วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
มทภ.2กร้าวพร้อมรบ
ปะทะกี่ครั้งไม่เคยกลัว
แม่ทัพภาคที่ 2 ยันทหารพร้อมตลอดเวลาไม่ว่าจะรบกี่ครั้ง ปกป้องอธิปไตยของชาติ กร้าวหากเกิดปะทะชายแดนขึ้นอีก ทหารไม่กลัว ยันปฎิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาระหว่างแถลงข่าวจัดงานน้อมรำลึกสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กู้แผ่นดิน ประจำปี 2569 ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ในค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา หลังมีภาพทหารกัมพูชาเดินลาดตระเวนล้ำแดน ยั่วยุทหารไทยบริเวณหน้าแนวต่อเนื่องว่า ตนขอพูดในนามพี่น้องทหารที่อยู่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในสถานการณ์ปัจจุบันกำลังทหาร เราเตรียมพร้อมตลอดเวลา ไม่ว่าเป็นการรบครั้งไหนก็ตาม
“ส่วนการจะเกิดการปะทะครั้งที่ 3 ครั้งที่ 4 หรือครั้งที่ 5 เราก็ต้องประเมินกันเป็นช่วงๆ แต่เรายืนยันว่ามีความพร้อมในภารกิจการปกป้องอธิปไตยของชาติตลอด ขอประชาชนไม่ต้องมีความกังวลว่าจะเกิดการปะทะกันขึ้นอีกหรือไม่ เพราะเรามีความพร้อม และทุกภาคส่วนก็ให้ความร่วมมือในการปกป้องชาติบ้านเมืองด้วยดี ซึ่งในเวลานี้หากเกิดการปะทะกันขึ้นอีก ผมก็ไม่กลัว และพวกเราทุกคนก็ไม่กลัว พร้อมยืนยันจะปฏิบัติหน้าที่ให้อย่างดีที่สุด" พลโทวีระยุทธกล่าว
ด้านเฟซบุ๊กเพจ “กองทัพอากาศไทย Royal Thai Air Force” โพสต์ภาพ กองทัพอากาศฝึกบิน “ทิ้งไข่” และฝึกบินลาดตระเวนชายแดนช่วงกลางคืน ซึ่งจัดขึ้นทุกปี แบบรวมกำลังทุกฝูงบินขับไล่ ในการแลกเปลี่ยนความรู้รวมถึงยุทธวิธี เพื่อดำรงและเสริมสร้างขีดความสามารถการปฏิบัติการทางอากาศ ทั้งเรื่องการวางแผนยุทธวิธี การสื่อสารกันในหมู่บิน ที่สำคัญที่สุดการเข้าโจมตีเป้าหมายทางทหาร
เวลา 13.00 น. วันเดียวกัน น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม แถลงความคืบหน้าการบูรณะปราสาทตาควาย กลุ่มปราสาทตาเมือน และโบราณสถานตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครว่า กรณีกัมพูชายื่นหนังสือประท้วง ขอให้กระทรวงวัฒนธรรมของไทยหยุดดำเนินการบูรณะปราสาทตาควายและกลุ่มปราสาทตาเมือน โดยอ้างเป็นของกัมพูชานั้น กระทรวงวัฒนธรรมยืนยัน ปราสาทตาควายและกลุ่มปราสาทตาเมือนเป็นโบราณสถานของไทย โดยทั้งปราสาทตาเมือนธมและตาเมือนโต๊ด ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่ พ.ศ.2478 และรัฐบาลไทยอนุมัติงบประมาณบูรณะระหว่าง พ.ศ. 2533-2539 จนสามารถบูรณะปราสาทประธานแล้วเสร็จสมบูรณ์ ปราศจากการทักท้วงหรือคัดค้านจากฝ่ายกัมพูชา
สำหรับปราสาทตาควาย ตั้งอยู่ในเขตอ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ กรมศิลปากรได้สำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนของไทย ตั้งแต่ พ.ศ.2544-2545 จัดทำรายงานการสำรวจทางโบราณคดีเป็นหลักฐาน
ขณะสำรวจครั้งนั้น เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ยืนยันว่า ไม่ปรากฏทหารฝ่ายกัมพูชาอยู่บริเวณดังกล่าว เนื่องจากเป็นพื้นที่ดินแดนประเทศไทย สภาพตัวปราสาทตาควายยังสมบูรณ์ กรมศิลปากรจึงไม่ได้ตั้งงบประมาณบูรณะ แต่บรรจุในบัญชีรายชื่อโบราณสถานที่ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน
รมว.วัฒนธรรมกล่าวว่า เหตุปะทะของทหารไทยและกัมพูชาช่วงที่ผ่านมา ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า กัมพูชาใช้ปราสาทตาควายเป็นฐานที่มั่นทางทหาร ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักต่อโบราณสถาน ซึ่งการกระทำดังกล่าว ถือว่าผิดต่อหลักการสากล ที่ห้ามใช้โบราณสถานเป็นที่มั่นหรือฐานปฏิบัติการทางทหาร ต่อมาหลังการหยุดยิง และประเทศไทยสามารถสถาปนาพื้นที่เหนือดินแดนปราสาทตาควายและกลุ่มปราสาทตาเมือนไว้ได้ สภาพที่ปรากฏ คือ ปราสาทตาควายเสียหายอย่างมาก และพบร่องรอยความเสียหายของกลุ่มปราสาทตาเมือน กระทรวงวัฒนธรรมจึงมอบหมายให้กรมศิลปากร สำรวจเพื่อเตรียมการบูรณะโดยทันที ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกองทัพภาคที่ 2 เนื่องจากกัมพูชาได้วางทุ่นระเบิดจำนวนมาก ภายในตัวปราสาทและบริเวณโดยรอบ จึงเป็นอุปสรรคในการทำงานสำรวจและบูรณะโบราณสถาน
ทั้งนี้ ผลจากการสำรวจ พบว่า ปราสาทตาควายจำเป็นต้องรีบบูรณะโดยด่วน เนื่องจากโครงสร้างตัวปราสาท ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ป้องกันความเสียหายของโบราณสถาน ซึ่งเป็นผลจากการที่ฝ่ายกัมพูชาเข้าไปใช้เป็นฐานปฏิบัติการทหาร โดยไม่คำนึงถึงหลักการที่นานาอารยประเทศยอมรับร่วมกัน ทำให้โบราณสถาน ซึ่งเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของมวลมนุษยชาติต้องถูกทำลาย
“ไทยยังยืนยันความจำเป็นและความชอบธรรมในการบูรณปฏิสังขรณ์ปราสาทตาควายและกลุ่มปราสาทตาเมือน รวมทั้งโบราณสถานที่ตั้งอยู่ตามแนวชายแดน ที่มีสถานะเป็นโบราณสถานของไทย และตั้งอยู่บนดินแดนของประเทศไทย”รมว.วัฒนธรรมกล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี