542.jpg
ตชด.334 แท็กทีม! สกัดเก๋งขนยาบ้า 2.8 ล้าน คนร้ายเปิดฉากยิงสุดท้ายไม่รอด

ตชด.334 แท็กทีม! สกัดเก๋งขนยาบ้า 2.8 ล้าน คนร้ายเปิดฉากยิงสุดท้ายไม่รอด

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.29 น.

แม่อายร้อนระอุ! ตชด.334 แท็กทีมกองกำลังผาเมือง สกัดรถเก๋ง CR-V ขนยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด คนร้ายเปิดฉากยิงสู้หวังแหกด่าน ปะทะเดือดเด็ดหัวคนร้ายดับ 1 คามือถือปืน 11 มม. อีกรายซิ่งฝ่าความมืดหลบหนี

วันที่ 17 มิ.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 334 (ตชด.334) ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ประกอบด้วย กองบังคับการควบคุมทหารพราน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 กองกำลังผาเมือง, กองร้อยเคลื่อนที่เร็วกองกำลังผาเมือง และหมวดลาดตระเวนระยะไกลกองกำลังผาเมือง ร่วมกันเปิดปฏิบัติการตั้งจุดสกัดเร่งด่วนบริเวณเส้นทางยุทธศาสตร์ชายแดน ระหว่างบ้านนามะอื้น–บ้านห้วยป่าซาง หมู่ 4 ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่


ปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องจากทางหน่วยงานได้รับรายงานจากแหล่งข่าวกรองด้านความมั่นคง ชี้ชัดว่าจะมีเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ใช้รถยนต์เอนกประสงค์ ลักลอบลำเลียงสารเสพติดล็อตมหาศาลจากแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านเส้นทางดังกล่าวเพื่อเดินทางเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศไทย เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังซุ่มโปร่งและตั้งจุดสกัดกั้นอย่างเข้มงวด

กระทั่ง เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการได้ตรวจพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น CR-V สีขาว ทะเบียนเชียงราย ขับตรงมาจากแนวชายแดน มุ่งหน้าเข้ามายังจุดสกัดบริเวณถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 3037 บ้านห้วยป่าซาง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวพร้อมให้สัญญาณไฟเพื่อขอทำการตรวจค้นตามยุทธวิธี

ทว่าเมื่อรถยนต์คันดังกล่าวจอดสนิท เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อชายผู้ต้องสงสัยจำนวน 2 คนที่นั่งอยู่ภายในรถ ได้เปิดประตูรถแล้ววิ่งหลบหนีมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าข้างทาง ทันใดนั้นหนึ่งในคนร้ายได้ชักอาวุธปืนไม่ทราบชนิด เปิดฉากยิงกระหน่ำใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนี ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้อาวุธประจำกายยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัวและสกัดกั้นคนร้าย จนเกิดการยิงปะทะกันอย่างดุเดือดนานหลายนาที

ภายหลังสิ้นเสียงปืนและสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังเข้าควบคุมพื้นที่และตรวจสอบบริเวณโดยรอบอย่างระมัดระวัง จนกระทั่งพบร่างของผู้ต้องสงสัยเสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่ 1 ราย สภาพอยู่ห่างจากจุดตรวจประมาณ 100 เมตร โดยในมือของผู้ตายยังคงกำอาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มม. ไว้แน่น ในลักษณะพร้อมใช้งาน ส่วนผู้ต้องสงสัยอีก 1 ราย อาศัยความมืดและความชำนาญเส้นทางป่ารกทึบฝ่าวงล้อมหลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด

จากการเข้าตรวจสอบภายในรถยนต์ฮอนด้า CR-V ของกลางอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ถึงกับผงะเมื่อพบว่าบริเวณเบาะผู้โดยสารด้านหลังและห้องสัมภาระท้ายรถ มีการอัดแน่นไปด้วยกระสอบฟางลายสีรุ้งจำนวน 14 กระสอบ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ยอดนิยมที่กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดใช้บรรจุสสาร เมื่อแกะออกดูภายในพบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า หรือ เมทแอมเฟตามีน) บรรจุกระสอบละประมาณ 200,000 เม็ด รวมยอดของกลางที่ยึดได้ในปฏิบัติการครั้งนี้สูงถึง 2,800,000 เม็ด ซึ่งถือเป็นยาเสพติดล็อตใหญ่มหึมาที่มีมูลค่ารวมมหาศาล

ภายหลังเสร็จสิ้นการตรวจสอบที่เกิดเหตุและเคลียร์พื้นที่ ทางชุดปฏิบัติการได้ทำการบันทึกภาพพร้อมรายงานเหตุการณ์ด่วนให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นรับทราบ ก่อนจะทำการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรอย่างละเอียด และนำของกลางยาบ้าจำนวน 2.8 ล้านเม็ด พร้อมรถยนต์และอาวุธปืน 11 มม. ไปเก็บรักษาอย่างปลอดภัย ณ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 334 เพื่อให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บลายนิ้วมือแฝงและสารพันธุกรรม (DNA)

ทางด้านหน่วยงานความมั่นคงเชื่อมั่นว่า ยาเสพติดบิ๊กล็อตดังกล่าวเป็นของเครือข่ายชาติพันธุ์หรือขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ ที่พยายามใช้ช่องว่างตามแนวตะเข็บชายแดนภาคเหนือเป็นสะพานเชื่อมลำเลียงสารเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย ซึ่งหลังจากนี้พนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนจะนำข้อมูลทะเบียนรถและหลักฐานอื่นๆ ไปขยายผลเพื่ออกหมายจับขบวนการนอมินี ผู้จัดหาพาหนะ และผู้ว่าจ้างรายใหญ่มาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งสั่งการให้เพิ่มมาตรการเข้มงวด ลาดตระเวนสกัดกั้นตามแนวชายแดนทุกจุดอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ยาเสพติดเล็ดลอดเข้ามาทำลายประเทศได้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top