วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. , พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป , พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. , พ.ต.ท.เจษฎา แก้วจาเครือ , พ.ต.ท.เอนก บุญตา , พ.ต.ท.อรรถวิทย์ สุขทัศน์ , พ.ต.ท.ชนะ ขำทอง , พ.ต.ท.กิตติพงศ์ ศิลาพันธุ์ รอง ผกก.4 บก.ป. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.นราวิชญ์ เปี้ยสุ สว.กก.4 บก.ป. , ร.ต.อ.ณัฐพงษ์ คชอาจ รอง.สว.(สอบสวน) กก.4 บก.ป. , ว่าที่ ร.ต.ต.หญิง อาภากร อักขรา รอง สว.(ป.) กก.4 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ป. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นายพงษ์ศิริฯ อายุ 35 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ279/2569 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิด “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด ร่วมกันฉ้อโกงและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหรือแต่บางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง” สถานที่จับกุม บริเวณริมถนนด่านสำโรง ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ
สืบเนื่องจากมิจฉาชีพได้ทำการติดต่อเพื่อหลอกลวงผู้เสียหายผ่านทางช่องทางแชทสนทนาแอฟพลิเคชัน TIKTOK โดยมิจฉาชีพใช้รูปโปรไฟล์เป็นผู้หญิง (ผู้เสียหายเป็น เพศหญิง อายุ 63 ปี) จากนั้นได้ทำการสนสนากับผู้เสียหายประมาณ 1 เดือน ต่อมามิจฉาชีพได้ทำการชวนผู้เสียหายทำอาชีพเสริม โดยแจ้งกับผู้เสียหายว่า “มาทำอาชีพเสริม หารายได้เสริมด้วยกันไหม” ซึ่งในตอนแรกผู้เสียหายไม่สนใจ โดยมิจฉาชีพแจ้งผู้เสียหายว่า “ทำการตอบแชทลูกค้าเพียงอย่างเดียว หากมีลูกค้ามาสั่งของก็แค่จองออเดอร์กับทางร้านหรือทางบริษัท เพียงเท่านั้น” หลังจากที่ผู้เสียหายตอบตกลงทำอาชีพเสริมกับมิจฉาชีพแล้ว มิจฉาชีพได้ให้ผู้เสียหาย เปิดร้านเพื่อขายของผ่านทางเว็บที่มิจฉาชีพทำการจัดเตรียมไว้ หลังจากที่ผู้เสียหายเปิดร้านบนเว็บแล้ว ได้มีจะมีลูกค้ามาสั่งของกับผู้เสียหาย หลังจากที่ลูกค้าทำการสั่งของผ่านทางร้านของผู้เสียหาย ผู้เสียหายต้องนำออเดอร์ที่ลูกค้าสั่ง ไปจองกับทางบริษัท โดยผู้เสียหายต้องทำการสำรองเงินค่าสินค้าออกไปก่อน และจะได้เงินต้น (เงินค่าสินค้า) และค่าตอบแทนในภายหลัง ซึ่งผู้เสียหายได้รับค่าตอบแทนพร้อมค่าสินค้า ประมาณ 2 - 3 ครั้งแรก เท่านั้น
หลังจากนั้น ร้านบนเว็บของผู้เสียหาย ก็มีลูกค้าสั่งของมาจำนวนมาก ซึ่งทำให้ผู้เสียหายต้องสำรองเงินค่าสินค้าออกไปก่อน จนทำให้ยอดสำรองจ่ายของผู้เสียหายสะสมเพิ่มขึ้น จนมียอดสะสมประมาณ 2,000,000 บาท (ภายในระยะเวลาประมาณ 12 วัน) หลังจากที่ยอดที่ยอดพุ่งสูงผู้เสียหายจึงได้ถามกับมิฉาชีพว่า “ค่าตอบแทนพร้อมเงินต้นจะได้เมื่อไหร่” โดยมิจฉาชีพแจ้งว่า “สินค้ายังจัดส่งไม่เสร็จสมบูรณ์ จึงไม่สามารถจ่ายค่าตอบแทนและเงินต้น ให้แก่ผู้เสียหายได้” ซึ่งผู้เสียหายต้องการหยุดการทำร้านดังกล่าวและต้องการเงินทั้งหมดคืน มิจฉาชีพจึงแจ้งว่า “หากต้องการเงินทั้งหมดคืน ต้องทำการแจ้งปิดร้านบนเว็บเพื่อปิดยอด โดยมีค่าปิดร้านพร้อมค่าภาษีประมาณ 700,000 บาท จึงจะได้เงินคืนทั้งหมด” ผู้เสียหายจึงได้หลงเชื่อ และได้โอนเงินค่าปิดร้านพร้อมค่าภาษีให้แก่มิจฉาชีพ และหลังจากทำการโอนค่าปิดร้านพร้อมค่าภาษี ผู้เสียหายก็ไม่สามารถติดต่อมิจฉาชีพได้อีก จึงเชื่อว่าตนถูกหลอก และได้แจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.พุธทมณฑล จังหวัดนครปฐม เพื่อดำเนินการทางด้านกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ทำการสืบสวนติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับว่า นายพงษ์ศิริฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ279/2569 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิด “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด ร่วมกันฉ้อโกงและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหรือแต่บางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง”
หลังจากการสืบสวนทราบว่า นายพงษ์ศิริฯ อาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ จึงได้ทำการตรวจสอบและพบตัวจึงได้ทำการจับกุมและได้นำตัว นายพงษ์ศิริฯ มาทำบันทึกจับกุมที่ สภ.สำโรงเหนือ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อทำบันทึกจับกุม และส่งตัวผู้ต้องหาต่อพนักงานสอบสวน สภ.พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นายพงษ์ศิริฯ ให้การว่า ได้รับการจ้างวานให้เปิดบัญชี โดยได้รับค่าตอบแทนจากผู้ว่าจ้างประมาณ 2,000 บาท
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี