ศาลยกฟ้อง แอม ไซยาไนด์ คดีสังหาร นิตยา มีเหตุแห่งความสงสัย ยกประโยชน์ให้จำเลย

ศาลยกฟ้อง แอม ไซยาไนด์ คดีสังหาร นิตยา มีเหตุแห่งความสงสัย ยกประโยชน์ให้จำเลย

วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.18 น.

ยกฟ้อง ! แอม ไซยาไนด์ คดีแรก วางยาฆ่า วิศวกรสาว   พยานหลักฐานโจทก์อ่อนยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้  ทนายพัช เตรียมใช้คำพิพากษานี้ เป็นแนวทางสู้คดีอื่น

วันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น.ที่ห้องพิจารณา 710 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีแอม ไซยาไนด์คดีที่ 3 หมายเลขดำ อ.274/2568 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา8 เป็นโจทก์ฟ้อง นางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือแอม ไซยาไนด์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อนฯ


อัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปว่าเมื่อระหว่างวันที่ 22-23 สิงหาคม63 จำเลย ได้ใส่ไซยาไนด์ลงในเครืองดื่มให้ น.ส. นิตยา แก้วบุปผา หรือนิด  อาชีพวิศวกร อายุ 36 ปี ดื่ม กิน จนถึงแก่ความตายเนื่องจากระบบไหลเวียนโลหิตและการหายใจล้มเหลวแล้ว โดยมีมูลเหตุประสงค์ต่อทรัพย์สินของผู้ตาย เหตุเกิดที่ ต.โพรงมะเดื่อ อ.เมือง จ.นครปฐม

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลพิเคราะห์ คำเบิกความของโจทก์-จำเลยเห็นว่า ผู้ตายมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงมาโดยตลอด แต่ผู้ตายมีปัญหาเรื่องหนี้สินจากวงแชร์ พยานเคยเห็นจำเลยมาหาผู้ตายที่ทำงานอยู่ที่ไซต์งาน ก่อสร้างรพ.ที่จ.นครปฐม และจำเลยทำตัวมีพิรุธ พยานจึงจดจำใบหน้าของจำเลยได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการที่จำเลยอ้างว่าไม่เคยไปหาผู้ตายที่ไซด์งานก่อสร้างจึงเป็นข้อกล่าวอ้างที่ไม่มีพยานหลักฐาน 

สำหรับในคืนเกิดเหตุมีพยานซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของผู้ตายไปหาผู้ตายที่หอพักและเห็นว่าจำเลยและผู้ตายนั่งพูดคุยกันอยู่ที่โถงชั้นล่าง โดยผู้ตายอ้างกับพยาน ว่าได้นำรถยนต์ไปจำนำไว้ในราคา 150,000 บาทและจะ คืนเงิน ให้กับพยานในวันถัดไป เพราะจะนำเงินไปฝากที่ธนาคารก่อน โดยที่พยานไม่เห็นเงินจำนวนนั้นว่าอยู่ที่ผู้ตายจริงหรือไม่ ขณะเดียวกันผู้ตายได้ชักชวนพยานให้ไปกินข้าวเย็นกับจำเลยแต่พยานปฏิเสธไป และมาทราบข่าววันต่อมาว่า ผู้ตายเสียชีวิตแล้ว

ขณะที่พยานโจทก์ซึ่งเป็นแพทย์ผ่าพิสูจน์ศพเบิกความว่า ไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าผู้ตายเสียชีวิตจากสารไซยาไนด์ หรือไม่ เนื่องจากไม่มีการตรวจหา เพราะขณะนั้นไม่มีข้อสงสัยว่าผู้ตายเกี่ยวข้องกับสารไซยาไนด์  ขณะที่แพทย์รพ.ศิริราชซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการตรวจหาสารพิษในร่างกาย ให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนว่าดูจาก ภาพถ่ายการเสียชีวิต และผลการชันสูตรของแพทย์นิติเวช มีร่องรอยการขาดออกซิเจน คล้ายกับอาการที่เกิดจากสารไซยาไนด์ ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นถูกต้องตามหลักวิชาการสัมพันธ์กับแพทย์นิติเวชที่ผ่าพิสูจน์ศพ  และสอดคล้องกับพยานที่เบิกความยืนยันว่า ผู้ตายมีร่างกายแข็งแรงมาตลอดจึงเชื่อว่าสาเหตุการเสียชีวิตไม่ได้เกิดจากอาการเจ็บป่วย ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ไม่ว่าผู้เสียชีวิตได้รับสารไซยาไนด์จริง

ส่วนที่จำเลยมีความประสงค์ต่อทรัพย์ผู้ตายหรือไม่ เมื่อพิจารณาประกอบพฤติการณ์ที่อาจเป็นผู้ตายเองที่นำรถยนต์ โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ จำนำไว้กับจำเลย ผู้ตายจึงอาจจำนำรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ไว้กับจำเลยอีกคันหนึ่งก็เป็นได้ เพราะหากจำเลยมีเจตนาเอารถยนต์คันดังกล่าวของผู้ตายไปโดยทุจริต จำเลยก็ไม่จำต้องแจ้งให้นายภาคภูมิ สามีผู้ตายทราบ เพื่อให้นายภาคภูมินำเงินมาไถ่รถยนต์คันดังกล่าวคืนแต่อย่างใด 

ดังนั้น หากผู้ตายจำนำรถยนต์ทั้ง2คันดังกล่าวไว้กับจำเลยจริง จำเลยในฐานะผู้รับจำนำย่อมมีสิทธิให้ญาติผู้ตายนำเงิน 150,000 บาท มาไถ่จำนำรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า และมีสิทธิที่จะยึดรถยนต์โตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ ไว้จนกว่าจะได้รับชำระหนี้หรือมีการไถ่จำนำ 

ตามพฤติการณ์จึงยังมีเหตุสงสัยตามสมควรว่า จำเลยไม่มีมูลเหตุจูงใจประสงค์ต่อทรัพย์ของผู้ตายดังที่โจทก์อ้าง ปรากฏข้อเท็จจริงว่า จำเลยสั่งซื้อและมีสารโพแทสเซียมไซยาไนด์ไว้ในครอบครองเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม65 ช่วงภายหลังจากที่ผู้ตายเสียชีวิตแล้ว 

ส่วนสารโพแทสเซียมไซยาไนด์ที่โจทก์เชื่อว่าจำเลยใช้ในการก่อเหตุฆ่าผู้ตาย โจทก์ก็มิได้นำสืบให้ปรากฏชัดแจ้งว่า จำเลยมีไว้ในครอบครองหรือไม่ หรือจำเลยได้วางแผนตระเตรียมจัดหาหรือสั่งซื้อจากผู้ใดและเมื่อใด 

พยานหลักฐานอื่นของโจทก์ล้วนยังไม่หนักแน่นเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าจำเลย เป็นผู้ก่อเหตุฆ่าผู้ตาย ส่วนที่ปรากฏว่าจำเลยถูกกล่าวหาว่าฆ่าผู้ตายรายอื่นอีกหลายราย โดยจำเลยมีพฤติการณ์ใส่ไซยาไนด์ลงในอาหาร เครื่องดื่ม เหมือนกับคดีนี้ และศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยแล้วในบางคดีนั้น เนื่องจากการพิจารณาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหรือไม่ ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานเป็นเรื่อง ๆ ไป การที่จำเลยกระทำความผิดและศาลมีคำพิพากษาลงโทษในคดีอื่น ย่อมไม่อาจนำมารับฟังให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยได้ 

แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้ตายอยู่กับจำเลยที่ร้านอาหารในคืนก่อนที่ผู้ตายจะเสียชีวิตแต่เมื่อพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบยังมีความสงสัย ว่า จำเลยได้ใช้ไซยาไนด์ใส่ในอาหารหรือเครื่องดื่มให้ผู้ตาย โดยมีมูลเหตุจูงใจประสงค์ต่อทรัพย์ของผู้ตายหรือไม่ จึงให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลย กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยพยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยในประเด็นอื่นอีกต่อไป เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง และเมื่อจำเลยไม่มีความผิดตามฟ้อง การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ร้องทั้งสาม จำเลยจึงไม่จำต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ร้องทั้งสาม

พิพากษายกฟ้องและยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสาม แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์

ภายหลังน.ส.ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ หรือทนายพัช ทนายความของนางสรารัตน์ เปิดเผยว่า คดีนี้ ศาลเห็นว่าพยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์ยังไม่เพียงพอ และไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจำเลยครอบครองสารไซยาไนด์ในช่วงปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้ตายเสียชีวิต

อีกทั้งศาลเห็นว่าการรับจำนำรถเป็นสิทธิ์ที่จำเลยทำได้ตามปกติ และหลังผู้ตายเสียชีวิต จำเลยได้แจ้งบุคคลใกล้ชิดของผู้ตาย รวมถึงให้ญาติมาไถ่ถอนรถกลับไป จึงไม่พบพฤติการณ์ที่ชี้ชัดว่าเป็นการชิงทรัพย์ และโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ จึง ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้กับจำเลยและแม้ว่าศาลจะมีคำพิพากษายกฟ้อง แต่คดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต ศาลยังให้ควบคุมตัวจำเลยไว้ระหว่างการอุทธรณ์ได้ โดยฝ่ายโจทก์ยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ 

ส่วนแนวทางการต่อสู้คดีอื่นๆ ที่ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณา ทนายความระบุว่า คดีที่ถูกกล่าวหาทั้งหมดสามารถแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ คดีที่เกิดก่อนเหตุวันที่ 9 สิงหาคม 2565 ซึ่งเป็นช่วงก่อนพบข้อมูลการสั่งซื้อไซยาไนด์ และคดีที่เกิดหลังจากนั้น ซึ่งรายละเอียดจะขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานในแต่ละคดีที่ศาลจะพิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ศาลอาญามีคำพิพากษาคดีความผิดของแอม ไซยาไนด์มาแล้วรวม2คดี โดยคดีแรกใส่สารไซยาไนด์ เพื่อเจตนา ฆ่าก้อยน.ส.ศิริพร ขันวงษ์ อายุ33 ปี จนถึงแก่ความตายคดีนี้ศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิตสถานเดียว

ส่วนคดีที่2 ศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต แอม ไซยาไนด์ หลังใส่สารไซยาไนด์ในอาหาร ให้สารวัตรปู พ.ต.ต.หญิงนิภา แสนจันทร์อายุ 38 ปีถึงแก่ความตาย

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top