กองปราบลุยค้น16จุดทลายคอกม้า

กองปราบลุยค้น16จุดทลายคอกม้า

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.06 น.

ตำรวจกองปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) หรือ CIB บุกทลายคอกม้าข้ามชาติ ลุยค้น 16 จุดทั่วประเทศ พบจัดหาคนเปิดบัญชีธนาคารใช้ในการกระทำความผิด

วันนี้ (20 มี.ค.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) หรือ CIB มอบหมายให้ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.สุเทพ โตอิ้ม รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.เอนก บุญตา รอง ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.ศราวุธ ทองน้อย สว.กก.3 บก.ป., พ.ต.ท.อัครวุฒิ จันทร์เจริญ สว.กก.3 บก.ป., ว่าที่ พ.ต.ท.สุวิจักขณ์ รัตนพันธ์ สว.กก.3 บก.ป.นำกำลังจับกุมผู้ต้องหา 2 เครือข่าย รวม 6 ราย ได้แก่ เครือข่ายที่ 1 เครือข่ายจัดหาบัญชีม้า จ.ชลบุรี ประกอบด้วย 1.น.ส.อริสรา อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ จ129/2569 ลง 27 กุมภาพันธ์ 2569 , 2.นายวัชรากร อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ จ130/2569 ลง 27 กุมภาพันธ์ 2569 , 3.ว่าที่ ร.ต.หญิงสุภาพร อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ จ131/2569 ลง 27 กุมภาพันธ์ 2569 และ 4.น.ส.เกตน์นิภา  อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ จ 132/2569 ลง 27 กุมภาพันธ์ 2569 ในข้อหาร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืมบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด มาตรา (10) พระราชกำหนดมาตราการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566


เครือข่ายที่ 2 เครือข่ายจัดหาซิมและจ้างเปิดบัญชีคริปโตฯ 1.นายวัชรพล อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุรินทร์ ที่ จ 122/2569 ลง 25 กุมภาพันธ์ 2569 และ 2.น.ส.สุนิสา อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุรินทร์ ที่ จ 122/2569 ลง 25 กุมภาพันธ์ 2569 ข้อหาเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อหรือขายเลขหมายโทรศัพท์บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้บริการในนามของบุคคลหนึ่งบุคคลใดแล้ว แต่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้

พร้อมกันนั้นได้ตรวจยึดของกลาง 1.เงินสด จำนวน 6,054,480 ล้านบาท 2.ทองคำ จำนวน 46 รายการ น้ำหนัก 40 บาท จำนวนประมาณ 3 ล้านบาท 3.โฉนดที่ดิน จำนวน 3 ฉบับ จำนวนประมาณ 20 ล้าน 4.รถยนต์ ฟอร์ด เอเวเรส จำนวน 1 คัน มูลค่า 1.5 ล้านบาท 5.เครื่อง Sim Box จำนวน 2 เครื่อง 6.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 108 เครื่อง 7.บัญชีธนาคาร จำนวน 135 บัญชี 8.คอมพิวเตอร์ จำนวน 13 เครื่อง 9.บัตรกดเงินสด จำนวน 49 ใบ 10.อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 5 อัน 11.ซิมการ์ด จำนวน 56 อัน และของกลางอื่นๆ รวม 400 รายการ รวมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อเดือนกันยายน 2568 ตำรวจ กก.3 บก.ป.ได้เข้าจับกุมนายหน้าจัดหาบัญชีม้า 3 ราย ในพื้นที่ จ.อุดรธานี ซึ่งมีพฤติการณ์ชักชวนประชาชนให้เปิดบัญชีธนาคาร ก่อนนำบัญชีดังกล่าวส่งต่อให้เครือข่ายต่างประเทศ จากการสืบสวนขยายผล โดยการสอบปากคำผู้ที่ถูกหลอกให้เปิดบัญชีธนาคาร พบว่ามี กลุ่มเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการอยู่ในพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จึงรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถขออำนาจศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องได้ 4 ราย และได้ติดตามจับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองบัวลำภู ดำเนินคดี ซึ่งเครือข่ายดังกล่าวมีการจัดหาบัญชีม้าจากพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนรวบรวมสมุดบัญชี บัตรเอทีเอ็ม และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องส่งไปยังจุดรวบรวมบัญชีม้าในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อเตรียมลักลอบนำข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และส่งต่อให้ขบวนการคอลเซ็นเตอร์นำไปใช้ในการกระทำความผิด

ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนขยายผล ทำการเข้าตรวจสอบบ้านพักในพื้นที่ชายแดนซึ่งใช้เป็นจุดรับ-ส่งพัสดุ พบว่าเป็นการรวบรวมบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็ม เพื่อเตรียมส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน กระทั่งวันที่ 13 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ จ.ชลบุรี พบ น.ส.อริสราฯ รับเป็นผู้ดูแลสถานที่ พร้อมตรวจยึดสมุดบัญชี บัตรเอทีเอ็ม และโทรศัพท์ รวม 39 รายการ โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่าทำหน้าที่รวบรวมบัญชีม้า ได้ค่าจ้างบัญชีละ 500 บาท จากการขยายผลเพิ่มเติม พบเครือข่ายจัดหาบุคคลเปิดบัญชีผ่านโซเชียลมีเดีย และมีเจ้าหน้าที่ธนาคารบางรายร่วมอำนวยความสะดวกในการเปิดบัญชีและปลดล็อกแอปพลิเคชันธนาคาร โดยมีอดีตพนักงานธนาคารเป็นผู้ควบคุมและสั่งการให้จัดหาบัญชีม้าเข้าสู่ขบวนการ

จากพฤติการณ์ของเครือข่ายดังกล่าว เจ้าหน้าที่เชื่อว่ายังคงมีกลุ่มผู้จัดหาบัญชีม้า หรือ “คอกม้า” กระจายอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ Anti Cyber Scam Center จึงได้ยกระดับมาตรการปราบปราม โดยมุ่งดำเนินคดีกับผู้จัดหาบัญชีม้า ซึ่งถือเป็นต้นตอสำคัญของอาชญากรรมคอลเซ็นเตอร์ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป. เร่งสืบสวนขยายผลเครือข่ายดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวนได้ทำการสืบสวนขยายผลเครือข่ายดังกล่าวต่อเนื่อง โดยเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้เกี่ยวข้องหลายครั้ง จากการสืบสวนพบว่าขบวนการนี้มีลักษณะการทำงานเป็นระบบ ตั้งแต่การจัดหาบัญชีม้า มีการรวบรวมสมุดบัญชี บัตร ATM และซิมการ์ดจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ผ่านการชักชวนทั้งปากต่อปากและสื่อออนไลน์ โดยให้ค่าตอบแทนเพียง 1,000 - 2,000 บาทต่อบัญชี ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากตกเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด และถูกนำไปใช้รับเงินจากการหลอกลวง มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วกว่า 280 คดี อีกทั้งยังพบแนวโน้มมุ่งเป้าไปที่เด็กและเยาวชน ให้เปิดซิมการ์ดแลกค่าจ้างเล็กน้อย โดยพบมีการนำซิมไปใช้ผิดกฎหมายกว่า 1,200 ซิม ซึ่งนำไปสู่การออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง

กระทั่ง ตำรวจ กก.3 บก.ป.ได้เปิดปฏิบัติการทลาย “คอกม้าข้ามชาติ” นำกำลังร่วมกับ กก.2 และ กก.4 บก.ป. จำนวน 60 นาย เข้าตรวจค้น 16 จุดทั่ว ประเทศ ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, กาฬสินธุ์เชียงราย จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 6 ราย พร้อมตรวจยึดพยานหลักฐานสำคัญจำนวนมาก ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป สอบถามเบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

015

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top