วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
คลินิกสิ่งแวดล้อม:6 กุมภาพันธ์ 2569

คลินิกสิ่งแวดล้อม:6 กุมภาพันธ์ 2569

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

คลินิกสิ่งแวดล้อม

คนรุกช้างหรือช้างรุกคน

 


ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายสื่อดังได้นำเสนอ ข่าวเกี่ยวกับช้างหลายประเด็นทั้งกรณี ช้างทำร้ายนักท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เสียชีวิต 1 ราย รวมถึงกรณีช้างสีดอหูพับล้ม ขณะเคลื่อนย้ายตามคำสั่งศาลปกครองจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้านในชุมชนและเพื่ออนุรักษ์ช้าง ซึ่งในคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองจังหวัดขอนแก่น มีคำสั่งให้ย้ายช้าง 4 ตัวคือ งาจิ๋ว คุถัง หูพับ และสีดอน้อย ซึ่งต่อมาขณะขนย้าย ได้รับการรายงานจากกรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืชว่า สีดอหูพับ ได้เสียชีวิตขณะเคลื่อนย้ายสันนิษฐานว่าเกิดจากอาการสำลักอาหาร

 

ซึ่งแม้ในคดีของศาลปกครองจังหวัดขอนแก่นดังกล่าวยังไม่มีคำพิพากษาออกมาแต่ มีประเด็นตามคำสั่งที่น่าสนใจว่า กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการบริหารจัดการและดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ย่อมต้องมีอำนาจหน้าที่ในการดูแลและแก้ปัญหาสัตว์ป่า โดยเฉพาะช้างที่ทำความเสียหายและรบกวนชาวบ้าน

 

 โดยทั้งสองข่าวมีแง่มุมเกี่ยวกับความเสียหายคนละมุมและเสียงแตก ส่วนหนึ่งกลุ่มชาวบ้านหรือกลุ่มที่ได้รับความเสียหายจากสัตว์ป่าหรือช้าง ย่อมเห็นว่าการเคลื่อนย้ายสัตว์หรือการหาวิธีจัดการอื่นนั้นเหมาะสมแล้ว แต่อีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นฝ่ายอนุรักษ์คงจะเห็นว่าพื้นที่ที่ประชาชนเข้าไปอยู่อาศัยนั้นเดิมเป็นพื้นที่ป่าและถือว่าเป็นการบุกรุกสัตว์ป่า

 

ซึ่งปัญหาดังกล่าวมีมายาวนาน  ในมุมมองของชาวบ้าน ผู้ทำการเกษตร รวมถึงนักท่องเที่ยว เห็นว่าเมื่อผลผลิตทางการเกษตรบ้านเรือนหรือทรัพย์สินเสียหายจากช้างรวมถึงสัตว์ป่าอื่นกลับไม่ได้รับ

 

การเยียวยา แต่ในมุมกลับกันหากตนได้ทำการป้องกันจนช้างรวมถึงสัตว์ป่าอื่นตายตนเองกับถูกดำเนินคดี

 

ในมุมมองรวมถึงความจำกัดด้วยระเบียบ ข้อกฎหมายของเจ้าหน้าที่ มีความจำเป็นต้องดำเนินคดีกับชาวบ้านหากมีการกระทำจนสัตว์ป่านั้นตาย ซึ่งจากการสอบถามผลในทางคดีศาลมักพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากเข้าเหตุลักษณะการป้องกันทรัพย์สิน แต่ก็ถือเป็นภาระและความกดดันของชาวบ้านจะต้องถูกฟ้องคดีอาญารวมถึงจะต้องแต่งตั้งทนายความในการต่อสู้คดี

 

เข้าสู่ประเด็นและปัญหาดังกล่าวจะแก้ไขอย่างไรดี การมีกองทุนเพื่อเคลมความเสียหายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายจากทรัพย์สิน  ร่างกาย รวมถึงผลผลิตทางการเกษตร ตามสัดส่วนที่เหมาะสมน่าจะเป็นทางออกหนึ่งที่ดี โดยในประเทศไทยมีกองทุนต่างๆแบ่งเป็นกองทุนของหน่วยงานรัฐและกองทุนของชมรมหรือเอกชนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ซึ่งกองทุนของหน่วยงานรัฐนั้น เท่าที่สอบถามผู้เสียหายมักไม่ได้รับการอนุมัติเบิกจ่าย ส่วนกองทุนของชมรมหรือเอกชนนั้นค่อนข้างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และได้รับการเยียวยาตามสมควร แต่เนื่องจากไม่ได้มีครอบคลุมทั่วประเทศจะมีเฉพาะบางพื้นที่เท่านั้น เช่น เขาใหญ่

 

นอกจากนี้ การเพิ่มศักยภาพรวมถึงมาตรการของเจ้าหน้าที่ ในการใช้วิธี ป้องกัน เฝ้าระวัง หรือติดตามช้างหรือสัตว์อันตราย ไม่ว่าจะเป็นแนวกำแพงรั้วไฟฟ้าหรือ GPS ติดตาม น่าจะเป็นทางออกหนึ่งที่ทำให้ลดความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่าลงได้บ้าง

036

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top