วันพุธ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 เว็บไซต์ odditycentral.com รายงานว่า อุตสาหกรรมละครสั้นของประเทศจีน ซึ่งเน้นการผลิตคอนเทนต์ขนาดสั้นที่เข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกเพื่อตอบโจทย์การรับชมผ่านสมาร์ทโฟน ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นมานับตั้งแต่เริ่มเปิดตัวในปี 2561 อย่างไรก็ตาม การก้าวเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ยกระดับวงการนี้ไปอีกขั้น เนื่องจากช่วยให้บริษัทผู้ผลิตสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างรวดเร็วและมีต้นทุนที่ประหยัดลงกว่าเดิมมหาศาล
จากรายงานของสถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลจีน พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ มีไมโครดราม่าออกฉายมากถึงประมาณ 128,000 เรื่อง ซึ่งในจำนวนนี้มีสัดส่วนสูงถึง 95% ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยระบบ AI ทั้งนี้ แม้จะมีผลงานเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่สามารถสร้างความสำเร็จได้อย่างงดงาม แต่ด้วยต้นทุนการผลิตในปัจจุบันที่อยู่ในระดับต่ำมาก ส่งผลให้ผลกำไรจากละครที่ประสบความสำเร็จเพียงแค่เรื่องเดียว ก็เพียงพอที่จะชดเชยต้นทุนของผลงานส่วนที่ล้มเหลวอีกนับพันเรื่องได้อย่างสบาย และยังคงสร้างผลกำไรให้ผู้ผลิตได้เป็นอย่างดี
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI
ทว่าการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของละครสั้น AI กลับต้องเผชิญกับอุปสรรคชิ้นใหญ่ในเรื่อง "ลิขสิทธิ์ภาพ" หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยเกิดกรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับการ "ขโมยใบหน้า" อยู่บ่อยครั้ง โดยระบบ AI ได้ไปคัดลอกลักษณะใบหน้าของนักแสดงจริงมาใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม ด้วยเหตุนี้ ทำให้บรรดาบริษัทผู้ผลิตในจีนต้องเร่งเดินหน้าจัดหาลิขสิทธิ์ใบหน้าของมนุษย์จริง เพื่อนำมาใช้ในการผลิตเนื้อหาผ่าน AI อย่างถูกต้องตามกฎหมายในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
ชนวนเหตุที่ทำให้กระแสนี้ถูกเปิดเผยสู่สาธารณะ เริ่มต้นขึ้นจากนักแสดงหญิงรายหนึ่งที่ใช้นามแฝงว่า "หลินหมิน" เธอได้รับข้อความจากผู้กำกับละครสั้นที่ยื่นข้อเสนอขอซื้อสิทธิ์ในการใช้ภาพใบหน้าของเธอเป็นเวลา 1 ปี ในราคา 500 หยวน หรือประมาณ 2,450 บาท ซึ่งเธอได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวไปเนื่องจากมองว่าเป็นราคาที่ต่ำเกินไป แต่หลังจากที่เธอได้โพสต์เรื่องราวนี้ลงบนโลกออนไลน์ ประเด็นดังกล่าวได้กลายเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดียทันที และทำให้สังคมได้เห็นถึงแนวโน้มใหม่ในวงการ โดยในปัจจุบัน เอเจนซี่ต่าง ๆ มีการจ่ายเงินค่าตอบแทนอยู่ที่ระหว่าง 500 ถึง 1,500 หยวน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 2,450 ถึง 7,350 บาท เพื่อซื้อสิทธิ์การใช้ใบหน้าของบุคคลทั่วไปในละครสั้นที่สร้างด้วย AI อย่างถูกต้อง
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI
ทางด้าน หลี่ซิน (นามสมมติ) พนักงานของบริษัทผลิตละครสั้นด้วย AI ในเมืองหางโจว ได้เปิดเผยข้อมูลกับสำนักข่าวเฉาว่า กลุ่มคนส่วนใหญ่ที่ยอมขายสิทธิ์ภาพใบหน้าของตนเองในเวลานี้ มักจะเป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุหรือคุณป้าในชุมชน กลุ่มตัวประกอบ รวมถึงนักแสดงระดับกลาง เนื่องจากดารานักแสดงที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับแถวหน้า จะไม่มีวันยอมเซ็นสัญญาอนุญาตให้ผู้อื่นนำภาพลักษณ์ของตนเองไปใช้ในลักษณะนี้อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ เฉน ซือ ผู้กำกับภาพยนตร์ ได้อธิบายเสริมถึงกลไกของธุรกิจนี้ว่า ละครสั้นหนึ่งเรื่องอาจจะมีนักแสดงนำเพียงแค่ 5-6 คน แต่ในบทบาทของนักแสดงสมทบนั้นจำเป็นต้องใช้คนมากถึง 12-20 คน และเนื่องจากตัวแบบจำลองของ AI ที่สร้างขึ้นมามักจะไปละเมิดด้วยการขโมยใบหน้าของคนจริงมาโดยไม่รู้ตัว ทางบริษัทผู้ผลิตต่าง ๆ จึงเลือกที่จะใช้วิธีซื้อลิขสิทธิ์จากบุคคลจริงโดยตรง เพื่อตัดปัญหาและหลีกเลี่ยงข้อพิพาททางกฎหมายที่อาจจะตามมาในภายหลัง
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI
สำหรับเงื่อนไขและข้อเสนอในสัญญานั้นจะมีความแตกต่างกันออกไปตามแต่ข้อตกลง โดยบางบริษัทอาจยอมจ่ายค่าธรรมเนียมในราคาที่สูงกว่าปกติ เพื่อแลกกับสิทธิ์ขาดแต่เพียงผู้เดียวในการใช้ภาพลักษณ์ของบุคคลนั้น ๆ ในขณะที่บางบริษัทอาจเลือกจ่ายในราคาที่ถูกลง แต่เปิดโอกาสให้ผู้ที่เซ็นสัญญาสามารถนำภาพใบหน้าของตนเองไปขายต่อให้กับผู้ผลิตละครสั้นรายอื่น ๆ ควบคู่กันไปได้หากต้องการ
อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความพยายามของบริษัทผู้ผลิตหลายแห่งที่ต้องการลดต้นทุนการผลิตลงให้ได้มากที่สุด ด้วยการมุ่งมั่นสร้างนักแสดง AI ของตัวเองขึ้นมา ก็ยังคงเป็นประเด็นที่สร้างความถกเถียงและเกิดความขัดแย้งขึ้นในประเทศจีนอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
ขอขอบคุณข้อมูลจาก odditycentral.com
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี