542.jpg
จับตาพรุ่งนี้! 'อานนท์ นำภา'ลุ้นระทึก ศาลอุทธรณ์นัดชี้ชะตาคดี 112

จับตาพรุ่งนี้! 'อานนท์ นำภา'ลุ้นระทึก ศาลอุทธรณ์นัดชี้ชะตาคดี 112

วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.32 น.

วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เพจเฟชบุ๊ก ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ข้อความระบุว่า  จับตา ฟังคำพิพากษาอุทธรณ์คดี ม.112 “อานนท์ นำภา” ปราศรัยหอศิลป์ มช.

พรุ่งนี้ (16 ก.ค. 2569) เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดเชียงใหม่นัดอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ในคดีของอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษญชนและนักกิจกรรม ที่ถูกฟ้องในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เหตุจากกรณีปราศรัยในการชุมนุม “ปาร์ตี้ริมเขา เป่าเค้กวันเกิด พลเรือนเอกก๊าบ ๆ” ที่ลานหอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งจัดขึ้นโดยกลุ่ม “ประชาคมมอชอ” เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2563


คดีนี้ ศาลชั้นต้นได้พิพากษาว่าอานนท์มีความผิดตามฟ้อง โดยลงโทษจำคุก 2 ปี และอานนท์ได้ยื่นอุทธรณ์คดีต่อมา สำหรับการอ่านคำพิพากษาในชั้นอุทธรณ์จะดำเนินการผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยอานนท์ไม่ได้ถูกนำตัวมาที่จังหวัดเชียงใหม่

สำหรับคดีนี้มี พ.ต.ท.นรากร ปิ่นประยูร เป็นผู้กล่าวหาอานนท์ไว้ที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ข้อกล่าวหาระบุถึงคำปราศรัยของอานนท์ในการชุมนุมดังกล่าว เห็นว่าเข้าข่ายตามมาตรา 112

ในการให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนที่ไปแจ้งข้อกล่าวหาในเรือนจำ อานนท์ยืนยันว่าตนปราศรัยตามข้อเท็จจริง และเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต เป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และกติการะหว่างประเทศ ทั้งได้ขอให้สอบพยานเพิ่มเติม

ต่อมา พนักงานสอบสวนได้สอบสวนพยานเพิ่มเติม เฉพาะนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ นิธิ เอียวศรีวงศ์, สมชาย ปรีชาศิลปกุล และธนาพล อิ๋วสกุล 

วันที่ 9 ม.ค. 2566 เลิศศักดิ์ เลิศสิทธิ์สมบูรณ์ พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ได้มีคำสั่งฟ้องคดีนี้ต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่  ในการสืบพยาน อานนท์ต่อสู้คดีมาตรา 112 การสืบพยานในคดีนี้ อานนท์ถูกนำตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เดินทางไปที่จังหวัดเชียงใหม่ทั้งหมด 3 ครั้ง ในช่วงปี 2567 แต่ละครั้ง อานนท์ระบุว่าถูกนำตัวมาโดยรถตู้ของราชทัณฑ์ ขณะเดินทางจะมีการใส่กุญแจและโซ่ข้อเท้าไว้โดยตลอดด้วย และใช้เวลาการเดินทางตั้งแต่เช้าจนเย็น

ต่อมาวันที่ 27 มี.ค. 2568 ศาลจังหวัดเชียงใหม่พิพากษาว่าอานนท์มีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุก 3 ปี เห็นว่าจำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 2 ปี

จากนั้น ฝ่ายจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อมา โดยโต้แย้งการตีความมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ซึ่งโดยหลักการแล้วไม่เกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 บทบัญญัติ “ล่วงละเมิดมิได้” 

ขณะเดียวกัน อานนท์ยืนยันว่าคำปราศรัยที่ถูกฟ้องร้องของตน เป็นการแสดงความคิดเห็นบนพื้นฐานข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกิดขึ้นจริง ไม่ได้มีเจตนาใส่ร้ายหรือดูหมิ่น-หมิ่นประมาท 

นอกจากนั้นยังโต้แย้งว่าพยานโจทก์ที่ศาลรับฟัง ไม่สามารถยืนยันได้ว่าสิ่งที่จำเลยพูดเป็นเท็จ และพยานผู้เชี่ยวชาญที่โจทก์นำสืบก็ขาดความน่าเชื่อถือหรือมีอคติ และพนักงานสอบสวนยังสอบสวนเฉพาะพยานที่เป็นปฏิปักษ์ต่อจำเลย จึงขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 กลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น

คดีนี้จะเป็นคดีมาตรา 112 คดีแรกของอานนท์ ที่จะมีคำพิพากษาในระดับชั้นอุทธรณ์ จากทั้งหมด 14 คดีที่เขาถูกกล่าวหา โดยในจำนวนนี้มีคำพิพากษาศาลชั้นต้นไปแล้วจำนวน 11 คดี ทุกคดีอานนท์ต่อสู้ต่อในชั้นอุทธรณ์ ขณะนี้เขาถูกศาลชั้นต้นพิพากษาโทษจำคุกรวมกันทุกคดีเป็น 28 ปี 45 เดือน 20 วัน หรือประมาณ 31 ปี 9 เดือนเศษ

อานนท์ถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. 2566 โดยไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ ปัจจุบันเขาถูกขังมาแล้ว 2 ปี 9 เดือนเศษ

อ่านฉบับเต็ม : ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top