วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ทำเนียบขาวปรับโฉมเว็บไซต์ข้อมูลโควิด-19 ใหม่ พร้อมแถลงการณ์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อวงการสาธารณสุขโลก โดยในการนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แนบรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงฉบับสมบูรณ์ความยาว 557 หน้า เพื่อเป็นหลักฐานสนับสนุนทฤษฎีที่ว่าเชื้อไวรัสโควิด-19 มีต้นกำเนิดมาจากการหลุดรอดจากห้องปฏิบัติการ (Lab Leak) พร้อมเปิดโปงความล้มเหลวของหน่วยงานรัฐ การปกปิดข้อมูล และผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากมาตรการล็อกดาวน์ที่ไร้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ
รายงานฉบับดังกล่าวจัดทำโดยคณะอนุกรรมาธิการชุดพิเศษว่าด้วยการระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนา แห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ (House Select Subcommittee on the Coronavirus Pandemic) ซึ่งมีความยาวระบุไว้ที่ 557 หน้า ได้สรุปข้อค้นพบสำคัญที่ท้าทายวาทกรรมหลักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดังนี้
ต้นตอจากห้องปฏิบัติการ (The Origin & Lab Leak) รายงานระบุว่าไวรัสมีลักษณะทางชีววิทยาที่ไม่พบตามธรรมชาติ และข้อมูลชี้ว่าผู้ป่วยทั้งหมดมาจากจุดแพร่เชื้อเข้าสู่มนุษย์เพียงจุดเดียว ซึ่งต่างจากการระบาดในอดีตที่มีการแพร่ข้ามสายพันธุ์หลายครั้ง ข้อมูลยังระบุด้วยว่าอุบัติเหตุจากการวิจัยแบบตัดต่อพันธุกรรม (Gain-of-function) ในห้องปฏิบัติการที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน คือต้นกำเนิดที่เป็นไปได้มากที่สุด
การทุจริตและปกปิดข้อมูลระดับสูง มีการเปิดเผยว่าองค์กรหนึ่งนำเงินภาษีไปสนับสนุนการวิจัยอันตรายในอู่ฮั่น และประธานองค์กรได้ให้การเท็จต่อสภาคองเกรส นอกจากนี้ ที่ปรึกษาอาวุโสท่านนึงยังถูกกล่าวหาว่าจงใจหลบเลี่ยงการตรวจสอบและลบเอกสารบันทึกของรัฐบาลกลางอย่างผิดกฎหมาย
ความล้มเหลวของนโยบายสาธารณสุข (Lockdowns & Mandates) มาตรการเว้นระยะห่าง 6 ฟุต และการบังคับสวมหน้ากากอนามัย ถูกตรวจสอบพบว่าเป็นการตั้งขึ้นโดยพลการและไม่ได้อิงตามหลักวิทยาศาสตร์ที่รัดกุม ในขณะที่การล็อกดาวน์ที่ยาวนานได้สร้างความเสียหายอย่างประเมินค่าไม่ได้ต่อทั้งระบบเศรษฐกิจ สุขภาพกาย และสุขภาพจิตของประชาชน โดยเฉพาะผลกระทบเชิงลบที่รุนแรงต่อประชากรกลุ่มคนรุ่นใหม่
บทบาทของ WHO และการจัดการระดับรัฐ องค์การอนามัยโลก (WHO) ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าล้มเหลวในการรับมือโรคระบาด เนื่องจากยอมจำนนต่อแรงกดดันทางการเมืองของจีน ขณะเดียวกัน อดีตผู้ว่าการรัฐใน ประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกชี้ว่านโยบายที่บังคับให้บ้านพักคนชรารับผู้ป่วยโควิด-19 กลับเข้าไป ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทางการแพทย์ (Medical malpractice) และนำไปสู่ความพยายามปกปิดตัวเลขความสูญเสียเพื่อหลบเลี่ยงความรับผิดชอบ
การเผยแพร่เอกสารความยาวกว่า 557 หน้าผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของทำเนียบขาวในครั้งนี้ ถือเป็นการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของรัฐบาลทรัมป์ในการล้างบางความเชื่อเดิม และมุ่งเป้าเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายสาธารณสุขในยุคก่อนหน้า ซึ่งประเด็นเรื่องความโปร่งใสและผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อธุรกิจสุขภาพ (Health Economy) กำลังกลายเป็นวาระสำคัญที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดถึงทิศทางนโยบายของสหรัฐฯ ในอนาคต
หากใครสนใจอ่านข้อมูลฉบับเต็มคลิกได้ที่นี่เลย คลิก!!
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี