กางมุ้ง-ปูเสื่อรอ เข้าคิวเติมน้ำมันข้ามคืน ‘หมู-ไก่’เริ่มขยับขึ้นราคา

กางมุ้ง-ปูเสื่อรอ เข้าคิวเติมน้ำมันข้ามคืน ‘หมู-ไก่’เริ่มขยับขึ้นราคา

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กางมุ้ง-ปูเสื่อรอ

เข้าคิวเติมน้ำมันข้ามคืน

หมู-ไก่เริ่มขยับขึ้นราคา

วิกฤตน้ำมันขาดแคลนหนัก ชาวพิษณุโลกหอบเสื่อมุ้งนอนรอหน้าปั๊มข้ามคืน หวั่นปริมาณจำกัดไม่พอใช้ ขณะที่ชาวกำแพงเพชรหิ้วเสื่อปูนอนรอเติมน้ำมัน ปั๊มคุมเข้มเติมได้ไม่เกิน 3,000 บาท ชาวบ้าน อ.ระโนด จ.สงขลา แบกแกลลอนต่อคิวรอเติมน้ำมันตั้งแต่ตี 2 ปั๊มนางรอง ดีเซลหมด-จำกัดการเติมคนละ 1,000 บาท ส่วนการสำรวจราคาสินค้าที่ตลาดสดเชียงใหม่พบเนื้อหมูปรับราคาขึ้นอีก กก. 10 บาท ส่วนเนื้อไก่ชำแหละ ปรับขึ้น กก.ละ 13 บาท ด้าน สมยศนำ 14กลุ่มภาคประชาสังคมยื่น 3 ข้อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา

เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 23 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ความตึงเครียดด้านพลังงานในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก หลังพบว่าปริมาณน้ำมันดีเซลยังคงไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะที่สถานีบริการน้ำมัน บริเวณตรงข้ามมหาวิทยาลัยนเรศวร ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก พบรถกระบะจำนวนมากมาจอดปักหลักรอคิวตั้งแต่ช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา จนปรากฏภาพชาวบ้านบางส่วนนำเสื่อ หมอน และมุ้ง ออกมากางนอนรอหน้าปั๊มเพื่อจับจองคิวเติมน้ำมันเป็นลำดับแรกๆ


จากการสอบถามกลุ่มเกษตรกรที่มานอนเฝ้าหน้าสถานีบริการน้ำมัน ทราบว่าตัดสินใจพาครอบครัวมาปักหลักค้างคืน เนื่องจากทราบข่าวว่าจะมีรถขนส่งน้ำมันเข้ามาลงที่ปั๊มในช่วงเช้าตรู่ โดยเป้าหมายหลักคือการนำน้ำมันดีเซลไปใช้กับรถเกี่ยวข้าว รถไถ และรถแบ๊กโฮ ซึ่งเป็นเครื่องจักรสำคัญในภาคการเกษตรที่ต้องใช้น้ำมันปริมาณมาก

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านยังคงมีความกังวลว่าทางปั๊มอาจมีการจำกัดปริมาณการเติมต่อคัน ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อการใช้งานจริงในพื้นที่การเกษตรที่กำลังเร่งดำเนินการอยู่ในขณะนี้

ชาวกำแพงเพชรนอนรอเติมน้ำมัน

ส่วนสถานการณ์ความต้องการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร ยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อช่วง 10.00 น. มีประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร พากันหิ้วถังน้ำมันสำรอง พร้อมเตรียมเสื่อ หมอน มาปักหลักจองคิวบริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมันพีที (PT) ตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำของเมื่อวานนี้ เพื่อรอรถขนส่งน้ำมันที่อยู่ระหว่างการเดินทาง

จากการตรวจสอบพบว่า ทางสถานีบริการน้ำมันได้ติดตั้งป้ายประกาศแจ้งมาตรการเร่งด่วนตามนโยบาย เพื่อกระจายน้ำมันให้ถึงมือประชาชนอย่างทั่วถึงที่สุด โดยจำกัดวงเงินเติมอนุญาตให้เติมใส่ถังสำรองหรือรถยนต์ได้ไม่เกิน 3,000 บาท ต่อคัน โควตาน้ำมันในวันนี้มีน้ำมันเข้าสู่สถานีเพียง 4,000 ลิตร ซึ่งถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับปริมาณคนรอคิว ส่วนลูกค้าที่มีบัตรสมาชิกพลาดโอกาส เนื่องจากน้ำมันหมดก่อนถึงคิว ทางปั๊มจะมอบคะแนนสะสมพิเศษ 100 คะแนน เพื่อเป็นการเยียวยาเบื้องต้น สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อกลุ่มเกษตรกรต้องมาเฝ้ารอที่ปั๊ม

พนักงานปั๊มรับภาระหนัก

โดยชาวบ้านรายหนึ่งกล่าวติดตลกว่า “ไม่กลัวยุงกัด แต่กลัวไม่ได้น้ำมัน” แต่ความกดดันนี้ยังลามไปถึง ประชาชนทั่วไป ที่ต้องปรับตัวกับเวลาในการรอคอยที่ยาวนานขึ้น และความไม่แน่นอนในการเข้าถึงเชื้อเพลิง

นอกจากนี้ พนักงานให้บริการภายในปั๊ม ยังต้องรับภาระหนักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งจากการบริหารจัดการคิวที่หนาแน่น การต้องคอยอธิบายระเบียบและข้อจำกัดต่างๆ ให้ลูกค้าเข้าใจ ท่ามกลางสภาพความคาดหวังของประชาชน ซึ่งสร้างความเหนื่อยล้าให้กับเจ้าหน้าที่เช่นกัน ขณะนี้รถขนส่งน้ำมันอยู่ระหว่างเร่งเดินทางเข้าสู่สถานี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ยังคงปักหลักรออย่างมีความหวัง

ชาวสงขลาจองคิวน้ำมันข้ามคืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาแสงตะวัน (ปากแตระ) ต.ปากแตระ อ.ระโนด จ.สงขลา หลังปรากฏคลิปวิดีโอเหตุการณ์ชาวบ้านจำนวนมาก นำแกลลอนน้ำมันเปล่ามาวางเรียงรายต่อคิวกันเป็นทางยาวเพื่อรอเติมน้ำมัน โดยพบว่ามีประชาชนหลากหลายอาชีพ ทั้งเจ้าของบ่อเลี้ยงกุ้ง บ่อเลี้ยงปลากะพง และเกษตรกรทำนา ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนักจนกลายเป็นภาพความวุ่นวายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในพื้นที่

จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า สถานการณ์ในขณะนี้เข้าขั้นวิกฤติ โดยกลุ่มผู้เดือดร้อนต้องตื่นตั้งแต่เวลา 01.00-02.00 น. เพื่อมาจับจองพื้นที่บริเวณหน้าหัวจ่ายน้ำมัน หากมาถึงในช่วงเวลา 06.00 น. คิวจะยาวไปเกือบ 100 ลำดับแล้ว ขณะที่ภายนอกปั๊มยังมีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของพนักงานทั่วไปและชาวประมงทยอยเดินทางมาสมทบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ชาวบ้านไม่ได้พักผ่อนและเสียโอกาสในการประกอบอาชีพ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาบริหารจัดการการกระจายน้ำมันให้ทั่วถึง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในจังหวัดสงขลา ที่กำลังขยายวงกว้างอยู่ในขณะนี้

ปั๊มนางรองวิกฤต! ดีเซลหมด

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศตามสถานีบริการน้ำมันในอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ พบว่าสถานการณ์น้ำมันขาดแคลนยังคงทวีความรุนแรง หลายปั๊มไม่มีน้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอล์ 95 เพียงพอให้บริการ จนต้องติดป้ายแจ้งลูกค้าว่าน้ำมันหมดและอยู่ระหว่างรอการจัดส่ง

สำหรับปั๊มที่ยังมีน้ำมันจำหน่าย จำเป็นต้องใช้มาตรการจำกัดปริมาณการเติมเพื่อให้กระจายได้อย่างทั่วถึง ดังนี้ รถยนต์ส่วนบุคคล (กระบะ/เก๋ง) เติมได้ไม่เกินคันละ 1,000 บาท , รถบรรทุกเติมได้ไม่เกินคันละ 1,500 บาท และแกลลอนจำกัดไม่เกินคนละ 500 บาท

นอกจากนี้ บางปั๊มยังต้อง ‘ปิดป้ายสงวนสิทธิ์’ บางตู้จ่ายไว้เฉพาะรถพยาบาล, รถตำรวจ, รถฉุกเฉิน, กู้ภัย และหน่วยงานราชการที่จำเป็น เช่น การไฟฟ้า เพื่อป้องกันการหยุดชะงักของบริการสาธารณะ โดยพนักงานปั๊มระบุว่าได้รับโควตาน้ำมันจากคลังใหญ่ลดน้อยลงอย่างมาก

ชาวบ้านเช็กข้อมูลก่อนเข้าปั๊ม

แม้สถานการณ์จะตึงเครียด แต่กลับไม่มีภาพประชาชนแห่เข้าคิวรอจนยาวเหยียดเหมือนช่วงก่อนหน้า เนื่องจากชาวบ้านเริ่มปรับตัวเลิกมานั่งรอให้เสียเวลาทำมาหากิน แต่จะใช้วิธีเช็กข้อมูลว่าปั๊มไหนมีรถน้ำมันมาลงถึงจะขับรถออกไปเติม

นางวัลลา อายุ 56 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า ปัจจุบันต้องใช้จักรยานยนต์ตระเวนหาปั๊มที่มีน้ำมันเพื่อซื้อใส่แกลลอนไปใช้ในการเกษตร ขณะที่เกษตรกรอีกรายสะท้อนความลำบากว่า ปกติต้องใช้น้ำมันวันละ 3 แกลลอนสำหรับรถไถ แต่เมื่อปั๊มจำกัดการเติมเพียงแกลลอนละ 500 บาท ทำให้ต้องขับรถวนเติมปั๊มละแกลลอน เสียทั้งค่าน้ำมันรถที่ใช้ตระเวนและเสียเวลาทำงานอย่างมาก จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหามาตรการแก้ไขปัญหาน้ำมันทั้งเรื่องการขาดแคลนและราคาแพงโดยด่วน

แม่ค้าโอดวัตถุดิบพาเหรดขึ้นราคา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม่ค้าที่เปิดร้านขายไก่ทอด หมูปิ้ง ไส้กรอกย่าง ข้าวเหนียว และอาหารตามสั่งริมถนน ในหมู่บ้านตามชายแดนไทย-กัมพูชา อำเภอละหานทราย จ.บุรีรัมย์ เริ่มได้รับผลกระทบจากภัยสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้น้ำมันประสบปัญหาขาดแคลนและมีการปรับราคาขึ้นอีก ก็ส่งผลให้ถุงพลาสติก หนังยาง ไก่สด และพืชผักที่เป็นวัตถุดิบที่ซื้อมาประกอบอาหารขายในแต่ละวันทยอยขึ้นราคาตามไปด้วย อาทิ ถุงพลาสติกและหนังยาง ก่อนหน้านี้ราคาห่อละ 20 บาท ตอนนี้ปรับเพิ่มเป็นห่อละ 25 บาท โครงไก่ และชิ้นส่วนไก่สดก็ปรับขึ้นอีกกิโลกรัมละ 20 – 30 บาท แตงกวาถุงขนาด 10 กิโลกรัม ก่อนหน้านี้ถุงละ 200 บาท ปรับเพิ่มถุงละ 250 บาท

ทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่ต้องไปซื้อมาประกอบอาหารขายต้องแบกรับภาระต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่กล้าปรับราคาอาหารปรุงสุกที่ทำขาย เพราะหากปรับขึ้นทันทีตามภาวะต้นทุนก็กลัวลูกค้าจะยิ่งหดหาย เพราะตั้งแต่เกิดเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา การค้าขายก็เงียบเหงาอยู่แล้ว จึงอยากวอนให้ภาครัฐเร่งหามาตรการควบคุมราคาสินค้า อาหารสด หรือพืชผักต่าง ๆ ปรับขึ้นราคามากกว่านี้อีก เพื่อบรรเทาผลกระทบทั้งพ่อค้าแม่ค้าและคนประชาชนผู้บริโภคด้วย

วอนรัฐบาลควบคุมราคาสินค้า

นางจินดา วิชัยวงษ์ แม่ค้าขายไก่ทอด ไส้กรอก หมูปิ้ง ชาว อ.ละหานทราย บอกว่า ก่อนหน้านี้ก็ได้รับผลกระทบจากการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชามาแล้ว 2 ครั้ง เพิ่งจะได้กลับมาขายของก็ยังไม่เป็นปกติเหมือนเดิม ก็ขายไปด้วยระแวงไปด้วยไม่รู้จะมีการสู้รบกันอีกหรือไม่ แต่ช่วงนี้ก็ได้รับผลกระทบจากภัยสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้น้ำมันขาดแคลนและปรับขึ้นราคา เป็นผลพวงทำให้สินค้าและอาหารหลายอย่างทยอยขึ้นราคาตามไปด้วย เช่น ถุงพลาสติกที่ต้องใส่อาหารให้ลูกค้า ก็ปรับขึ้นอีกห่อละ 5 บาท ไก่สดขึ้นอีกกิโลกรัมละ 20 – 30 บาท ทำให้ต้องแบะรับภาระต้นทุนสูงขึ้น แต่ยังไม่กล้าปรับอาหารอาหารที่ทำขาย เพราะกลัวลูกค้าจะยิ่งหดหายก็ต้องขายราคาเดิมไปก่อน แต่หากวัตถุดิบต่าง ๆ ปรับขึ้นมากกว่านี้ ก็จำเป็นจะต้องปรับราคาอาหาร เพื่อไม่ให้ขาดทุน จึงอยากฝากถึงรัฐบาลควบคุมราคาสินค้าไม่ให้ปรับขึ้นมากว่านี้

ตลาดเชียงใหม่หมู-ไก่ขึ้นราคา                                 

ที่ จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจแผงขายเนื้อหมู ในตลาดค้าส่ง ตลาดเมืองใหม่ ในตัวเมืองเชียงใหม่ พบราคาเนื้อหมูจากหน้าฟาร์มปรับราคาสูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 89 บาท เป็นกิโลกรัมละ 99 บาท หรือปรับขึ้นทีเดียวถึงกิโลกรัมละ 10 บาท ทำให้เขียงหมู ในตลาดเมืองใหม่ ปรับราคาหมูทุกชนิดจากกิโลกรัมละ 170 บาท เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 180 บาท ตามต้นทุนที่สูงขึ้น

ส่วนร้านไก่ชำแหละ ที่อยู่ติดกับเขียงหมู มีการปรับราคาขายหน้าร้าน จากกิโลกรัมละ 75 บาท ปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 88 บาท หรือปรับขึ้นถึงกิโลกรัมละ 13 บาท ทำให้ลูกค้าทั่วไป ที่ซื้อไปปรุงอาหาร และร้านอาหาร เริ่มบ่นว่าราคาสูงขึ้น แต่ทั้งนี้ทุกคนเข้าใจ ว่าเป็นไปตามราคาน้ำมัน ที่มีการปรับราคาสูงขึ้น ตามค่าขนส่ง แต่ลูกค้าก็ยังมาซื้อเหมือนเดิม

นอกจากนั้นยังมีมะนาว ก็มีการปรับราคาสูงขึ้นเช่นกัน มะนาวแป้น 10 ลูก ราคา 40 บาท หรือลูกใหญ่ขึ้นมาหน่อย ก็จะราคา 10 ลูก ราคา 50 บาท หากซื้อไปขายต่อ ก็จะบวกเพิ่ม เป็นราคาลูกละ 5 บาทและ 6 บาท ทำให้สินค้าอีกหลายชนิด จ่อปรับราคาสูงขึ้นตามน้ำมัน

กลุ่มภาคประชาสังคมยื่น3ข้อเรียกร้อง

เวลา 10.30 น.ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มภาคประชาสังคม 14 องค์กร นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นายธัชพงศ์ แกดำ ยื่นหนังสือถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรมว. มหาดไทย เพื่อขอให้มีมาตรการเร่งด่วนในการแก้วิกฤตพลังงาน ลดราคาน้ำมัน ตรึงราคาแก๊ส ลดค่าไฟและคุมราคาสินค้า รัฐบาลเกี่ยวกับวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้น โดยมีการนำเอาป้ายข้อความและป้ายไวนิลมาชู แสดงออกถึงข้อเรียกร้อง

โดยกลุ่มภาคประชาสังคม 14 องค์กร มีขอเรียกร้องต่อรัฐบาลให้มีมาตรการเร่งด่วน 3 ข้อดังต่อไปนี้ 1 ยกเลิกการเก็บภาษีสรรพสามิตนํามัน ปรับลดค่าการกลั่นนํามัน และตรึงราคาแก๊สหุงต้ม (LPG) สําหรับภาคครัวเรือน น้ำมัน ราคาแพงเนื่องจากภาษีที่ซ้าซ้อน ประกอบไปด้วย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีกองทุนน้ำมัน ภาษีท้องถิ่น ภาษีอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ค่าการกลั่นและการตลาด ดังนั้น ควรยกเลิกภาษีสรรพสามิต ซึ่งจะทําให้น้ำมันลดราคาลงอีกลิตรละ 7 บาท และลดค่าการกลั่นที่โรงกลั่น เพิ่มขึ้นจากลิตรละ 6 บาท ให้เหลือลิตรละ 2 บาท (รวมค่าน้ำมันสามารถลดลงได้อีกลิตรละ 11 บาท) พร้อมทั้งตรึงค่าแก๊สหุงต้ม ส่าหรับภาคครัวเรือนเป็นระยะเวลา 1 ปี

2.ลดค่าไฟฟ้า จากหน่วยละ 4.18 บาท ให้ลดเหลือหน่วยละ 3 บาท ตามที่พรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาลได้เคยหาเสียงไว้

3.กําหนดมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ควบคุมสินค้าที่จําเป็นต่อการดํารงชีพ ไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคา จัดท่า สินค้าราคาถูกออกจําหน่ายในทุกชุมชน และอุดหนุนคูปองนํามันให้กับไรเดอร์ผู้ให้บริการขนส่งอาหารและผู้โดยสาร

ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำว่าข้อเสนอทั้ง 3 ประการ คือการเรียกร้องให้รัฐบาลทําหน้าที่ดูแลประชาชนในยามที่โลกเผชิญกับวิกฤตการณ์ ค่าครองชีพและสงคราม การตัดสินใจที่ล่าช้าเพียงวันเดียว หมายถึงภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นและคุณภาพชีวิตที่สูญเสียไปของคนไทยนับ หลายล้านคน นี่คือหน้าที่ของรัฐบาลทีต้องบรรเทาความทุกข์ยาก เพื่อรักษาปากท้องและลมหายใจของประชาชน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top