วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569
นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ประธานในพิธีเปิดการประชุมว่า การ“Kick off สร้างวินัยจราจรและส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย เพื่อเด็กขอนแก่นปลอดภัยบนท้องถนน” ประกาศเจตนารมณ์ครั้งสำคัญร่วมกันว่า “เด็กขอนแก่นทุกคน ต้องเดินทางอย่างปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย 100%” ตั้งเป้าดูแลทุกกลุ่ม ตั้งแต่เด็กในระดับปฐมวัย ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) จำนวนกว่า 300 แห่ง ในพื้นที่ขอนแก่น และราว 70-80% เด็กเยาวชนต้องใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะหลักในการเดินทางไปที่ศูนย์หรือโรงเรียน พบว่า อัตราการสวมหมวกของเด็กขอนแก่น อยู่ที่ 14% เชื่อว่าการที่ทุกหน่วยงานมาร่วมกิจกรรมเพื่อประกาศถึงความร่วมมือ และความตั้งใจดีร่วมกันในวันนี้และกลับไปทำจริงในพื้นที่ท้องถิ่นของเรา จะช่วยให้ลูกหลานของเราปลอดภัยขึ้น “มีหมวกนิรภัย หรือ หมวกกันน็อก เป็นเครื่องป้องกันการบาดเจ็บที่ศีรษะ” และทำให้สถิติการสวมหมวกของเด็กขอนแก่นเพิ่มสูงขึ้น อย่างแน่นอน
โดยผู้ว่าฯขอนแก่น ยังมอบนโยบายและแนวทางปฏิบัติขอให้ทุกหน่วยงานร่วมขับเคลื่อนไปด้วยกัน 3 ข้อ ประกอบด้วย 1. การดูแลความปลอดภัยของเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก คือ “จุดเริ่มต้นของวินัย” ใช้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเป็นฐานที่มั่นสำคัญ ในการปลูกฝังจิตสำนึก บ่มเพาะระเบียบวินัยจราจรต้องเริ่มตั้งแต่วัยเยาว์ เพื่อให้เขารักความปลอดภัยจนเป็นนิสัยติดตัวไปจนโต รวมถึงเด็กระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา 2. ผลักดันให้มี “ธนาคารหมวกนิรภัย” เกิดขึ้นจริง ขอความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทุกแห่ง เร่งจัดตั้งธนาคารหมวกนิรภัยในสังกัด เพื่อเป็นระบบยืม-คืนที่จับต้องได้ และส่งเสริมให้ “เด็ก-ครู-ผู้ปกครอง สวมหมวก 100%” ซึ่งเรามีกลไกสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น (กปท.) ขอให้ท่านใช้ทรัพยากรนี้อย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้มีเด็กคนไหนต้องเสี่ยงอันตรายเพียงเพราะไม่มีหมวกนิรภัย และเชื่อมั่นว่า ท้องถิ่นของเราเองก็มีศักยภาพเพียงพอในการที่จะทำเรื่องนี้ได้ด้วยเช่นกัน
3. บูรณาการงานลดอุบัติเหตุทางถนนในจังหวัดขอนแก่นร่วมกัน การทำงานเชิงรุกในระดับพื้นที่ ทั้งการเข้มงวดวินัยจราจร การปรับปรุงจุดเสี่ยงรอบสถานศึกษา และการทำความเข้าใจกับผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด และทำให้พื้นที่ชุมชนท้องถิ่นของเราปลอดภัย ภายใต้การหนุนนำของเครือข่ายทั้ง สสส. สอจร., สปสช., สถ., ปภ. และคุรุสภา หนุนการขับเคลื่อนงาน
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า เรื่องที่น่าห่วงของประเทศไทยขณะนี้ คือ ประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตเงียบที่น่ากลัวกว่าโรคระบาด ในวันที่ประเทศไทยมีเด็กเกิดใหม่น้อยลงอย่างน่าใจหาย ปีที่ผ่านมาเรามีเด็กเกิดใหม่ไม่ถึง 4.2 แสนคน ซึ่งถือเป็น “ทรัพยากรที่ล้ำค่าที่สุด” ของชาติ ถ้าต้องสูญเสียเด็กและเยาวชนเหล่านี้ไปบนท้องถนนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในวัยปฐมวัย เด็กๆ เหล่านี้ยังไม่มีทักษะการเอาตัวรอดเพียงพอ การที่พวกเขาซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์โดยไม่มีหมวกนิรภัย ไม่ใช่แค่ความเสี่ยง แต่มันคือการวางชีวิตของอนาคตชาติไว้บนความประมาทเป้าหมายกิจกรรมนี้ คือ "เด็กขอนแก่นต้องสวมหมวกนิรภัย 100%" ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม กล่าวอีกว่า การที่จังหวัดขอนแก่นได้รับการสนับสนุนจากความร่วมมือของ 5 หน่วยงาน จะช่วยสนับสนุนงานนี้ให้สำเร็จได้รวดเร็วขึ้น ได้แก่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.), กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เพราะว่า "ขอนแก่น และ ท้องถิ่น" ขอนแก่น เป็นเมืองใหญ่ เป็นศูนย์กลางของการศึกษา-วัฒนธรรม-ศูนย์กลางของการแพทย์ที่สำคัญในภาคอีสาน และเป็นจังหวัดแรกๆ ของประเทศที่ทำงานเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนมาก่อนใคร ตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 โดย นพ.วิทยา ชาติบัญชาชัย และเครือข่าย สอจร. ทั้งยังมีความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายที่พร้อมบูรณาการกันอย่างเต็มที่ และที่สำคัญที่สุด เรามี “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด ถือเป็น "กำแพงด่านแรก" ที่จะปกป้องชีวิตเด็กๆ ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนในสังกัดของท่าน และรวมถึงการดูแลประชาชนในพื้นที่ด้วย
สำหรับเวที “Kick off สร้างวินัยจราจรและส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย เพื่อเด็กขอนแก่นปลอดภัยบนท้องถนน” เป็นการประชุมผสมผสานสาระเชิงนโยบาย ควบคู่ไปกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและแผนส่งเสริมการลดอุบัติเหตุทางถนนในชุมชน การประชุมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดจำนวนกว่า 150 หน่วยงาน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี