วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569
จากกรณีเฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์ วัดมหาธาตุ เขตเทศบาลเมืองนครพนม “ประกาศปิดเมรุ งดเผาศพ เนื่องจากปัญหาจำกัดการเติมน้ำมัน แต่ยังตั้งศพบำเพ็ญกุศลได้ แต่เผาไม่ได้ (จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น) ขออภัยในความไม่สะดวก” โดยมีประชาชนแสดงความคิดเห็นด้วยความห่วงใย อันเป็นผลพวงจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง
ล่าสุด วันที่ 16 มีนาคม 2569 ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นายวีระ ฤกษ์วาณิชย์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ชี้แจงว่าสถานการณ์ดังกล่าว เป็นผลจากมาตรการควบคุมการจำหน่ายน้ำมัน เพื่อบริหารจัดการการกระจายสินค้าให้ทั่วถึง และป้องกันการขาดแคลนในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน ภายใต้มาตรการดังกล่าว ประชาชนทั่วไปจะสามารถซื้อน้ำมันได้ในวงเงินที่จำกัด เพื่อให้เกิดการกระจายสินค้าอย่างทั่วถึง
.jpg)
อย่างไรก็ตาม สำหรับหน่วยงานบริการสาธารณะ หรือกรณีจำเป็นเร่งด่วน เช่น รถกู้ชีพ รถมูลนิธิ เครื่องสูบน้ำฉุกเฉิน รวมถึงวัดที่ต้องใช้น้ำมันสำหรับการฌาปนกิจศพ ยังสามารถจัดซื้อน้ำมันในปริมาณที่มากกว่าปกติได้ โดยให้ประสานส่วนราชการในพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการแก่หน่วยงานสาธารณะดังกล่าว
ซึ่งต่อมาเฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์ วัดมหาธาตุ โพสต์ข้อความว่า “ตอนนี้ได้ที่เติมน้ำมันเผาศพแล้ว ขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และหน่วยงานราชการทุกหน่วยในจังหวัดนครพนม ที่ช่วยประสานงานให้(เปิดรับเผาศพได้ปกติ) ไม่มีเงินไม่ต้องจ่าย เผาฟรี”
.jpg)
พระครูสมุห์กิตติชัย สุขวฑฺฒโน เลขานุการรองเจ้าคณะจังหวัดนครพนม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ กล่าวว่าจากวิกฤตขาดแคลนน้ำมันในการเผาศพ ได้คุยกับไวยาวัจกรและประธานชุมชนแล้ว เพราะศพหนึ่งต้องใช้ดีเซลเกือบ 100 ลิตร หรือประมาณ 3,000 บาท ตระเวนเอาถังไปเติมปั๊มไหนก็ไม่ได้ จึงมติตรงกันว่าให้หาน้ำมันสำรอง หรือมีแหล่งให้เติมน้ำมันได้ก่อน ค่อยเปิดรับเผาศพตามปกติ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เข้ามาเป็นธุระในการจัดหาน้ำมัน โดยทางปั๊มให้มีหนังสือถึงแจ้งวัตถุประสงค์ ก็ยินดีจะบริการให้ เพราะหิ้วถังแกลลอนไปเติม เกิดคนไม่รู้คิดว่ามีอภิสิทธิ์เดี๋ยวจะเป็นประเด็นขึ้นมา
ทั้งนี้ เตาเผาศพวัดมหาธาตุเป็นระบบใช้หัวฉีดน้ำมันดีเซล ที่ต้องใช้น้ำมันเกือบ 100 ลิตรต่อหนึ่งศพ เมื่อรัฐออกมาตรการควบคุมการจำหน่ายน้ำมัน ย่อมเกิดผลกระทบในการฌาปนกิจศพ ตรงกันข้ามห่างจากตัวเมืองนครพนมไปไม่เกิน 5 กิโลเมตร มีเมรุเผาศพที่ยังใช้ฟืนหรือถ่าน โดยใช้น้ำมันดีเซลเป็นตัวอ่อยไฟเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

สอบถาม นายวารี ปารีสร้อย อายุ 66 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสำราญเหนือหมู่ 2 ต.อาจสามารถ อ.เมืองนครพนม ซึ่งพ่วงเป็นสัปเหร่อประจำชุมชนอีกหนึ่งตำแหน่ง เปิดเผยว่าเตาเผาศพของชุมชนไม่มีปัญหา เนื่องจากหลักๆแล้วใช้ไม้ถ่านกระสอบละ 170 บาท ประมาณ 3 กระสอบ แต่จะมีน้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงอ่อยไฟเพียง 1 แกลลอน หรือประมาณ 100 บาทเท่านั้น ปัญหาคือเวลาหิ้วถังแกลลลอนไปเติมที่ปั๊มเขาจะไม่เติมให้ เพราะผิดเงื่อนไขที่ทางรัฐกำหนด
“เตาเผานี้เป็นแบบกึ่งโบราณ เผาศพหนึ่งร่างใช้ถ่าน 3 กระสอบ น้ำมันดีเซล 100 บาท รวมเป็นเงิน 510 บาท ส่วนค่าสัปเหร่อไม่คิดเงิน ถือเป็นการช่วยเหลือประชาชน เพราะผมก็เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านด้วยฯ” นายวารี กล่าว.

เช่นกันกับวัดรังษีญาติการาม ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม นายจันทร์ โพธิสาร อายุ 68 ปี ประธานคณะกรรมการวัดฯ เปิดเผยว่าปัญหาคือการไปซื้อน้ำมันดีเซล ที่ต้องหิ้วแกลลอนขนาดความจุ 5 ลิตรไปเติม ทางปั๊มจะปฏิเสธไม่เติมให้ เหตุผลคือผิดมาตรการที่รัฐกำหนด การเผาศพหนึ่งศพใช้ดีเซล 5 ลิตรกับไม้ถ่าน 3-4 กระสอบ ถ้ามีการผ่อนผันในกรณีนี้ก็ถือเป็นการดีมาก.

.jpg)
.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี