วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569
อัยการคดีพิเศษยื่นฟ้อง"จิตราภรณ์"เมียตุลาการศาลรธน. อดีต CEO ร่วมกับพวก ปลอมเอกสารลักเงินซื้อขายที่ดิน 372 ล้าน บริษัทพลังงานขยะอีสเทิร์นฯ-ร่วมฟอกเงินฯ ศาลให้ประกันรายละ 5 แสน
เมื่อวันที่ 23 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา พนักงานอัยการ ฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายคณพศ นิจสิริภัช อายุ 72 ปีอดีต CEO บริษัท โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ , นางจิตราภรณ์ เตชาชาญ อายุ 73 ปี อดีต ผอ.สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (สสว.) ในฐานะอดีต CEO บริษัท โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ และเป็นภรรยาของ นายศักดิ์ เตชาชาญ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กับพวกอีก 3 คน รวมเป็นจำเลยที่ 1 - 5 ในความผิดฐาน ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้กลอุบายอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ , ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นปกติธุระ , ร่วมกันใช้เอกสารสิทธิปลอม , ร่วมกันเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทจำกัดกระทำการปลอมเอกสารเพื่อลวงให้บริษัทขาดประโยชน์อันควรได้ , เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้รับผิดชอบในการ ดำเนินงานของบริษัทจำกัดกระทำการปลอมเอกสารเพื่อลวงให้บริษัทขาดประโยชน์อันควรได้ , สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่2คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน
อัยการโจทก์ฟ้องระบุฟ้องพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 - 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด ผู้เสียหายที่ 1 และบริษัท สมุทรปราการ รีนิวเอเบิ้ลเอเนอร์จี้ จำกัด ผู้เสียหายที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 3 เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและบัญชี และจำเลยที่ 5 เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย
จำเลยทั้งห้ากับพวกอีกหลายคนที่หลบหนีร่วมกันกระทำความผิดวางแผนทำเป็นขั้นตอน ทั้งปลอมสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินหลายฉบับหลายแปลงหลายลักษณะ โดยไม่มีการซื้อขายจริง หรือมีการซื้อขายจริงแต่จะปลอมสัญญาจะซื้อจะขายขึ้นบางส่วนโดยระบุราคาที่ดินในสัญญาสูงกว่าราคาจริงที่ตกลงกันกับผู้จะขาย แล้วนำสัญญาจะซื้อจะขายปลอมดังกล่าวไปใช้อ้างแสดงต่อกรรมการและหรือที่ประชุมกรรมการบริษัท เพื่อขออนุมัติซื้อที่ดินและ ขออนุมัติออกเช็คบริษัทเพื่อชำระค่าที่ดินโดยเป็นเท็จ เมื่อได้เช็คค่าที่ดินดังกล่าวแล้ว จำเลยทั้งห้ากับพวกแบ่งหน้าที่กันทำ
โดยนำเช็คบริษัทดังกล่าวไปซื้อแคชเชียร์เช็คหลายฉบับจากธนาคาร โดยมีฉบับที่สั่งจ่ายจำนวนเงินตรงกับราคาที่ดินที่แท้จริง กับฉบับที่มีจำนวนเงินที่เหลือจากการชำระราคาที่ดินที่ แท้จริง ซึ่งจำเลยทั้งห้ากับพวกจะนำเช็คฉบับที่เหลือจากการชำระราคาที่ดินดังกล่าวไปเรียกเก็บเงินจาก ธนาคารแล้วบังอาจร่วมกันลักเอาเงินของผู้เสียหายทั้งสองไปโดยเจตนาทุจริตเพื่อแสวงหาประโยชน์ ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ
โดยจำเลยทั้งหมด ได้ลักทรัพย์ ร่วมกันทำเอกสารสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินปลอม ขึ้นทั้งฉบับ และร่วมกันปลอมในช่อง "ผู้รับเช็ค" ในเอกสารสำคัญใบรับเช็ค อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ทั้งนี้โดย ประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายที่ 1 ผู้เสียหายที่ 3 และประชาชน กระทำเพื่อให้ผู้เสียหายที่ 1 พนักงานของผู้เสียหายที่ 1 ผู้เสียหายที่ 3 ผู้หนึ่งผู้ใดซึ่งพบเห็น และประชาชนหลงเชื่อว่าเอกสารปลอมดังกล่าวเป็นเอกสารที่แท้จริง เพื่อลวงให้บริษัทผู้เสียหายที่ 1 ขาดประโยชน์อันควรได้
โดยจำเลยทั้งห้ากับพวกได้ร่วมกันนำเอกสารสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินอันเป็นเอกสารสิทธิที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิที่ได้ร่วมกันทำปลอมขึ้นไปใช้และอ้างต่อพนักงานของบริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด ผู้เสียหายที่ 1 เพื่อให้ที่ประชุมกรรมการบริษัทผู้เสียหายที่ 1 อนุมัติสั่งจ่ายตราสารเช็คเพื่อชำระหนี้ค่าที่ดินตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน แล้วนำเอาแคชเชียร์เช็คไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร แล้วได้ร่วมกันลักทรัพย์เอาเงินตามเช็คของผู้เสียหายที่ 1 ไปโดยทุจริต และมีลักษณะเป็นปกติธุระ
โดยจำเลยทั้งห้ากับพวกร่วมกันทำเอกสารหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ระหว่างบริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด ผู้เสียหายที่ 1 ผู้จะซื้อ กับบริษัท ปัญญานคร จำกัด ผู้จะขาย อันเป็นเอกสารสิทธิที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวนหรือระงับซึ่งสิทธิ ปลอมขึ้นแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด ก่อนร่วมกันเติมข้อความตัวเลขจำนวนเงินราคาที่ดิน 261 ล้านบาทเศษ ซึ่งเป็นเอกสารที่แท้จริงและมีจำนวนเงินที่สูงกว่า แทนข้อความตัวเลขจำนวนเงิน 196 ล้านบาท อันเป็นการเติมและแก้ไขตัวเลขด้วยประการใดๆ ในเอกสารที่แท้จริง อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ
ภายหลังจำเลยทั้งห้ากับพวกดังกล่าวได้กระทำความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสารและร่วมกันลักทรัพย์อันมีลักษณะเป็นปกติธุระอีกหลายครั้ง โดยมีลักษณะใกล้เคียงกันเป็นความเสียหายจำนวนมาก อันเป็นการกระทำหลายกรรม เเละเป็นความผิดมูลฐานตาม พรบ.ป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงินฯ จำเลยทั้งห้ากับพวกดังกล่าวได้ ร่วมกันสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่2คนขึ้นไปในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินโดย ร่วมกันเปิดบัญชีธนาคารกรุงเทพ และบัญชีเงินฝากอีกหลายบัญชี เพื่อนำเงินของผู้เสียหายที่ 1 ที่ได้จากการลักทรัพย์ เข้าบัญชีเงินฝาก ธนาคารดังกล่าว แล้วจำเลยทั้งห้ากับพวกดังกล่าวจะโอนเงินของผู้เสียหายที่ 1 ดังกล่าวต่อไปเป็นทอดๆ และหรือถอนเงินสดออกจากบัญชีเงินฝากธนาคารรวมทรัพย์ที่ถูกประทุษร้ายตามฟ้องเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น กว่า 372 ล้านบาทเศษ
เหตุเกิดที่แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร และที่อื่นๆ เกี่ยวพันกัน
โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายและคืนเงินแก่ผู้เสียหายด้วย
ชั้นสอบสวนจำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ศาลอาญามีคำสั่งประทับฟ้องคดีไว้พิจารณาเป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.101/2569
จำเลยทั้งห้ายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยตีราคาประกันคนละ 5 แสนบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหารายสำคัญในคดีนี้ยังมีอีกหลายคนที่อยู่ระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ซึ่งเป็นคดีที่มีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก ในส่วนคดีนี้เป็นสำนวนแรกที่ยื่นฟ้อง เนื่องจากบางข้อหาใกล้ขาดอายุความ
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี