อานนท์ สู้ต่อ! ยื่นอุทธรณ์คำสั่งประกันตัว คดี 112 รวม 9 คดี หวังออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ

อานนท์ สู้ต่อ! ยื่นอุทธรณ์คำสั่งประกันตัว คดี 112 รวม 9 คดี หวังออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.45 น.

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 จากกรณีเมื่อวันที่ 30 มกราคม ทนายความยื่นขอประกันตัว 15 ผู้ต้องขังทางการเมืองที่ถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดี เพื่อให้มีโอกาสออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์

สำหรับผู้ต้องขังทางการเมืองทั้ง 15 คน ที่มีการยื่นคำร้องขอประกันตัว ได้แก่ อานนท์ นำภา (ยื่นประกันตัว 9 คดี), ไพฑูรย์ (สงวนนามสกุล), สุขสันต์ (สงวนนามสกุล), “มานี” เงินตา คำแสน, “ขุนแผน” เชน ชีวอบัญชา, อัฐสิษฎ (สงวนนามสกุล), “วิจิตร” (นามสมมติ) และ “อาย” กันต์ฤทัย คล้ายอ่อน ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในระหว่างชั้นอุทธรณ์


รวมทั้ง เอกชัย หงส์กังวาน, “ฟรานซิส” บุญเกื้อหนุน เป้าทอง, “ตัน” สุรนาถ แป้นประเสริฐ, “เก่ง” ชนาธิป (สงวนนามสกุล), “ขวัญ” ภาณุภัทร์ (สงวนนามสกุล), พิชัย (สงวนนามสกุล) และ ทิวากร วิถีตน ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในชั้นฎีกา มีคำสั่งยกคำร้อง การประกันตัวทั้ง 15 ผู้ราย

ความคืบหน้าล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงาน คำแถลงด้วยลายมือของ อานนท์ นำภา แนบประกอบคำร้องขอประกันตัวคดีมาตรา 112 ทั้ง 9 คดี ที่ทนายความได้ยื่นประกันตัวไปในวันที่ 30 ม.ค.​ 2569 เพื่อให้มีโอกาสออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ในวันที่ 8 ก.พ. 2569 และเพื่อยืนยันว่าศาลได้ให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นพลเมืองของจำเลย ซึ่งยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมายจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

คำแถลงมีใจความสำคัญในการขอให้ศาลอนุญาตให้ประกันตัวเพื่อที่จะได้ออกไปใช้สิทธิทางการเมืองขั้นพื้นฐานในการเลือกตั้งและลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ โดยระบุว่า “การแก้ไขรัฐธรรมนูญ” คือทางออกเดียวที่จะนำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์โดยสันติวิธี และเรียกร้องให้ศาลยุติธรรมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ ด้วยการปล่อยตัวจำเลยและนักโทษการเมืองทุกคนเพื่อไปลงมติออกเสียงแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้เป็นประชาธิปไตย

ในครั้งนี้ กรณีของอานนท์ได้ยื่นประกันตัวในคดีมาตรา 112 ทั้งสิ้น 9 คดี ได้แก่ คดีปราศรัยจากการชุมนุม #ม็อบ14ตุลา63, คดีโพสต์เฟซบุ๊ก 3 ข้อความ, คดีปราศรัยจากชุมนุมม็อบแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ 2, คดีโพสต์เฟซบุ๊ก 2 ข้อความ, คดีโพสต์ #ราษฎรสาส์น, คดีปราศรัยจากการชุมนุม ชุมนุมม็อบแฮร์รี่ พ็อตเตอร์, คดีปราศรัยจากการชุมนุมหน้า สน.บางเขน, ชุมนุม #2ธันวาไปห้าแยกลาดพร้าว และคดีปราศรัยจากการชุมนุม #กูสั่งให้มึงอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ หน้ารัฐสภา พร้อมกับมีการยื่นประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมืองอีก 14 คน

สำหรับคำแถลงทั้งหมดของอานนท์ นำภา ระบุดังนี้ 

“จำเลยเขียนคำแถลงฉบับนี้ระหว่างสืบพยานคดี “คนอยากเลือกตั้ง” ซึ่งจำเลยถูกทหารฟ้องเมื่อปี 2561 จากเหตุการณ์ชุมนุมเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งและเรียกร้องให้ คสช.ออกจากอำนาจ หลังจากวันนั้น คณะ คสช. จึงจัดให้มีการเลือกตั้งเป็นการทั่วไปในปี 2562

หลังจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 บังคับใช้ เราได้เห็นข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญหลายประการในทุกหมวด ในปี 2563 จำเลยกับพวกซึ่งร่วมกันชุมนุมเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์และแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ขณะนี้จำเลยถูกขังจากการชุมนุมเรียกร้องครั้งนั้นด้วยโทษจำคุกกว่า 29 ปี และต้องขึ้นศาลเพื่อพิจารณาคดีที่เหลืออีก 3 คดี รวมจำคุกมาแล้วจากการเรียกร้องประชาธิปไตยกว่า 3 ปี

เป็น 3 ปีที่อยู่ในคุกเพื่อรอให้ประชาชนพร้อมที่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยให้สมบูรณ์ เป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เหมือนดังนานาอารยประเทศ มีโครงสร้างของสถาบันการเมืองในทุก ๆ องค์กรที่ดำรงอยู่อย่างสอดคล้องกับระบอบอย่างแท้จริง

“การแก้ไขรัฐธรรมนูญ” จึงเป็นทางออกเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตยโดยสันติวิธีและปราศจากความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความสูญเสียทั้งเสรีภาพและชีวิตของพี่น้องประชาชน

“การเห็นชอบให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ” จึงเป็นการแสดงออกที่สำคัญที่สุดในฐานะ “เจ้าของอำนาจอธิปไตย”

จำเลยจึงขอเรียนมาเพื่อขอให้ศาลปล่อยตัวเพื่อออกไปใช้สิทธิในวาระอันสำคัญนี้ เพื่อเป็นอีก 1 เสียงที่เห็นชอบให้แก้ไขรัฐธรรมนูญและออกเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในคราวเดียวกัน

“สิทธิ” ในการเลือกตั้งและการเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นข้อเรียกร้องและการต่อสู้ที่จำเลยสู้มาตั้งแต่ต้น จนต้องสูญเสียอิสรภาพ ซึ่งนี่เป็นส่วนหนึ่งของการยับยั้งการเปลี่ยนแปลง

การขังจำเลยเพราะเรียกร้องประชาธิปไตยคือการยับยั้งการเปลี่ยนแปลง ซึ่งขณะนี้กำลังจะสิ้นผลลงเมื่อเกือบ 10 ปีของการต่อสู้ทางการเมืองของจำเลยได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปิดโลกทัศน์และมีส่วนเปลี่ยนโลกทัศน์ของคนในสังคม

จำเลยขอเรียกร้องให้ศาลยุติธรรมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ได้โปรดใช้อำนาจเท่าที่มี ปล่อยตัวจำเลยและนักโทษการเมืองทุกคนเพื่อไปลงมติออกเสียงแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับสมดังเจตนาการต่อสู้ของจำเลยกับพวก เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้เป็นประชาธิปไตย เพื่อลูกหลานที่จะถือกำเนิดมาบนแผ่นดินนี้จะได้ไม่ต้องมาต่อสู้ และต้องเผชิญกับการปราบปรามอย่างที่จำเลยกับเยาวชนคนรุ่นใหม่กำลังเผชิญในเวลานี้อีกเลย

อนึ่ง หากศาลจะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ในการปล่อยตัวจำเลย เพื่อไปลงประชามติครั้งนี้ จำเลยยินดีรับเงื่อนไขทุกประการ”

ขอบคุณข้อมูล : TLHR / ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top