สกัดจับคาไฟแดง รวบเก๋งขนต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง สารภาพได้ค่าจ้างส่งสมุทรสาคร

สกัดจับคาไฟแดง รวบเก๋งขนต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง สารภาพได้ค่าจ้างส่งสมุทรสาคร

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.17 น.

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สกัดขบวนการลักลอบขนแรงงานเถื่อน ตรวจสอบพบบุคคลต่างด้าวพร้อมผู้นำพา ในรถยนต์รวม 5 คน คนขับยอบรับได้ค่าจ้างหัวละ 4,000 บาท

22 กุมภาพันธ์ 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม  รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.พิชญ์รุจ กุลวิมลประทีป รอง ผบก.ทล.,พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สิทธิใหญ่  รอง ผบก.ทล.,พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล.,พ.ต.ท.อุดมศักดิ์ สุวรรณแสง รอง ผกก.2 บก.ทล., พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ งามแฉ่ง รอง ผกก.2 บก.ทล.


เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง สังกัด กก.2 บก.ทล.นำโดย พ.ต.ต.กฤษฎา พ่วงปาน สว.ทล.6 กก.2 บก.ทล. ร.ต.อ.อำนาจ สีนวล,ร.ต.อ.พินัย บุญรัตน์ รอง สว.ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงในสังกัดส.ทล.6 กก.2 บก.ทล.
จับกุมผู้ต้องหา ดังนี้

ผู้ต้องหาที่ 1 นาย คิม มอง  อายุ 31 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน“ซ่อนเร้น ช่วยเหลือหรือช่วยด้วยประการใดๆแก่บุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย”

ผู้ต้องหาที่ 2-5 เป็นบุคคลสัญชาติเมียนมา โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นบุคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต”ทำการตรวจยึดของกลาง ดังนี้

1.รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อ โตโยต้า สีดำ ทะเบียน กล xx28 กาญจนบุรี พร้อมด้วยกุญแจ 1 ดอก

2.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Samsung รุ่น Galaxy S 20 สี ชมพู หมายเลขโทรศัพท์ 080504xx23วันเวลาสถานที่เกิดเหตุ ทล.323 กม.64 หน้าเซเว่นแก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

พฤติการณ์แห่งคดี สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับ ว่าจะมีขบวนการลักลอบขนบุคคลต่างด้าว เข้ามายังประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมได้ออกตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ และตามเส้นทางคาดการณ์ว่า จะเป็นเส้นทางใช้ขนย้ายบุคคลต่างด้าวตามที่สายลับแจ้ง

จนกระทั่งตรวจมาถึง กม.64 ทล.323 พบรถยนต์ลักษณะต้องสงสัย วิ่งมาด้วยความเร็วและบรรทุกหนักจนมาติดไฟแดง หน้าร้านสะดวกซื้อแยกแก่งเสี้ยน เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานก่อนเข้าตรวจสอบ พบนาย คิม มอง ฯ อายุ 31 ปี เป็นผู้ขับขี่ สอบถามให้การว่า ตนได้นำบุคคลต่างด้าวมาด้วย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำเชิญตัวบุคคลต่างด้าวทั้งหมดพร้อมรถยนต์ มาที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี จากการตรวจสอบพบ ผู้ต้องหาที่ 2 – 5 อยู่ภายในรถยนต์คันดังกล่าว จึงได้นำตัวลงมาจากรถยนต์มาตรวจสอบ ปรากฏว่าผู้ต้องหาที่ 2 – 5 เป็นบุคคลต่างด้าว และไม่มีเอกสารการเดินทางหรือเอกสารอื่น ที่ใช้แทนเอกสารการเดินทางแสดงต่อเจ้าหน้าที่ 

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งผู้ถูกจับกุมที่ 1 ว่าเค้าต้องถูกจับกุมในความผิดฐาน “ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆให้บุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรให้พ้นจากการจับกุม” และแจ้งผู้ถูกจับกุมที่ 2 – 5 ว่าเค้าต้องถูกจับกุมในความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต” เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัวผู้ถูกจับกุมทั้งหมดพร้อมด้วยของกลาง นำส่ง พงส.สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาที่ 1 ให้การว่าได้ไปรับผู้ถูกจับที่ 2 – 5 ที่บริเวณลานจอดรถตลาดเจดีย์สามองค์ เพื่อจะนำไปส่งที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยติดต่อผ่านนายหน้าชาวเมียนมา ชื่อ นายวี ฯ เบอร์โทรศัพท์ 0977970xx76 (เบอร์โทรศัพท์เมียนมา) โดยได้ตนค่าจ้างคนละ 4,000 บาท

จากการสอบถามผู้ถูกจับที่ 2 – 5 โดยผ่านล่ามแปล ให้การว่าพวกตนเป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ไม่มีเอกสารในการเดินทาง เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เมื่อ วันที่ 20 ก.พ.2569 โดยติดต่อผ่านนายหน้าชาวเมียนมา เพื่อนำพาพวกตนเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยเพื่อไปทำงานในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยเสียค่าใช้จ่ายคนละ 12,000 บาท และผู้ถูกจับทั้งหมด ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top