วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ไทยร้อนระอุ
คาดพุ่งปรี๊ดแตะ43องศา
กรมอุตุฯชี้หนักกว่าปี’68
กรมอุตุฯเตือน “ฤดูร้อน ปี’69” เริ่มปลายกุมภาพันธ์สิ้นสุดกลางพฤษภาคม คาดปีนี้อากาศจะร้อนกว่าปี’68 เผย 3 จังหวัด ร้อนทะลุ 42 องศาฯ มีโอกาสแตะ 43 องศาฯ ด้านศูนย์สื่อสารฯเผยฝุ่นพิษเกินค่า 19จังหวัด ส่วนกทม.-ปริมณฑล ฟุ้ง 17 พื้นที่ คาด 7 วันข้างหน้า แนวโน้มฝุ่นยังเพิ่มสูง
เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาเผยการคาดหมายลักษณะอากาศประเทศไทยระบุจะเข้าสู่ฤดูร้อนช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และสิ้นสุดกลางเดือนพฤษภาคม 2569 โดยคาดว่าอากาศจะร้อนกว่าปี 2568ขณะที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลำปาง และตาก มีโอกาสเผชิญอุณหภูมิสูงเกิน 42 องศาเซลเซียส
โดยฤดูร้อนของไทยปีนี้ คาดว่าจะเริ่มช้ากว่าปกติ ซึ่งช้ากว่าปกติประมาณ 2 สัปดาห์ โดยลักษณะอากาศจะร้อนอบอ้าวเป็นระยะๆ สลับกับจะมีฝนฟ้าคะนอง หลายพื้นที่ในบางช่วง ซึ่งจะช่วยคลายความร้อนลงได้ และจะมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในบางวัน อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยบริเวณประเทศไทยตอนบน อยู่ที่ 36 - 37 องศาเซลเซียส ซึ่งค่าปกติที่ 35.4 องศาเซลเซียส ขณะที่ปริมาณฝนรวมเฉลี่ยจะ ต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 30 – 40
ช่วงต้น-กลางเดือนมีนาคม อากาศร้อนหลายพื้นที่ในตอนกลางวัน ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า อาจเกิดพายุฤดูร้อนได้เป็นระยะ ปลายเดือน มีนาคม- กลางเดือนเมษายน อากาศร้อนอบอ้าวเกือบทั่วประเทศ บางพื้นที่มีอากาศร้อนจัด อุณหภูมิสูงสุด อาจแตะ 42-43 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในภาคเหนือ ยังมีโอกาสเกิดพายุฤดูร้อนเป็นระยะ ปลายเดือน เมษายน- กลางเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงเปลี่ยนฤดูกาล สภาพอากาศแปรปรวน อากาศร้อนอบอ้าวสลับกับฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น
ภาคใต้ช่วงเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนเมษายน จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ คลื่นลมในอ่าวไทยและทะเลอันดามันสูงประมาณ 1 เมตร ส่วนเดือนพฤษภาคม ปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้นและตกต่อเนื่อง ภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และบางแห่งมีฝนตกหนัก คลื่นลมทะเลอันดามันสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยคลื่นสูง 1-2 เมตร
ทั้งนี้ การคาดหมายดังกล่าวอ้างอิงจากข้อมูลสถิติในอดีต อย่างไรก็ตาม มีข้อแนะนำจากกรมอุตุฯ เพิ่มเติมอีกว่าช่วงฤดูร้อนนี้ ลักษณะอากาศจะเอื้อต่อการเกิดอัคคีภัยและไฟป่าได้ง่าย ประชาชนจึงควรต้องระมัดระวังการใช้เชื้อเพลิงในการทำกิจกรรมต่างๆ
สำหรับจังหวัดที่มีโอกาสเผชิญความร้อนจัด ได้แก่ ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, แพร่, น่าน, ตาก, สุโขทัย, อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี และภาคกลาง จ.นครสวรรค์ โดยข้อควรระวังภัยธรรมชาติ ประชาชนควรเฝ้าระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน ซึ่งอาจทำให้เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกในบางพื้นที่ รวมถึงระวังอันตรายจากโรคลมแดด อัคคีภัย และไฟป่าในช่วงที่สภาพอากาศแห้งและร้อนจัด
ขณะที่ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ เวลา 07.00 น.ภาพรวมปริมาณฝุ่น PM2.5 ในประเทศ พบเกินค่ามาตรฐานใน จ.ปทุมธานี จ.นนทบุรี กทม. จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรปราการ จ.เชียงราย จ.พะเยา จ.น่าน จ.ลำปาง จ.แพร่ จ.อุตรดิตถ์ จ.พิษณุโลก จ.กำแพงเพชร จ.อ่างทอง จ.สุพรรณบุรี จ.กาญจนบุรี จ.ราชบุรี จ.สมุทรสงคราม และ จ.เพชรบุรี
ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 8 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 10.9-63.4 ไมโครกรัม (มคก.)/ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 14.1-34.8 มคก./ลบ.ม. ภาคกลางและตะวันตก เกินค่ามาตรฐาน 6 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 22.6-59.7 มคก./ลบ.ม. ภาคตะวันออก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ตรวจวัดได้ 13.4-36.8 มคก./ลบ.ม. ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 11.3-27.3 มคก./ลบ.ม.ส่วน กทม.และปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร พบเกินค่ามาตรฐาน 17 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 25.3-52.5 มคก./ลบ.ม.
คำแนะนำทางสุขภาพประชาชนทั่วไป ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง ถ้ามีอาการทางสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์โดยสามารถติดตามสถานการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ Air4Thai.com และ airbkk.com แอปพลิเคชั่น Air4Thai และ AirBKK
ผลการคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 3-9 กุมภาพันธ์ 2569 กทม.และปริมณฑล มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นวันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ 2569 และยังต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ ภาคกลางและตะวันตก มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นวันที่ 3-8 กุมภาพันธ์ 2569 และยังต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ ส่วน 17 จังหวัดภาคเหนือ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นวันที่ 6-7 กุมภาพันธ์ 2569 และยังต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นวันที่ 6-8 กุมภาพันธ์ 2569 และยังต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ ภาคตะวันออก มีแนวโน้มลดลงวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ 2569 และยังต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ ภาคใต้ ดีอย่างต่อเนื่อง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี