วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569
อว. พลิกโฉมการศึกษาไทย เปิดตัว “e-Testing Center” มาตรฐานสากล พร้อมยกระดับ Thai MOOC สู่ “โครงสร้างพื้นฐานแห่งปัญญา” ปูพรม AI Literacy และ Credit Bank เต็มรูปแบบ
ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับมอบหมายจาก ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ให้เป็นประธานเปิดศูนย์สอบความร่วมมือ (e-Testing Center) และประชุมระดับนโยบายเพื่อวางรากฐาน Thai MOOC Ecosystem ปี 2569 ผนึกกำลังมหาวิทยาลัยชั้นนำและภาคเอกชน มุ่งสร้างทักษะ AI และระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ (National Credit Bank) เพื่อคนไทยทุกคน โดยมี ศ.ดร.จินตวีร์ คล้ายสังข์ ผู้อำนวยการโครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย ดร.เจษฎา อานิล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และ ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้าร่วม ณ อาคารศูนย์เรียนรวม 1 (อาคารอินทรีจันทรสถิตย์) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ดร.วันนี กล่าวว่า ศูนย์สอบออนไลน์ e-Testing Center มาตรฐานสากลนี้ เกิดจากความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และโครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย (TCU) โดยมีเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนรายวิชาออนไลน์ด้านความเข้าใจปัญญาประดิษฐ์ (AI Literacy) เพื่อเตรียมความพร้อมกำลังคนของประเทศใน 3 มิติหลัก ได้แก่ 1. AI for Education 2. AI Workforce Development และ 3. AI Innovation ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นในผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา และรองรับการเทียบโอนหน่วยกิตผ่านระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ (National Credit Bank) อย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.วันนี กล่าวต่อว่า ความร่วมมือแบบบูรณาการ (Synergetic Collaboration) ในครั้งนี้ คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะยกระดับ Thai MOOC จากการเป็นเพียงแพลตฟอร์มการเรียนรู้ สู่การเป็น "โครงสร้างพื้นฐานแห่งปัญญาของประเทศ" โดยดำเนินการผ่าน 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ 1. การทลายกำแพงวิชาการ (National Credit Bank) เชื่อมโยงสถาบันอุดมศึกษากว่า 40 แห่ง เปลี่ยนจากคู่แข่งเป็นพันธมิตร เพื่อแบ่งปันทรัพยากรและเปิดกว้างให้ผู้เรียนสะสมหน่วยกิตข้ามสถาบันได้อย่างไร้ขีดจำกัด 2. การเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม (Micro-credentials) ดึงภาคเอกชนร่วมเป็น "ผู้ร่วมออกแบบ" (Co-designer) หลักสูตร เพื่อให้ใบประกาศนียบัตรจาก Thai MOOC เป็นเครื่องยืนยันสมรรถนะที่ภาคธุรกิจยอมรับและพร้อมทำงานได้ทันที 3. นวัตกรรมดิจิทัลเพื่อความเท่าเทียม (AI-Driven Learning) ยกระดับจากการเรียนผ่านวิดีโอทั่วไป สู่ระบบวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียน (Learning Analytics) ที่แนะนำบทเรียนตามศักยภาพรายบุคคล ลดความเหลื่อมล้ำและเปิดโอกาสให้คนไทยทุกพื้นที่เข้าถึงความรู้มาตรฐานเดียวกับคนในเมืองหลวงได้ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง และ 4. ความร่วมมือระดับสากล (Global Partnership) ขยายเครือข่ายกับ MOOC ระดับโลก อาทิ JMOOC (ญี่ปุ่น) และ K-MOOC (เกาหลีใต้) เพื่อยกระดับมาตรฐานรายวิชาของไทยสู่เวทีสากล
“แม้การขับเคลื่อนระบบนิเวศนี้จะมีความท้าทายทั้งด้านกฎระเบียบและเทคนิค แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือความคุ้มค่ามหาศาล เมื่อคนไทยเข้าถึงแหล่งความรู้คุณภาพได้ไร้ขีดจำกัด เศรษฐกิจฐานรากจะเข้มแข็ง และนวัตกรรมจะเกิดขึ้นจากทุกมุมของประเทศ ขอเชิญชวนทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา มาร่วมเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ไม่มีวันเกษียณ เพื่อให้ Thai MOOC เป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน อย่างแท้จริง” ดร.วันนี กล่าว
-(016)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี