533.jpg
DSI พบ 99 เที่ยวเรือต้องสงสัย จ่อเช็กบิลภาษีสรรพสามิตต้นทาง

DSI พบ 99 เที่ยวเรือต้องสงสัย จ่อเช็กบิลภาษีสรรพสามิตต้นทาง

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.14 น.

 

เมื่อวันที่ 12.30 น. วันที่ 7 เมษายน 2569 ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) ถนนแจ้ง วัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยความคืบหน้าวงประชุมคณะพนักงานสืบสวนคลี่คลายคดีการกักตุนน้ำมัน ซึ่งมีการประชุมร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงาน และเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต ในการตรวจสอบจำนวนเที่ยวเรือที่มีการขนถ่ายน้ำมันกลางทะเล จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังพบความผิดปกติจากจำนวนเที่ยวเรือรอบแรก 96 เที่ยว มีพฤติกรรมเข้าข่ายกักตุนน้ำมันกลางทะเล ว่า วันนี้เราได้มีการประชุมหารือร่วมกับผู้แทนจากกรมสรรพสามิต และกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อที่จะได้นำข้อมูลตัวเลขมาตรวจสอบเปรียบเทียบกัน เนื่องจากในขั้นตอนน้ำมันออกจากคลัง มันจะต้องมีใบกำกับการขนส่ง และจะต้องมีหลักฐานการเสียภาษีสรรพสามิตต้นทาง เพื่อนำไปตรวจเช็คกับน้ำมันที่ไปถึงยังปลายทาง และจะได้นำข้อมูลตัวเลขทั้งหมดมาจัดทำตารางเปรียบเทียบกับจำนวนเที่ยวเรือทั้งหมด รวมถึงจำนวนเรือ โดยเฉพาะปลายทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในช่วงเดือนมีนาคม 2569 ล่าสุดข้อมูลมีการปรับตัวเลขเพิ่มขึ้น จากเดิมจำนวนเที่ยวเรือที่ 96 เที่ยวเรือ พบเพิ่มเป็น 99 เที่ยวเรือ จึงต้องเร่งนำเอาตัวเลขทั้งหมดมากระทบยอดกับปริมาณน้ำมัน ทั้งส่วนของน้ำมันดีเซลและเบนซิน ทั้งนี้ จำนวนเรือ (ลำ) ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เราต้องนับจากช่วงเรือที่วิ่งเดินทาง เพราะมันก็มีข้อมูลว่า เรือบางลำวิ่งมากกว่าหนึ่งเที่ยวเรือ จึงต้องแยกว่าในจำนวนทั้งหมด 99 เที่ยวเรือดังกล่าว มีการใช้เรือวิ่งทั้งหมดกี่ลำ


โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยอีกว่า ส่วนเรื่องจำนวนน้ำมัน 57 ล้านลิตรที่หายกลางทะเลนั้น ยังคงอยู่ในขั้นตอนดำเนินการตรวจสอบ เพราะเราจะต้องดูตัวเลขทั้งหมดนำมาเปรียบเทียบกัน โดยเฉพาะปริมาณน้ำมันที่ลงไปในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่วนประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้องก็จะได้มีการขยายผลสอบสวนคู่ขนานกัน

โฆษก DSI

โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยต่อว่า ส่วนใหญ่แล้วเที่ยวเรือที่เป็นเส้นทางหลัก คือ ภาคตะวันออก โดยเฉพาะโรงกลั่นในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี และในจังหวัดระยอง จากนั้นจึงจะมีการเคลื่อนย้ายน้ำมันลงไปในพื้นที่ภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งยังมีประเด็นปลีกย่อยอีก แต่หลัก ๆ ก็สองแหล่งนี้ อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่การเดินทางปริมาณน้ำมันยังคงเดิมหรือหดหายไปอย่างไรหรือไม่นั้น ยังคงอยู่ระหว่างตรวจสอบจากตัวเลขที่มีการรายงานเข้ามา

“ปกติแล้วระวางของเรือแต่ละลำจะไม่เท่ากัน เรือบางลำก็บรรทุกน้ำมันชนิดเดียว บางลำก็บรรทุกน้ำมันหลายชนิด จึงต้องเชิญหน่วยงานที่ควบคุมโดยเฉพาะอย่างกรมธุรกิจพลังงานและกรมสรรพสามิตมาดูยอดตัวเลขทั้งหมดเพื่อให้เป็นตัวเลขเดียวกัน ซึ่งเราก็ตรวจพบความผิดปกติว่าเรือบางลำมีการใช้เวลาในการวิ่งนานผิดปกติ โดยเฉพาะเส้นทางจากภาคตะวันออกลงไปยังพื้นที่ภาคใต้จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องนำไปขยายผล โดยการตรวจสอบจากเรือที่ได้มีการลงทะเบียนไว้ อย่างไรก็ดี เรือที่ใช้เวลาวิ่งกลางทะเลนานกว่าปกติ เราพบว่ามีทั้งสองแบบ คือบรรทุกทั้งน้ำมันชนิดเดียว และน้ำมันหลายชนิด“ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุ.

โฆษก DSI

โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ แจงว่า ส่วนกรณีการเปิดปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทคลังน้ำมันเพิ่มเติม ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้เปิดเผยไว้ช่วงเช้านั้น หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะได้แจ้งให้สื่อมวลชนรับทราบต่อไป

โฆษก DSI

โฆษก DSI

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top