วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ปปง.ส่ง 4 สำนวนคดีแก๊งสแกมเมอร์ ทุนเทาหลอกตุ๋นเหยื่อ ทั้ง"ก๊ก อาน-เบน สมิธ-เฉิน จื้อ"ให้อัยการพิจารณาร้องศาลยึดทรัพย์กว่า 13,000 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน ด้าน"อธ.อัยการคดีพิเศษ"ยันพิจารณายื่นคำร้องทันตามกรอบ 90 วันแน่นอน
17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.พร้อมด้วย นายวิทยา นิติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง.และโฆษกสำนักงาน ปปง.ได้นำสำนวนคดี 4 คดีสำคัญมาส่งมอบ เกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี อาชญากรรมข้ามชาติ และฟอกเงิน รวมมูลค่าประมาณ 13,074 ล้านบาท ให้ นางเยาวลักษณ์ นนทแก้ว อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เป็นผู้รับมอบ และพิจารณายื่นคำร้องขอให้ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน

สำหรับทั้ง 4 รายคดีที่ ปปง.โดยคณะกรรมการธุรกรรม ได้มีมติเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ให้ส่งเรื่องต่อพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินที่ดำเนินการยึดและอายัดตกเป็นของแผ่นดิน ประกอบไปด้วย
1.คดี น.ส.แตงไทยฯ กรณี นายยิม เลียก นางวิรินยาฯ นายเบน สมิธ นักธุรกิจต่างชาติชื่อดัง และ น.ส.แคทรียาฯ กับพวก ได้หลอกลวงผู้เสียหาย โดยมีข้อมูลเชื่อมโยงการทำธุรกรรม พฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน โดยคดีนี้ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 68 รายการ เช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์ เรือยอชท์ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาท
2.คดี นายเฉิน จื้อ นักธุรกิจจีนเทา กับพวก สำนักงาน ปปง.ได้ตรวจสอบพบข้อมูลเครือข่ายการฉ้อโกงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล เชื่อมโยง นายเฉิน จื้อ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจข้ามชาติในประเทศกัมพูชา โดยในคดีนี้คดีร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 96 รายการ เช่น ที่ดิน เงินสด สินค้าแบรนด์เนม และเครื่องประดับ รวมมูลค่าประมาณ 345 ล้านบาท
3.คดี นายก๊ก อาน กับพวก โดยการจับกุมผู้กระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและฟอกเงิน โดยในคดีนี้ ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 89 รายการ เช่น ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 560 ล้านบาท
และ 4.คดี นายเอื้ออังกูรฯ กับพวก กรณีกลุ่มมิจฉาชีพชักชวนให้ประชาชนลงทุนเทรดหุ้น ผ่านกลุ่มไลน์ โดยคดีนี้ ได้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 31 รายการ เช่น เงินสด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ผู้มีส่วนได้เสียได้ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราว ซึ่งทางคณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาแล้วว่า คำขอเพิกถอนไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด
อย่างไรก็ตาม หากมีผู้เสียหายในคดีมูลฐาน ทาง ปปง.จะส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลนำเงินหรือทรัพย์สินในรายคดีของผู้เสียหายมาคืนหรือชดใช้ให้แก่ผู้เสียหายแทนการสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินต่อไป
นายเสวต อภัยรัตน์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า ในวันนี้เป็นการส่งสำนวนคดีทั้ง 4 คดี ที่มีมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท ให้สำนักงานอัยการสูงสุดดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งมั่นใจได้ว่า ทางอัยการสำนักงานคดีพิเศษที่รับผิดชอบจะดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินและยื่นคำร้องต่อศาลได้ทันตามกรอบเวลาที่กำหนด ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจได้ว่าจะดำเนินการอย่างเที่ยงธรรม
ด้าน นางเยาวลักษณ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ กล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะนำสำนวนคดีทั้งหมดไปมอบหมายให้กับกองคดีที่รับผิดชอบ เพื่อตั้งคณะทำงานพิจารณาการตรวจสอบทรัพย์สินและข้อเท็จจริง โดยมี ปปง.มาร่วมช่วยรวบรวมข้อมูล ตนยืนยันว่าดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลา 90 วัน ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวเป็นคดีแพ่ง ไม่ใช่คดีอาญา จึงทำให้ผู้มีส่วนได้เสียไม่สามารถยื่นคำร้องขอความเป็นธรรม เป็นการพิจารณาของพนักงานอัยการฝ่ายเดียว
นายกมลสิษฐ์ รองเลขาธิการ ปปง.กล่าวว่า ทั้ง 4 คดี คณะกรรมการธุรการของ ปปง.ได้มีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ดังนั้น กรอบเวลา 90 วันจึงนับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ซึ่งจะสิ้นสุดภายในวันที่ 1 มีนาคม นี้ จึงมั่นใจว่าทางสำนักงานอัยการสูงสุดจะพิจารณาได้ทันช่วงเวลาและไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ตนขอสงวนรายละเอียดที่จะเปิดเผยว่า ทั้ง 4 คดี มีเส้นเงินที่เกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกันหรือไม่ เพราะเป็นรายละเอียดในสำนวนคดี แต่ยืนยันว่า ทั้ง 4 คดีนั้น เราแยกเป็นคนละสำนวนกัน แต่เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ เหมือนกัน
นายวิทยา ผู้ช่วยเลขา ปปง.กล่าวว่า การยื่นสำนวนในวันนี้เป็นเรื่องของการดำเนินการทางด้านทรัพย์สินในความผิดคดีอาญามูลฐาน แยกคนละส่วนกับการดำเนินคดีอาญาความผิดมูลฐานที่อยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจ บช.ก.ดังนั้น ปปง.จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีอาญามูลฐาน แต่ก็นี่มีการประสานงานข้อมูลทางคดีระหว่างกันกับทางตำรวจ
การพิจารณาคดีขึ้นอยู่กับการพิจารณาในชั้นศาลว่าจะพิจารณาคำร้องและรับฟังพยานหลักฐาน หากฝ่ายผู้มีส่วนได้เสียได้ตั้งทนายความมาโต้แย้ง ก็อาจจะมีรายละเอียดในการต่อสู้มากขึ้น ดังนั้น ระยะเวลาในการที่ศาลจะมีคำสั่ง จึงอาจใช้เวลานานพอสมควร โดยผู้มีส่วนได้เสียสามารถต่อสู้ได้จนถึงชั้นฎีกา
สำหรับประเด็นที่ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินทั้ง 4 คดี ได้ยื่นคำร้องขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินนั้น ทางคณะกรรมการธุรกรรมได้พิจารณาคำชี้แจงแล้ว พบว่าไม่สามารถตอบได้ว่า ทรัพย์สินเหล่านี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอย่างไร เมื่อไม่สามารถตอบประเด็นคำถามดังกล่าวได้ คณะกรรมการจึงยกคำร้องดังกล่าวและพิจารณาส่งคำร้องให้ศาลดำเนินการต่อไป
โดย สำนักงาน ปปง.เตรียมออกประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้ผู้เสียหายทั้ง 4 คดี สามารถส่งคำร้องขอคุ้มครองสิทธิ์เพื่อนำมาสู่การเฉลี่ยทรัพย์สินได้ในเร็วๆ นี้ โดยจะมีกรอบระยะเวลา 90 วันนับตั้งแต่วันประกาศ ซึ่งทาง ปปง.จะดำเนินการรวบรวมคำร้องของผู้เสียหาย เพื่อส่งให้พนักงานอัยการ ก่อนร้องขอต่อศาลเพื่อคุ้มครองสิทธิ์ไม่ให้ทรัพย์สินส่วนของผู้เสียหายตกเป็นของแผ่นดินต่อไป
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี