าถ้าเขาทำผิดเขาจะโดนอะไร ทุกคนที่เป็นข้าราชการถ้ามาถึงระดับปลัดอำเภอ นายอำเภอ เขาทราบกันดี และนี่ก็ง่ายสำหรับตนอีกเหมือนกันในการที่จะให้นโยบาย และการให้กำลังใจกับผู้ปฏิบัติการ ซึ่งพวกนี้รู้หมด ถ้าเลือกที่จะเดินผิดซอย หรือถ้าเลือกที่จะเดินไปในทางที่ไม่ดี จะไม่สามารถมาบอกได้ว่าไม่รู้ ไม่ทราบ หลงผิดไป แบบนี้ไม่ใช่ และนี่เป็นการตั้งใจทำผิด โดยเฉพาะยิ่งเป็นข้าราชการ เป็นผู้มีอำนาจ ในการอนุมัติอะไรด้วยแล้ว ในทางกฎหมายก็เขียนชัดเจนว่า จะต้องได้รับโทษเพิ่มมากกว่าคนปกติด้วยซ้ำ ซึ่งเราก็จะทำเต็มที่

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top