สั่งขยายผลโจ๋ 15 ชิงทอง ผบ.ตร.สงสัยมีคนอยู่เบื้องหลังพาหนีหรือไม่

สั่งขยายผลโจ๋ 15 ชิงทอง ผบ.ตร.สงสัยมีคนอยู่เบื้องหลังพาหนีหรือไม่

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.14 น.

5 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยความคืบหน้าการสอบปากคำเยาวชนชายอายุ 15 ปี ที่บุกชิงทอง 33 บาท ภายในห้างดังใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังตามไปจับกุมได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดอุบลราชธานี โดยระบุว่า ยังอยู่ระหว่างการขยายผลว่ามีบุคคลใดให้การช่วยเหลือหรืออยู่เบื้องหลังหรือไม่ เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังเป็นเยาวชน ตอนก่อเหตุทำคนเดียว แต่หลังก่อเหตุที่ จ.สงขลา ก็ได้หลบหนีไปถึง จ.อุบลราชธานี คาดว่าอาจตั้งใจจะหลบหนีออกนอกประเทศ ซึ่งตำรวจก็สันนิษฐานว่าอาจมีผู้ช่วยเหลืออยู่เบื้องหลังหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน หรือคนที่ยุยงส่งเสริมให้ก่อเหตุ แต่เบื้องต้นยังไม่พบผู้ช่วยเหลือในการหลบหนี โดยตัวผู้ก่อเหตุอ้างว่ามีเพื่อนอยู่ที่ จ.อุบลราชธานี จึงหนีไปที่นั่น

ส่วนทองของกลาง ตรวจยึดกลับมาได้น้ำหนักรวม 30 บาท ขาดไป 3 บาท เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลว่าผู้ก่อเหตุนำทอง 3 บาท ไปทำอะไร หรือขายให้ใคร และปลายทางของทองทั้งหมด ตั้งใจจะนำไปทำอะไร ที่ไหน และหลังจากนี้ก็จะนำตัวเยาวชนที่ก่อเหตุส่งกลับไปดำเนินคดีที่ จ.สงขลา


ทั้งนี้ ผบ.ตร.ยังบอกด้วยว่า ตั้งแต่ช่วงที่ราคาทองมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็คาดการณ์ไว้แล้วว่าจะมีคดีชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งทางตำรวจก็พยายามออกมาตรการ เพิ่มขีดความสามารถเรื่องการเฝ้าระวังและการตรวจตราให้เข้มข้นขึ้น จนกระทั่งมาเกิดเหตุ 2 คดีติดกัน แต่เรื่องนี้ตำรวจแก้ปัญหาฝ่ายเดียวไม่ได้ ผู้ประกอบการร้านทองเอง ควรจะมีระบบการป้องกันร้าน การเข้าถึงตัวพนักงานและทรัพย์สินให้มั่นคงแข็งแรงมากขึ้น ขณะที่ประชาชนที่สวมใส่เครื่องประดับ ก็ต้องระวังตนเอง ส่วนบริษัทประกันภัย ก็ควรจะมีเงื่อนไขความคุ้มครอง เพื่อกดดันให้ทางร้านทองซึ่งเป็นผู้ทำประกัน ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันตัวเองให้มากขึ้น เพื่อให้ต่างคนก็ต่างเฝ้าระวังตนเอง ซึ่งทาง พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมประชุมหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ.ในวันที่ 10 ก.พ.นี้

นอกจากนี้ ผบ.ตร.ยังมองว่า ปัจจุบันมีผู้ก่อเหตุที่เป็นเยาวชนมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น การแก้ปัญหาต้องแก้ที่ระดับครอบครัว ผู้ปกครองควรอบรมบุตรหลาน เพื่อปรับทัศนคติความคิดตั้งแต่ต้น ส่วนทางตำรวจ ตนเองก็ได้กำชับทุกพื้นที่ให้ใช้ตำรวจมวลชนเข้ามาเสริม รวมถึงการพูดคุยกับสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่จะให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องการอยู่ในสังคมที่ดีและเรื่องกฎหมายให้กับเยาวชน

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top