วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569
บช.ปส.จับบิ๊กล็อต! ยาบ้า 7.3 ล้านเม็ด-ไอซ์ 250 กิโลฯ คาโกดังแม่แตง-สันทราย รวบ 3 มดงานเครือข่ายบงการส่งภาคกลาง จ่อขยายผลขุดรากถอนโคนเส้นทางเงินนายทุนใหญ่
วันที่ 23 มิ.ย. 69 ที่กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 (ส่วนหน้า) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) พร้อมด้วย พล.ท.ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะผู้แทนกองทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันเปิดแถลงข่าวผลการจับกุมเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่จำนวน 2 คดี ซึ่งมีความเชื่อมโยงเป็นขบวนการเดียวกัน สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 3 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาบ้ารวมทั้งสิ้น 7,330,000 เม็ด และยาไอซ์ (เมทแอมเฟตามีน) น้ำหนักรวม 250 กิโลกรัม
พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. เปิดเผยรายละเอียดว่า คดีแรกจับกุมได้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กองกำกับการ 2 บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 (กก.2 บก.ปส.3) ได้ทำการบูรณาการฐานข้อมูลการข่าวร่วมกับหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ จนกระทั่งทราบรายงานความเคลื่อนไหวอย่างแน่ชัดว่า มีกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดสัญชาติไทย เตรียมใช้พื้นที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงเป็นจุดพักแรมและรับส่งมอบยานรกเพื่อส่งต่อไปยังพื้นที่ชั้นในของประเทศ
จนกระทั่งต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบรถยนต์อเนกประสงค์ยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำเงิน ติดแผ่นป้ายทะเบียนจังหวัดลำพูน ขับมุ่งหน้าเข้าไปในพื้นที่เป้าหมายอำเภอแม่แตง และขับกลับออกมามุ่งหน้าเข้าเขตเมืองอย่างมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงสะกดรอยติดตามอย่างกระชั้นชิด ก่อนจะสบโอกาสส่งสัญญาณแสดงตัวเข้าขอทำการตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าว บริเวณริมถนนหน้าสถานีตำรวจภูธรแม่โจ้ ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ จากการตรวจสอบพบ นายคำจันทร์ (สงวนนามสกุล) เป็นผู้ขับขี่ และเมื่อค้นตู้โดยสารภายในรถ เจ้าหน้าที่ต้องตกตะลึงเมื่อพบยาไอซ์บรรจุหีบห่ออย่างดี น้ำหนักรวม 250 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ จึงทำการควบคุมตัวนายคำจันทร์และยึดของกลางไว้ทันที
จากการเค้นสอบปากคำนายคำจันทร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการได้นำข้อมูลมาสืบสวนขยายผลแบบทันควัน จนทราบเบาะแสสำคัญว่า เครือข่ายขนยานรกกลุ่มนี้ยังมีโกดังลึกลับที่ใช้เป็นเซฟเฮาส์สำหรับพักคอยและกระจายยาเสพติด ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านแม่คะจาน หมู่ 7 ตำบลขี้เหล็ก อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ กำลังตำรวจ บช.ปส. จึงนำกำลังอาวุธครบมือบุกเข้าตรวจค้นโกดังดังกล่าวอย่างละเอียด
ผลการตรวจค้นพบว่า โกดังแห่งนี้ภายนอกดูเหมือนคลังสินค้าทั่วไป แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบบริเวณพื้นอาคารอย่างละเอียด กลับพบร่องรอยการดัดแปลงพื้นคอนกรีตขุดลึกลงไปเป็น “ช่องลับใต้ดิน” ขนาดย่อม มีฝาปิดอำพรางสายตาเพื่อใช้สำหรับซุกซ่อนยาเสพติดโดยเฉพาะ เมื่อเปิดฝาช่องลับดังกล่าวออกดู พบกระสอบป่านปุ๋ยสีรุ้งบรรจุยาบ้าอัดแน่นรวมกันอยู่จำนวนมหาศาล นับรวมได้ทั้งสิ้น 7,330,000 เม็ด พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาซึ่งทำหน้าที่เป็นคนเฝ้าโกดังในจุดดังกล่าวได้เพิ่มอีก 2 ราย คือ นายเจษฏา (สงวนนามสกุล) และ นายรัตนชัย (สงวนนามสกุล)
ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า จากแนวทางการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ พบว่าทั้งสองคดีนี้มีความเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ โดยผู้ต้องหาทั้งหมดอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน ซึ่งได้รับใบสั่งตรงมาจาก "นายทุนรายใหญ่" เพื่อให้ทำหน้าที่ลักลอบนำยาเสพติดล็อตนี้เข้ามาจากชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน นำมาพักคอยไว้ที่อำเภอแม่แตง ก่อนจะทยอยใช้รถยนต์อเนกประสงค์ลำเลียงกระจายส่งต่อไปยังพื้นที่ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล
ขณะนี้ บช.ปส. ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงิน (Financial Route) และใช้มาตรการทางกฎหมายในการขยายผลขบวนการอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการ รวมถึงผู้อยู่เบื้องหลังหรือนายทุนผู้สั่งการมาดำเนินคดี ตลอดจนใช้มาตรการยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดเพื่อขุดรากถอนโคนขบวนการนี้ให้สิ้นซาก ตามนโยบายเร่งด่วนรุกฆาตยาเสพติดของรัฐบาลต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี