สพฉ. จับมือ TITA ดึงอินฟลูฯ ปลุกพลังคอนเทนต์ ‘ช่วยชีวิต’

สพฉ. จับมือ TITA ดึงอินฟลูฯ ปลุกพลังคอนเทนต์ ‘ช่วยชีวิต’

วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.24 น.

สพฉ. จับมือ TITA เสริมความรอบรู้-สื่อสาร ดึงอินฟลูเอนเซอร์สร้างพลังคอนเทนต์เพื่อชีวิต! หนุนเครือข่าย-วัฒนธรรมการแพทย์ฉุกเฉิน

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ลงนามบันทึกความร่วมมือกับ สมาคมการค้าอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ไทย (TITA) เพื่อส่งเสริมความรอบรู้ด้านการแพทย์ฉุกเฉิน และสร้างเครือข่ายภาคประชาชนในการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง มุ่งยกระดับบทบาทจาก “ผู้สื่อสาร” สู่ “ผู้ช่วยชีวิต” ในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการ สพฉ. และนายก่อพงศักดิ์ ตันติศิริรักษ์ นายกสมาคมการค้าอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ไทย ร่วมลงนาม เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 มีอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์จากหลากหลายสาขา เข้าร่วมรับการอบรมหลักสูตรการกู้ชีพขั้นพื้นฐาน (Basic Cardiopulmonary Resuscitation: BCP) เพื่อสร้างการรับรู้และรอบรู้ด้านการแพทย์ฉุกเฉิน การปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐาน สร้างความมั่นใจในการร่วมเป็นจิตอาสาช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินให้กลับมามีลมหายใจอีกครั้ง และขยายผลสู่ผู้ติดตามผ่านช่องทางออนไลน์ ส่งเสริมให้ทักษะการกู้ชีพขั้นพื้นฐานอยู่ในกระแสนิยมของประชาชน


ดร.พิเชษฐ์ กล่าวว่า ระบบการแพทย์ฉุกเฉินจะเข้มแข็งได้ ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพ และประชาชนที่มีความรอบรู้ เข้าใจบทบาทของตนเองเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยเฉพาะในกรณีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ซึ่งทุกนาทีมีผลต่อโอกาสรอดชีวิต การที่ประชาชนทั่วไป รวมถึงผู้มีอิทธิพลทางความคิดในสังคม ได้รับการฝึกทักษะ CPR และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ AED จึงเป็นกลไกสำคัญ ในการเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วย โดยตั้งเป้าให้ “ทุกครัวเรือนมีอย่างน้อย 1 คนทำ CPR เป็น” เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในสังคม

“ในสังคมที่ข้อมูลเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว การสื่อสารที่ถูกต้องมีความสำคัญอย่างยิ่ง ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการปฐมพยาบาล การเรียกใช้สายด่วน 1669 หรือสิทธิการเข้าถึงบริการ อาจส่งผลต่อการตัดสินใจในนาทีวิกฤต ความร่วมมือครั้งนี้จึงมุ่งสร้างวัฒนธรรมการแพทย์ฉุกเฉิน ผ่านการสื่อสารที่ถูกต้องและมีความรับผิดชอบ ผมเชื่อในพลังของการสื่อสารโซเชียลมีเดีย เป็นพลังที่เข้มแข็งของประเทศในทุกวันนี้ ที่จะส่งข้อมูลข่าวสารไปและสามารถช่วยเหลือชีวิตประชาชนจากเหตุฉุกเฉินและภัยพิบัติได้” เลขาธิการ สพฉ. กล่าว

ด้านนายก่อพงศักดิ์ กล่าวว่า บทบาทของอินฟลูเอนเซอร์ปัจจุบันมีอิทธิพลต่อการรับรู้และพฤติกรรมของประชาชนในวงกว้าง การได้รับองค์ความรู้และทักษะกู้ชีพขั้นพื้นฐานจาก สพฉ. จะช่วยให้เครือข่ายครีเอเตอร์สามารถสื่อสารข้อมูลด้านการแพทย์ฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง พร้อมเป็นแบบอย่างในการสร้างสังคมแห่งความรับผิดชอบและจิตอาสา โดยจะเชิญอินฟูลฯครีเอเตอร์มาอบรมแล้วก็โปรโมท ช่วยสื่อสารให้ประชาชนทั่วไปได้รู้ว่าการแพทย์ฉุกเฉินสำคัญ และแผนหลังจากทำ MOU จะมีการจัดอบรมให้กับบุคลากร สพฉ. เข้าใจโลกออนไลน์ สามารถสร้างช่องทางสื่อสารขององค์กรและทำหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ได้

 “สมาคมยินดีที่ได้ร่วมมือกับ สพฉ. เราไม่ได้เป็นเพียงผู้สร้างคอนเทนต์ แต่เป็นผู้ส่งต่อความรู้และแรงบันดาลใจ การมีทักษะช่วยชีวิตและการเข้าใจระบบการแพทย์ฉุกเฉิน จะทำให้การสื่อสารของเรามีน้ำหนักและคุณค่าเพิ่มขึ้นต่อสังคม” นายกสมาคมฯ กล่าว

ทั้งนี้ ภายใต้บันทึกความร่วมมือ มุ่งเป้าหมายบูรณาการระหว่างหน่วยงานกำหนดมาตรฐานด้านการแพทย์ฉุกเฉิน กับเครือข่ายสื่อสังคมออนไลน์ทั่วประเทศ ในการผลิตสื่อ สร้างสรรค์เนื้อหา และจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับระบบการแพทย์ฉุกเฉิน การเข้าถึงบริการ 1669 บทบาทหน้าที่ของ สพฉ. ตลอดจนการปลูกฝังจิตสำนึกด้านความเสียสละ คุณธรรม และการมีจิตอาสาเป็นอาสาฉุกเฉินชุมชน โดย ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันพัฒนาเนื้อหาด้านการแพทย์ฉุกเฉินที่ถูกต้อง ถ่ายทอดในรูปแบบที่เข้าใจง่าย และสอดคล้องกับบริบทของสังคมไทย พร้อมสนับสนุนการอบรมทักษะการสื่อสารแก่บุคลากร และสร้างเครือข่ายอินฟลูเอนเซอร์ที่ทำหน้าที่เผยแพร่ข้อมูลอย่างสร้างสรรค์และมีจริยธรรม

037

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top