คลินิกสิ่งแวดล้อม:27 กุมภาพันธ์ 2569

คลินิกสิ่งแวดล้อม:27 กุมภาพันธ์ 2569

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

คลินิกสิ่งแวดล้อม

                                                    การแก้ปัญหาอาชญากรรม โดยการควบคุมอาวุธปืนถูกต้องตามกฎหมาย


 

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย ที่ 429/2569 เรื่อง ห้ามการออกใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว (แบบ ป.12) เป็นการชั่วคราว และใน วันเดียวกัน น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีข้อสั่งการด่วนถึงฝ่ายปกครองทั่วประเทศ กำชับดำเนินมาตรการควบคุมอาวุธปืนอย่างเข้มงวด เกี่ยวกับการออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน (แบบ ป.3) กำชับให้นายทะเบียนท้องที่ทั่วประเทศเพิ่มความเข้มงวดพิจารณาคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาต กำกับดูแลผู้ได้รับใบอนุญาต (แบบ ป.4) ให้นายทะเบียนท้องที่และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตรวจตราและสอดส่องดูแลผู้ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน ผ่านกลไกเครือข่ายเจ้าหน้าที่รัฐ และงดออกใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน (แบบ ป.12) ชั่วคราว กระทรวงมหาดไทยยังคงมาตรการงดออกใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวเป็นการชั่วคราว

 

เกี่ยวกับการแก้ปัญหาอาชญากรรมโดยมาตรการดังกล่าวนั้น ในทางสถิติเกี่ยวกับคดีอาชญากรรมนั้น อาวุธปืนที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุนั้น มักจะเป็นอาวุธปืนที่ไม่มีทะเบียน ซึ่งในการใช้มาตรการในการ เข้มงวดกับประชาชนที่มีความประสงค์ ในการขอใบอนุญาต ป .3 (ใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืน) และป. 4 (ใบอนุญาต ให้มีและใช้อาวุธปืน) กับประชาชนนั้นส่วนตัวผู้เขียนเองเห็นว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกจุดเพราะ โอกาสที่ประชาชนที่จะมีหรือครอบครองปืนที่ถูกต้องตามกฎหมายและไปก่อเหตุอาชญากรรมร้ายแรงนั้น มักจะมีน้อยกว่าอาวุธที่ไม่มีทะเบียนหรืออาวุธสงคราม อีกทั้งโอกาส ในการครอบครองปืนของประชาชนนั้นค่อนข้างจะยาก

 

กว่าเจ้าที่อยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นปัจจัยเรื่องราคา รวมถึงขั้นตอนในการขอใบอนุญาต ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดเหตุอาชญากรรมในกลุ่มของ ผู้ครอบครองปืนที่ถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากจะมีอัตราส่วนน้อยกว่า กลุ่มที่ครอบครองปืนที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว อัตราโทษทั้งตามประมวลกฎหมายอาญารวมทั้งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 (มาตรา 8 ทวิ ห้ามมิให้ผู้ใดพาอาวุธป?ืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธป?ืนติดตัว เว้นแต่เป็นกรณีที่ต้องมีติดตัวเมื่อมีเหตุจําเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ วรรคสองไม่ว่ากรณีใด ห้ามมิให้พาอาวุธป?ืนไปโดยเปิดเผย หรือพาไปในชุมนุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้น เพื่อนมัสการ การรื่นเริง การมหรสพ หรือการอื่นใด) ซึ่งในกฎหมายมาตราดังกล่าวมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี

 

การกระทำความผิดทางอาญาของกลุ่มผู้ครอบครองอาวุธปืนที่มีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายนั้นนอกจากจะได้รับโทษทางอาญาแล้วอาจจะถูกพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตได้ ซึ่งกลไกทางกฎหมายและระเบียบดังกล่าวมีการใช้บังคับ เพื่อควบคุมปัญหาอาชญากรรมมาเป็นเวลานาน

 

ประเด็นต่อมาเกี่ยวกับการระงับการออกใบอนุญาตให้พกพาอาวุธปืน (ป.12) ซึ่งในกรณีผู้ได้รับใบอนุญาตให้พกพาอาวุธปืน ป.12 นั้นห้ามมิให้พาอาวุธป?ืนไปโดยเปิดเผย หรือพาไปในชุมนุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้น เพื่อนมัสการ การรื่นเริง การมหรสพ หรือการอื่นใด เช่นกัน ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วประชาชน โดยทั่วไปนั้นโอกาสที่จะได้รับใบอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนหรือ ป. 12 นั้น ค่อนข้างจะยากหรือแทบเป็นไปไม่ได้เลย และที่สำคัญคดีอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนที่เกิดขึ้นนั้นผู้กระทำความผิดก็ล้วนไม่ได้อยู่ในกรอบของกฎหมายและไม่ได้มีใบอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนหรือ ป.12 เช่นกัน ดังนั้น การแก้ปัญหาอาชญากรรมภายใต้คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงมหาดไทย ที่ 429/2569 นอกจากจะเป็นการลิดรอนสิทธิ์ของประชาชนโดยสุจริตแล้วยังเป็นการเกาไม่ถูกที่คันอีกด้วย

036

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top