อธิบดีอัยการสอบสวนลุยคดีดิไอคอนสำนวน 2 ต่อ หลังอสส.ชี้ขาดฟ้องบอสมิน-บอสแซม

อธิบดีอัยการสอบสวนลุยคดีดิไอคอนสำนวน 2 ต่อ หลังอสส.ชี้ขาดฟ้องบอสมิน-บอสแซม

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.38 น.

อธ.อัยการสอบสวนเดินหน้าลุยคดีดิไอคอนกรุ๊ปสำนวน 2 ต่อ หลัง อสส.ชี้ขาดฟ้องบอสมีน-บอสเเซมสำนวนเเรกเเล้ว เผยสอบเสร็จเกินครึ่ง เตรียมเรียกประชุมกับดีเอสไอเร่งสอบพยานผู้เสียหายต่างประเทศ 

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีคดีดิไอคอน สำนวนที่2 ซึ่งคดีนี้อัยการสูงสุดมีคำสั่งรับเป็นคดีนอกราชอาณาจักรและตั้งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอเป็นพนักงานสอบสวนโดยมีอัยการจากสำนักงานการสอบสวนเข้าไปร่วมสอบสวน โดยมีตนเป็นหัวหน้าคณะอัยการ


ซึ่งคดีดิไอคอน กรุ๊ปฯ ดังกล่าวนี้แบ่งออกเป็น2กรณีด้วยกัน.  โดยกรณีผู้เสียหายอยู่ในประเทศไทยและมีการโอนเงินในประเทศไทยไปยังดิไอคอนกรุ๊ป อันนี้ถือว่าเป็นความผิดในราชอาณาจักร
 ส่วนกรณีที่ผู้เสียหายอยู่ต่างประเทศและติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางโซเชียลมีเดียและเชื่อถือในตัวแม่ทีมต่างๆหรือคนชักจูงต่างๆจึงมีการโอนเงิน ไปยังดิไอคอนกรุ๊ปกรณีดังกล่าวนี้ทางสำนักงานการสอบสวนได้นำเสนอสำนวนถึงท่านอัยการสูงสุดท่านที่แล้ว. โดยท่านเห็นด้วยว่าต้องแบ่งเป็นความผิดทั้งในราชอาณาจักรและนอกราชอาณาจักร  คือคดีในราชอาณาจักรเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนดีเอสไอแต่ผู้เดียว เมื่อพนักงานสอบสวนดีเอสไอมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดเสนอไปยังอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ซึ่งมีความเห็นแตกต่างโดยสั่งฟ้องผู้ต้องหา 17 ราย และสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา2รายคือบอสมินกับบอสแซมเมื่อสำนวนส่งกลับยังอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษซึ่งมีความเห็นแย้งกับอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษที่สั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา2รายคือบอสมินและบอสแซม

ดังนั้นสำนวนจึงเสนอต่ออัยการสูงสุดท่านปัจจุบันคือนาย อิทธิพล แก้วทิพย์ ได้มีความเห็นชี้ขาดถึงที่สุดตามกฎหมายให้สั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง2รายตามที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเสนอารวมกับผู้ต้องหา17รายในคดีแรก

ส่วนสำนวนที่2เป็นคดีความผิดนอกราชอาณาจักรซึ่งอัยการสำนักงานการสอบสวนได้ร่วมสอบสวนกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอไปบ้างแล้ว

อธ.อัยการการสอบสวนกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาอัยการสอบสวนร่วมกับดีเอสไอทำการสอบสวนพยานเดินหน้าไปได้เกิน 50% เเล้ว เมื่ออัยการสูงสุดมีคำสั่งให้ฟ้องผู้ต้องหาสองรายดังกล่าวนี้ก็จะทำให้การสอบสวนในคดีนอกราชอาณาจักรง่ายขึ้นเมื่อมีพยานให้การไปถึงผู้ต้องหา2รายนี้การสอบสวนที่มีปัญหาในคดีนอกราชอาณาจักรเกิดจากผู้เสียหายอยู่ต่างประเทศทางเราจึงยังสอบพยานผู้เสียหายซึ่งอยู่หลายๆประเทศ มากกว่ากว่า 30 ราย  ซึ่งเราจะต้องสอบสวนพยานหลักฐานให้สัมพันธ์กับคดีที่ 1 ที่ อัยการคดีพิเศษยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญาไปเเล้ว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคดีดิไอคอนสำนวนเเรก ที่อัยการยื่นฟ้อง นายวรัตน์พล วรัทย์รกุล หรือบอสพอลผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกรวม 17 คน ต่อศาลอาญา ศาลนัดสืบพยานโจทก์ปากเเรกวันที่ 18 มีนาคมนี้ โดยนัดสืบ พยานโจทก์รวม109 ปากพยานจำเลย 50 ปาก ก่อนจะนัดฟังคำพิพากษาต่อไป

สำหรับคดีดิไอคอน กรุ๊ป สำนวนเเรก อัยการคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวรัตน์พล วรัทย์รกุล ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกรวม 17 คน 

ข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรง ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงดำเนินกิจการใน ลักษณะที่เป็นการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจโดยตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าวซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่มขึ้นโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย, ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต" 

เหตุเกิดระหว่างวันที่ 12 สิงหาคม63 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม67 ใน ท้องที่แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ  และหลายท้องที่ทั่วราชอาณาจักรต่อเนื่องกัน คิดเป็นค่าเสียหายรวมประมาณ 649,912,290 บาท 

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 17 รายในขณะนั้นที่อัยการคดีพิเศษยื่นฟ้องต่อศาลอาญามีดังนี้ 

บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด โดยนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอลกรรมการผู้มีอำนาจ ผู้ต้องหาที่ 1 ,นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล ผู้ต้องหาที่ 2, นายจิระวัฒน์ แสงภักดี หรือบอสแล็ป ผู้ต้องหาที่ 3, นายกลด เศรษฐนันท์ หรือบอสปีเตอร์ ผู้ต้องหาที่ 4, น.ส.ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร หรือบอสปัน ผู้ต้องหาที่ 5, นายฐานานนท์ หิรัญไชยวรรณ หรือบอสหมอเอก ผู้ต้องหาที่ 6, น.ส.นัฐปสรณ์ ฉัตรธนสรณ์ หรือบอสสวย ผู้ต้องหาที่ 7, น.ส.ญาสิกัญจณ์ เอกชิสนุพงศ์ หรือบอสโซดา ผู้ต้องหาที่ 8, นายนันทธรัฐ เชาวนปรีชา หรือบอสโอม ผู้ต้องหาที่ 9, นายธวิณทรภัส ภูพัฒนรินทร์ หรือบอสวิน ผู้ต้องหาที่ 10, น.ส.กนกธร ปูรณะสุคนธ์ หรือบอสแม่หญิง ผู้ต้องหาที่ 11, น.ส.เสาวภา วงษ์สาขา หรือบอสอูมมี ผู้ต้องหาที่ 12, นายเชษฐ์ณภัฏ อภิพัฒนกานต์ หรือบอสทอมมี่ ผู้ต้องหาที่ 13, นายหัสยานนท์ เอกชิสนุพงศ์ หรือบอสป๊อบ ผู้ต้องหาที่ 14, นางวิไลลักษณ์ ยาวิชัย หรือบอสจอย ผู้ต้องหาที่ 15, นายธนะโรจน์ ธิติจริยาวัชร์ หรือบอสออฟ ผู้ต้องหาที่ 16 และนายกันต์ กันตถาวร หรือบอสกันต์ ผู้ต้องหาที่ 19 

ในส่วน นายยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือบอสแชม ผู้ต้องหาที่ 17 และ น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี หรือบอสมีน ผู้ต้องหาที่ 18 ทางอัยการคดีพิเศษก็จะนัดวันให้ผู้ต้องหาทั้งสองมาพบเพื่อยื่นฟ้องศาลอาญาต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top